More
    Saturday, May 1, 2021

    ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาสะท้อนความอ่อนแอของสถาบันครอบครัวไทย

    -

    “ตีเสียหน่อยจะได้จำ” ประโยคที่หลายคนเคยได้ยินเมื่อตอนเป็นเด็ก ผ่านน้ำเสียงแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ฝ่ามือ ไม้เรียว หลากหลายเครื่องมือที่ส่งผ่านความเจ็บปวดฝังลึกให้กับสมาชิกในครอบครัวที่มีชื่อว่า “ลูก”

    ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาหนึ่งในสังคมที่นับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากทั้งข่าวทางโทรทัศน์  หนังสือพิมพ์ หรือบนสื่อออนไลน์ “พ่อซ้อมลูก อ้างประชดเมีย” “พ่อข่มขืนลูกสาวแท้ ๆ ” พาดหัวข่าวเหล่านี้มีผ่านมาให้เห็นได้เสียทุกวัน

    ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งเจ็บปวด

    “ตอนเป็นเด็กเราเคยถูกตีแค่เพราะว่าไปเล่นริมถนนหน้าบ้าน ตอนนั้นแม่ใช้ไม้แขวนเสื้อตี เจ็บมาก ร้องไห้ไม่หยุด ไม่เข้าใจว่าแค่ไปเล่น ทำไมต้องตีเรา” นายเอ (นามสมมติ) นักศึกษาปริญญาตรีวัย 22 ปี เล่าย้อนเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เขาอยู่ในชั้นประถม จุดเริ่มต้นที่เขาได้พบกับความเจ็บปวดเมื่อวัยเด็ก

    “แต่พอโตมาเราเข้าใจนะว่าเขาเป็นห่วง แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องใช้ความรุนแรงกับเรา ถ้าอธิบายด้วยคำพูดดี ๆ ก็น่าจะเข้าใจกันได้ ไม่ต้องโกรธกันด้วย” นายเอกล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

    นายเอได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เขาก็มักจะเก็บตัวอยู่บ้านไม่ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ทำให้การปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดลง

    เช่นเดียวกันกับนาย บี (นามสมติ) ศึกษาปริญญาตรีวัย 23 ปี  ที่ได้ประสบปัญหาจากการทะเลาะวิวาทกันของคนในครอบครัว นายบีได้เล่าว่า ตนเคยถูกพี่ชายทำร้ายร่างกาย เหตุจากมึนเมาสารเสพติด

    “เขาก็อาละวาดทำร้ายร่างกายทั้งตัวเรากับภรรยาเขา และมีอยู่ครั้งหนึ่งรุนแรงถึงขั้นเขาเคยพลั้งมือทำร้ายแม่  ตั้งแต่ครั้งนั้นมาทำให้เรารู้ว่าเราไม่ควรจะไปยุ่งกับคนแบบนี้อีก แต่เลือกไม่ได้ เพราะเขาเป็นพี่ชายเรา ก็เลยจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขา ผลกระทบมันค่อนข้างรุนแรงในช่วงแรกที่เราเองเรายังปรับตัวไม่ทัน เราเพิ่งเคยเจออะไรอย่างนี้  ทำให้จิตใจเราบอบบางขึ้นสามารถสู้รบกับอะไรได้น้อยลงมันเหมือนขาดกำลังใจแล้วมันยังส่งผลทำให้เราทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้ในบางครั้ง ไม่ว่าจะแอบมาทำร้ายข้าวของหรือว่าตะโกนสุดเสียงด่าทอกลับไป เหมือนบางทีมันทำให้เกิดความรู้สึกว่าครอบครัวไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” นายบีกล่าว

    การใช้ความรุนแรงทางร่างกาย ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เกิดขึ้นในครอบครัว แต่ยังรวมถึงด้านวาจา และอารมณ์ที่สื่อสารกัน คำพูดที่รุนแรงสามารถกระทบจิตใจ ส่งผลต่อผู้ฟังได้เช่นกัน ทุกสิ่งประกอบกันขึ้นเป็นปัญหาก้อนใหญ่ที่รอวันแก้ไขให้ดีขึ้น

    ความรุนแรงกับการแก้ปัญหาระยะสั้น

    มองในอีกมุมหนึ่ง ผู้ใหญ่ในวันนี้ อดีตก็เคยเป็นเด็กมาก่อน สิ่งที่สะท้อนออกมาผ่านการกระทำ จะบ่งบอกให้เห็นว่าสภาพครอบครัวนั้นเป็นอย่างไร

    “ในมุมมองของคนเป็นแม่ เราคิดว่าการใช้ความรุนแรงกับเด็ก ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ มันเป็นเรื่องอ่อนไหว ที่ส่งผลกระทบระยะยาวในอนาคตของเด็กได้ คำว่าพ่อแม่ ไม่ได้แปลว่าจะมีอำนาจเหนือกว่าเด็ก การทำร้ายร่างกาย หรือดุด่า เป็นการจัดการปัญหาที่ปลายเหตุ มันมีวิธีการที่ดีกว่านั้น แต่ก็ต้องเริ่มจากตัวพ่อแม่เอง ที่ต้องมีเหตุผล แล้วอาจแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยกับเขาแทน อธิบายถ้าเขาทำผิด อาจจะต้องเป็นโรงเรียนด้วย ที่ต้องให้ความรู้กับเด็กในเรื่องสิทธิที่เขามี ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิในการทำร้ายเขาได้ ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงสถาบันครอบครัวด้วย ที่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก เพราะยังไงเด็กก็โตไปเป็นผู้ใหญ่ และถ้าวันหนึ่งเขามีลูก มันก็จะสะท้อนออกมาแล้วว่าครอบครัวสอนเขามายังไง” นาง ซี (นามสมมติ)

