More
    Thursday, April 9, 2020

    ปัญหาความเหลื่อมล้ำนำมาซึ่งการเหยียดอย่างไม่มีสิ้นสุด

    -

    “ความเหลื่อมล้ำก่อให้เกิดการเหยียด หรือ การเหยียดก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ” คำถามที่ชวนสงสัยนี้คำตอบของมันคืออะไรผู้เขียนได้แต่สงสัย ในโลกที่มีผู้คนหลากหลายเป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกโดนเหยียดหรือโดนดูถูกจากกลุ่มคนที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่า ซึ่งนี่เป็นปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำ ทั้งจากข้อมูล CS Global Wealth Report 2018 ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ รายงานว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงจนติดอันดับหนึ่งของโลก ทำให้ในสังคมความเหลื่อมล้ำ การโดนเหยียดจึงเป็นสิ่งที่ยังวนเวียนอยู่ในชีวิต

    ในยุคที่วัตถุนิยมเข้ามาแทรกซึม การถูกแบ่งชนชั้นจึงเกิดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมีการแบ่งแยกความไม่เท่าเทียมจึงปรากฏออกมา “เด็กหลังห้อง”  หลายคนคงเคยได้ยิน คำพูดที่แฝงไปด้วยความดูถูกและแบ่งแยกชนชั้นนี้ สร้างทัศนคติที่จดจำให้ใครหลายคน เด็กบางส่วนอาจคิดว่าการเป็นเด็กหลังห้องนั้นโก้เก๋ โดยไม่รู้เลยว่าเมื่อมาอยู่ในสังคมที่โตขึ้น ความโก้เก๋ที่เคยคิดนั้นจะกลายเป็นเด็กเกเรที่ไม่สนใจการเรียนในสายตาของคนส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากเด็กหน้าห้องที่มีภาพลักษณ์ที่ดี ตั้งใจเรียน จนเกิดเป็นภาพจำของใครหลายคน และยังมักได้รับอภิสิทธิ์พิเศษที่มาพร้อมกับความเชื่อมั่นในความสามารถ ทั้งยังได้โอกาสถูกเลือกทำกิจกรรมที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของโรงเรียนเป็นอันดับแรกๆ เสมอ เด็กที่อยู่หลังห้องจึงถูกมองข้ามเป็นประจำ ทำให้เห็นว่าเด็กทั้งสองแบบถูกตั้งสถานะภายในโรงเรียนต่างกัน 

    สถานะที่ต่างกันมักมาพร้อมกับการเหยียดที่ไม่มีสิ้นสุด เหมือนนิยามของคำว่าตลาดล่างที่ชาวเน็ตให้ความหมายไว้ว่าเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมที่สร้างความรำคาญและเดือดร้อนให้ผู้อื่น ตลาดล่างจึงเสมือนเป็นคำดูถูกที่รุนแรงเลยก็ว่าได้ หลายคนอาจไม่ชอบใจเมื่อมีคนมาตราหน้าว่าตัวเองเป็นตลาดล่าง แต่เคยคิดบ้างไหมว่ากลุ่มคนที่ตนเองเคยตราหน้านั้นอาจจะไม่ชอบใจเช่นเดียวกัน และไม่ว่าจะอยู่ตลาดไหนก็ควรได้รับคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน อีกทั้งตลาดล่างยังมีความหมายถึงคนที่มีฐานะยากจน ไร้การศึกษา และประเทศไทยก็จัดเป็นประเทศที่มีคนรวยเพียง 1% ของประชากรทั้งหมด ตามรายงานของข้อมูล Global Wealth Report 2018 ทำให้ความเหลื่อมล้ำ เกิดเป็นช่องว่างทางฐานะขนาดใหญ่ของคนสองกลุ่ม 

    จากกรณีเหตุการณ์งานบวชวัดสิงค์บุกพังห้องสอบ GAT/PAT ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงค์ ได้สร้างความหดหู่แก่นักเรียนและชาวเน็ตในประเทศเป็นอย่างมาก ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้แสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของคนไทยออกมาระหว่างกลุ่มคนสองฝั่ง เพราะการศึกษาเป็นส่วนช่วยให้เรามีตรรกะความคิด วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ซึ่งจากบทความปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย ในเว็บไซต์ THAIPUBLICA ทำให้เห็นว่าเด็กไทยยังมีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อยู่เป็นจำนวนมาก เด็กต้องออกเรียนกลางคันหรือครอบครัวไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้ ส่งผลให้ขาดการศึกษาจนต้องใช้อารมณ์แทนสติในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ  และกลายมาเป็นตัวอันตรายที่สังคมมองว่าเป็นปัญหาที่มาจากผู้ไม่มีการศึกษา ดังเช่นเหตุการณ์วัดสิงค์นี้เอง

