More
    Saturday, April 4, 2020

    ตำรวจชี้เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถมีความผิด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ

    -

     

    ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ จ.มหาสารคาม ชี้เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถผิดกฎหมาย ด้านอาจารย์นักกฎหมายยันการเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถมีความผิดทั้งรถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ หากฝ่าฝืนจะมีโทษ ปรับตั้งแต่ 400 บาท ถึง 1,000 บาท ยกเว้นใช้โทรศัพท์ผ่านอุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาเท่านั้น

    จากกรณีพบการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์บริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคามอยู่บ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากการเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่ว่าจะคุยโทรศัพท์ เล่นแอพพิลเคชั่น และถ่ายรูปเซลฟี่ เป็นต้น

    พันตำรวจโท ธีระวัฒน์ อามาตย์สมบัติ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเขวาใหญ่ จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในกรณีที่เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีความผิดตามมาตรา 43(9) พรบ.การจราจรทางบก มีโทษปรับ 400 – 1000 บาท

    ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามและเจ้าหน้าตำรวจได้มีการประชุมเพื่อตั้งนโยบายในการลดการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถและการไม่สวมหมวกกันน็อค คือ ครั้งแรกถ้าพบเห็นจะมีการจดชื่อสกุล คณะ สาขาที่เรียนส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อเป็นการตักเตือน หากพบครั้งที่ 2 จะมีการให้บำเพ็ญประโยชน์ แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือก็จะเกิดการหักจิตพิสัย

    ด้าน ดร.วนิดา พรมหล้า อาจารย์วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า กฎหมายมีการคุ้มครองความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รถ ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 กำหนดห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ โดยกำหนดข้อยกเว้นไว้กรณีเดียว คือ กรณีการใช้งานโดยผ่านอุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น และการขับรถนั้นให้รวมถึงแม้กระทั่งขณะที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษ คือ จะต้องได้รับโทษปรับตั้งแต่ 400 บาท ถึง 1,000 บาท

    ดร.วนิดา กล่าวต่ออีกว่า เพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด มีสามอย่างประกอบกันคือ (1) การมีตัวบทกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งในส่วนของการใช้โทรศัพท์มือถือ ประเทศไทยมีกฎหมายแล้วคือ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (2) เมื่อมีกฎหมายกำหนดชัดเจน คนในสังคมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย (3) กฎหมายที่มีนั้นต้องสามารถแก้ไขปัญหาสังคม เพราะแม้ว่าการมีกฎหมายดีแต่หากคนในสังคมเพิกเฉยหรือไม่เห็นด้วย ถือว่าไม่เกิดประโยชน์ การที่จะทำให้คนปฏิบัติตามกฎหมายนั้น

    นอกจากจะต้องทำให้กฎหมายมีสภาพบังคับ คือหากไม่ทำตามจะมีโทษ ลงโทษแบบเคร่งครัด ประกอบกับการพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบด้วย คือ โทษจะต้องหนักพอสมควร เช่น โทษปรับ ตั้งแต่ 400 ถึง 1000 บาท อาจไม่เพียงพอที่ทำให้คนเกรงกลัว เพราะเป็นเพียงการไปชำระค่าปรับในจำนวนที่ไม่มากเพื่อจบเรื่อง

    “ดังนั้นอาจต้องมีการเพิ่มโทษปรับที่ค่อนข้างหนักและสูง ซึ่งเป็นไปได้เพราะความผิดต่อการจราจรนั้นผลของมันกระทบต่อสังคมส่วนรวม การใช้รถใช้ถนนอย่างไม่ปลอดภัยถือว่าเป็นเรื่องของผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม และนอกจากจะมีความเคร่งครัดเรื่องโทษ สภาพบังคับแล้วนั้น การสร้างความเข้าใจและการเฝ้าติดตาม ตรวจตราก็มีผลอย่างมากต่อการทำตามกฎหมาย กล่าวคือ อาจจะต้องมีการสื่อสาร เพื่อทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ เช่นเข้าใจเกี่ยวกับโทษ เกี่ยวกับผลกระทบ เข้าใจเกี่ยวกับทางเลือกหากจะต้องใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ และนอกจากนั้นก็มีการเฝ้าติดตาม ตรวจตราอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้คนระลึกอยู่เสมอถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ และก็จะช่วยให้คนมีความสมัครใจที่จะทำตามกฎหมายมากขึ้น” ดร.วนิดา กล่าวทิ้งท้าย

    นายอนุพล สุพรรณภูวงศ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นปัญหาในการขับรถหรือการใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น เพราะเวลาขับรถก็จะมีบ้างในการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นขณะติดไฟแดง หรือ โทรคุยกับเพื่อน แต่ทุกครั้งก็จะมีสติในการขับรถตลอด หรือ บางทีก็จะใช้หูฟังในการคุยธุระ เพราะเลี่ยงที่จะไม่รับโทรศัพท์ไม่ได้

    นายธนพนท์ แก้วกันยา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะบัญชีและการจัดการ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ใช้ถนน กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงโดยเฉพาะผู้หญิง เพราะเวลาขับรถมักเล่นโทรศัพท์เพลินจนอาจจะเสียสมาธิในการขับรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อตนเองและผู้อื่นได้ ส่วนตนเวลาเห็นคนอื่นเล่นโทรศัพท์เวลาขับรถก็จะระวังตัวเองเพื่อให้เกิดอุบัติเหตุในอนาคต

    นางสาวมัณทนา บุบผาสังข์ นิสิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ใช้ถนน กล่าวว่า เห็นเหตุการณ์แบบนี้บ่อย บ้างก็เล่นจนถึงเวลาไฟเขียวแล้วไม่ยอมไป ก็จะมีการบีบแตรไล่บ้างให้เขารู้ตัว หรือบางครั้งเจอกับคนใกล้ตัวก็จะคอยเตือนว่าเวลา

    ขับรถอย่าเล่นโทรศัพท์ ส่วนตัวมีบ้างเวลามีคนโทรมาขณะขับรถจักรยานยนต์ ก็จะจอดเกือบทุกครั้งเพื่อรับโทรศัพท์เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    เด็กกิจกรรม กับโรคซึมเศร้า

    “ ใครบอกว่าคนกำลังคอยสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ จะไม่เป็นโรคซึมเศร้า ”เป็นคำกล่าวของ เพื่อน หรือ นางสาวศิริทิพย์ อินทร์อิ่ม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ 3 คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ  

    เหรียญสองด้านกับอาชีพไอดอล

    ไอดอล อาชีพที่เด็กสาวที่ชื่นชอบการร้องการเต้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าก่อนที่จะเป็นได้นั้นจะต้องเจอะเจอกับอะไรบ้างภาพลักษณ์ที่สวยงามน่ารักสดใสของไอดอลนั้นอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเพื่อเป็นบททดสอบในการทำความฝันครั้งนี้ก็เป็นได้

    มมส จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ”

    นิสิตกลุ่มเครือข่ายเสรีมวลชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการในหัวข้อเครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ 

    บัญชี มมส รวมใจต้านโควิด แจกหน้ากากอนามัย ใช้ซ้ำได้

    คณะบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมกลุ่มจิตอาสาเย็บหน้ากากอนามัยแจกนิสิตและประชาชนทั่วไป

    เช้าเมืองน่าน กับบทสนทนาความทรงจำ

    น่าน หนึ่งในจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนสงบทางภาคเหนือของประเทศไทย จังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน์ของความเป็นพื้นเมือง วัด และสถานที่ท่องเที่ยว

    HashTag ที่น่าสนใจ