    ด้านผู้ปกครองวัย 32 ปี เล่าถึงมุมมองที่มีต่อปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยเธอมองว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี เพราะส่วนตัวแล้วครอบครัวของเธอไม่เคยใช้ความรุนแรง ก็สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกันได้ ทำให้เห็นแล้วว่า การใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

    สร้างความเข้าใจ
    ข้อมูลจากรายงานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รายไตรมาส ปี  2561 มีสถิติระบุว่ามีความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นกับเด็กและสตรีสูงถึง 83.6% เฉลี่ยมากถึง 5 คนต่อวัน และไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง

    นางสาวอักษร ผลชะอุ่ม นิติกร กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม ได้กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวว่า ความใกล้ชิด      การเป็นเครือญาติ เป็นครอบครัวเดียวกันก็ส่งผลต่อการเข้าไปแก้ไขปัญหา โดยที่เกิดความรุนแรงเขาจะมองว่าไม่เป็นอะไร เพราะเป็นญาติกัน ไม่ต้องอะไรมากมาย ซึ่งอาจทำให้ปัญหานั้นเรื้อรังมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการดูแลร่วมกันของคนในชุมชน และผู้นำชุมชน ที่จะมีความใกล้ชิดมากกว่าส่วนภาครัฐ

    “ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จริงๆ มีหลายหน่วยที่เกี่ยวข้อง แต่โดยหลักแล้วเป็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพราะว่ามีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นทางอัยการ โรงพยาบาล ตำรวจ ชุมชน หรือทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องก็พร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลือตามบทบาทที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็จะมีสายด่วน 1300 สามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือแจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชม. หรือจะเป็นสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดที่มีศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องการความรุนแรงในครอบครัว และบ้านพักเด็กและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม หรือการค้ามนุษย์ก็ขอความช่วยเหลือได้” นางสาวอักษร ให้ข้อมูล

    โดยในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตราที่ 3 ระบุไว้ว่า “ความรุนแรงในครอบครัว”  หมายความว่า การกระทำใด ๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ     ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึง การกระทำโดยประมาท

    มาตราที่ 4 ระบุไว้ว่า ผู้ใดกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ให้ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ไม่ลบล้างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ด้วย ให้ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความได้

    ทั้งนี้ โดยหากพบเห็นหรือตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร 1300, กระทรวงยุติธรรม โทร 1111 กด 77, สถานีตำรวจ โทร 191, มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โทร 1134 เจ้าหน้าที่จะรีบเข้าให้การช่วยหลือและทำให้เหตุการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

    2

    เรื่อง : ปัณณราศรี พจน์ไตรทิพย์ , เวชพงศ์ จันทร์ศรี

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    DADA delivery ธุรกิจเพื่อคนมหาสารคาม

    ธุรกิจเดลิเวอรี่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ร้านอาหารถูกสั่งให้จำหน่ายอาหารแบบห่อกลับบ้านเท่านั้น ตลอดจนนโยบายให้กักตัวอยู่บ้าน ทำให้ธุรกิจเดลิเวอรี่ถูกเรียกใช้บริการเป็นจำนวนมากในหลายจังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดมหาสารคามเองก็มีเดลิเวอรี่หลายเจ้าให้เรียกใช้บริการ ทำให้คนในจังหวัดสะดวกสบายและลดวามเสี่ยงจากการสัมผัสเชื่อไวรัส COVID-19 อีกด้วย

    ครูชี้ นักเรียนดี ไม่ต้องพึ่งไม้เรียว

    การลงโทษนักเรียนนั้น มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษตามกฎระเบียบไปจนถึงการลงโทษที่นอกเหนือจากกฎระเบียบ ผ่านช่องทางสื่อโซเชียล ข่าว หรือโดนกระทำเอง แต่อย่างไรก็ตาม การลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ลงโทษนอกเหนือจากกฎระเบียบ หรือลงโทษโดยการใช้อารมณ์ตัดสิน ทำให้นักเรียนได้รับผลกระทบในด้านร่างกายและจิตใจ จนทำให้เกิดการลิดรอนสิทธิและละเมิดสิทธิมนุษยชนของนักเรียนในโรงเรียน

    กรมอนามัยเผย อาหารทะเล ยังกินได้ แนะปรุงให้สุกทุกเมนู

    กรมอนามัยกระทรวงสาธารณะสุขแนะประชาชน ให้กินสุก กินร้อน โดยเฉพาะอาหารทะเลที่นิยมกินแบบยำ หรือปิ้งย่าง ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน

    ร้านขายดอกไม้รับปริญญา ชี้ยอดขายปีนี้ลดลง

    "ร้านดอกไม้และของที่ระลึกที่มาขายช่วงรับปริญญาในมมส.ชี้ยอดขายปีนี้ลดลงเนื่องจากพิษเศรษฐกิจ"

    จัดใหญ่ MSU Open house 2020 เปิดบ้านครั้งแรก 17 คณะ 2 วิทยาลัย

    กองบริการการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกองกิจการนิสิตและ 17 คณะในมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรม MSU Open House ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2563 ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามทั้ง 2 วิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีโอกาสได้รู้จักกับคณะสาขาต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น โดยมีการให้นักเรียนที่สนใจลงทะเบียนเลือกคณะที่ต้องการเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ หรือเข้ามาลงทะเบียนหน้างาน

    HashTag ที่น่าสนใจ