    สังคมมองว่าผู้ไม่มีการศึกษาเป็นคนด้อยค่า ความคิดนี้ผู้เขียนมองว่าไม่เป็นความจริงเพราะในโลกนี้ไม่มีคนด้อยค่ามีแต่คนที่ไม่รู้จักคุณค่าของตนเองมากกว่า และการที่ยอมรับว่าตนเป็นคนด้อยค่าจากคำพูดของคนอื่น นั่นแสดงให้เห็นว่าเราก็ดูถูกคนที่ไม่มีการศึกษาเหมือนกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีเหตุและผลในการไตร่ตรองสิ่งต่างๆ ในชีวิต คนที่เรียนไม่จบก็อาจมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถเรียนต่อไปได้ ผู้เขียนจึงอยากจะสื่อว่า “เราไม่ควรตัดสินคนอื่นด้วยการมองเพียงอย่างเดียว ควรคิดไตร่ตรองถึงเหตุผลที่เขาต้องเผชิญ เหมือนอย่างที่การศึกษาได้สอนมา” 

    ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจึงถูกมองเป็นปัญหาที่อยู่บนจุดสูงสุดของประเทศเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ ภายในประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และยังก่อให้เกิดปัญหาย่อยๆ ตามมาอีกด้วย เนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นแต่ละคนก็จะมีสถานะทางสังคมแตกต่างกัน แน่นอนว่าชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน การโดนเหยียดจากคนที่คิดว่าตนเองมีระบบการใช้ชีวิตสูงกว่าจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดและเลิกเหยียดในเหยียดหรือเลิกรู้สึกแย่กับเรื่องที่โดนเหยียด ชีวิตและสุขภาพ ความเป็นอยู่อาจสดใสขึ้นมาก็เป็นได้

    “ความเหลื่อมล้ำที่นำมาซึ่งการเหยียด แม้แต่ในโลกโซเชียล เกมออนไลน์ หรือแม้แต่สังคมกลุ่มเด็กๆ ก็ไม่มีอะไรเท่าเทียมกัน ปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่มองว่าการเหยียดเป็นเรื่องตลกธรรมดา ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ยังเจอ เพียงแค่เราไม่มีเงินเข้าร้านหรูๆ อย่างคนอื่น ไม่มีเสื้อผ้าแบรนด์เนมใส่ ไม่มีเงินซื้อของแพงๆ ไม่ได้เรียนในโรงเรียนดัง หรือแม้แต่หน้าตาไม่ดีเท่าคนรอบข้าง ก็อาจถูกมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม โลกที่ถูกกลืนกินด้วยความเหลื่อมล้ำนี้ ถ้าทุกคนมองคนอื่นอย่างเท่าเทียมกับตัวเองไม่ไปเปรียบเทียบคนอื่นกับใคร ไม่ไปล้อเลียนให้ใครเสียความมั่นใจ ถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ถ้าลองทำโลกใบนี้ก็อาจจะน่าอยู่ขึ้นอีกนิดก็ได้”


    ที่มาข้อมูล
    CS Global Wealth Report 2018 : https://www.the101.world/inequality-in-the-21st-century/?fbclid=IwAR2J62brkY71DoE_qjHyku91W6D43RQ3PubhzFNLDxTje3xr1YeTvLOq1ws

    ที่มาบทความปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย : https://thaipublica.org/2016/05/pier-4/?fbclid=IwAR3q7RyXTgE9NdHNr-dmv-A_Oab5hYlNDnkV-bqJx7gBaH2OGmTXHO5fp-k

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    เด็กกิจกรรม กับโรคซึมเศร้า

    “ ใครบอกว่าคนกำลังคอยสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ จะไม่เป็นโรคซึมเศร้า ”เป็นคำกล่าวของ เพื่อน หรือ นางสาวศิริทิพย์ อินทร์อิ่ม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ 3 คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ  

    เหรียญสองด้านกับอาชีพไอดอล

    ไอดอล อาชีพที่เด็กสาวที่ชื่นชอบการร้องการเต้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าก่อนที่จะเป็นได้นั้นจะต้องเจอะเจอกับอะไรบ้างภาพลักษณ์ที่สวยงามน่ารักสดใสของไอดอลนั้นอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเพื่อเป็นบททดสอบในการทำความฝันครั้งนี้ก็เป็นได้

    มมส จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ”

    นิสิตกลุ่มเครือข่ายเสรีมวลชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการในหัวข้อเครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ 

    บัญชี มมส รวมใจต้านโควิด แจกหน้ากากอนามัย ใช้ซ้ำได้

    คณะบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมกลุ่มจิตอาสาเย็บหน้ากากอนามัยแจกนิสิตและประชาชนทั่วไป

    เช้าเมืองน่าน กับบทสนทนาความทรงจำ

    น่าน หนึ่งในจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนสงบทางภาคเหนือของประเทศไทย จังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน์ของความเป็นพื้นเมือง วัด และสถานที่ท่องเที่ยว

    HashTag ที่น่าสนใจ