More
    Friday, December 4, 2020

    ผ้าครามสกล:ความลงตัวระหว่างศิลปะกับธรรมชาติ

    -

    ปก ผ้าคราม

    เมื่อนึกถึงจังหวัดสกลนครสิ่งที่ผุดเข้ามาในหัวเป็นอันดับต้น ๆ คงไม่ใช่เรื่องอื่นนอกจาก “ผ้าย้อมคราม”  สกลยังเป็นเมืองที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนงานฝีมือหัตถกรรมมาอันดับต้น ๆ ระหว่างการเดินทางกับถนนสายที่คดเคี้ยวผ่านโค้งนับร้อย มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง บ้านดอนกลอย ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เราบุกมาถึงแหล่งกำเนิดของผ้าย้อมครามโดยเฉพาะ 

    ด้วยเฉดสีน้ำเงินอินดิโก้ ตั้งแต่สีฟ้าปนขาวไปจนถึงสีน้ำเงินเข้มที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลุ่มหลง สีครามยังถูกจัดให้เป็นราชาแห่งสีย้อมธรรมชาติที่ใคร ๆ เห็นแล้วต้องตกหลุมรัก จึงทำให้ถูกนำมาแปรรูปเป็นของใช้สุดชิค ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า ของที่ระลึกมากมาย     

    มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นครามพืชใบสีเขียวที่ตกกระทบกับแดดจัดยามสาย สมาชิกในชุมชนปลูกต้นครามกันทุกครัวเรือนกระจายตัวอยู่เกือบทุกอำเภอ อีสานเป็นพื้นที่โดนแดดสภาพอากาศก็เหมาะแก่การปลูก    ครามปลูกง่ายขึ้นง่าย แต่ก็ต้องดูแลเอาใจใส่เขาไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านจะหว่านเมล็ดก่อนหน้าฝน ในช่วงระยะเวลา120 วัน จะต้องรดน้ำเพื่อให้เขาเติบโต หลังจากนั้นเทวดาจะดูแลรักษาหรือที่เรียกว่าฝนตกให้  เจษฎา กัลยาบาน เจ้าของแบรนด์ Jetsada studio อธิบายถึงต้นครามที่กว่าจะออกดอกผลิใบต้องใช้ระยะเวลาและการดูแลเอาใจใส่  

    เจษ ตัดสินใจออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักมากกว่า ทำงานแปรรูปผ้าคราม งานคราฟต์  เริ่มจากของที่ระลึกเล็ก ๆ จนกลายมาเป็นเสื้อผ้า ของใช้ กระเป๋า ที่ดีไซน์ออกมาตอบโจทย์หยิบจับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ปัจจุบันงานที่ทำจะเป็น Unisex ใส่ได้ทั้งชายและหญิง วัตถุดิบที่ใช้มาจากชุมชนผ้าครามในจังหวัดสกลนครและมีความชัดเจนในการเลือกวัตถุดิบมาทำผลิตภัณฑ์ของแบรนด์      

    เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์ไม่ได้หลากหลาย มีเพียงทอผ้าสำหรับนุ่ง คือผ้าถุง มีผ้าพันคอและคลุมไหล่บ้างแต่ยังไม่ค่อยแพร่หลาย รวมถึงผ้าที่ทอเป็นเมตร ๆ เพื่อนำมาตัดเย็บสวมใส่ ปัจจุบันนี้มีหลากหลายมาก ทั้งผ้าและเส้นใยทั้งที่แปรรูป และยังไม่แปรรูปเพื่อให้ลูกค้าได้นำไปต่อยอดเองได้

    ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีหลายๆหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมผ้าให้มีมูลค่ามากขึ้น จากคนที่รู้จักผ้าคราม ผ้าทอเฉย ๆ กลายเป็นผ้าครามที่โด่งดังขึ้นมานับจากวันนั้น

     

    ครามมีชีวิต

    ในสมัยก่อนชาวบ้านมีความเชื่อว่าครามมีชีวิต เปรียบเสมือนลูกที่ต้องดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา การทำครามโดยการก่อหม้อครามทุกครั้งจะต้องดูวัน เดือนที่เหมาะสม ว่าเป็นวันข้างขึ้น-ข้างแรม หรือเป็นวันพระหรือเปล่า หากก่อหม้อครามเสร็จแล้ว ถ้าฝนตก ฟ้าร้อง จะมีความเชื่อว่าครามจะหนีหม้อ(ย้อมไม่ติดสี) ความเชื่อเหล่านี้ได้ถูกสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  ณ ปัจจุบัน ก่อนที่ชาวบ้านจะนำผ้าครามออกไปขายก็ยังมีคำบอกกล่าวกันว่า ขอให้ขายได้และประสบความสำเร็จอยู่เสมอ” 

     

    เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    การย้อมครามของคนที่นี่เป็นการย้อมเย็นโดยไม่ใช้ความร้อนใด ๆ  การก่อหม้อคราม(หรือที่เขาเรียกกันว่าหม้อนิล)ก็มีความสำคัญไม่น้อย วัตถุดิบก็หากันได้ง่ายจากภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้โอ่งดินเพื่อรักษาคุณภาพของน้ำครามได้ดีที่สุดทำให้อุณหภูมิของน้ำย้อมเย็น และต้องดูแลครบทุกรสชาติ  ครามจะมีรสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวาน หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปหม้อจะไม่สมดุล สีจะย้อมไม่สวย ไม่ตรงกับเฉดสีที่ต้องการ

    กว่าจะออกมาเป็นผ้าครามหนึ่งผืนต้องผ่านกระบวนการพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกเก็บเกี่ยวใบครามไปจนถึงการนำวัตถุดิบส่วนผสมลงไปในหม้อครามเพื่อให้ได้สีที่ออกมาสมดุลสวยงาม โดยการนำใบครามแช่ในน้ำหนึ่งคืน จากนั้นแยกกากใบออกแล้วเติมปูนแดง ตีน้ำครามให้เกิดฟองพักไว้เพียงหนึ่งคืนก็จะได้เนื้อครามที่ตกตะกอนอยู่ก้นหม้อ  

    กลิ่นน้ำครามส่งกลิ่นคละคลุ้งแตะจมูกพร้อมแสงแดดที่ตกกระทบเห็นเป็นสีเขียวมรกต พร้อมเข้าสู่กระบวนการในการย้อมผ้าแล้ว  การย้อมครามใช้เวลาเพียงน้อยนิดก็ได้ผ้าที่เป็นสีคราม นำผ้าที่ต้องการจะย้อมจุ่มลงไปในหม้อ น้ำครามก็จะแทรกซึมเข้าไปในตัวผ้าเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองอ่อน ๆ แล้วสีครามจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีคราม อยากได้สีที่เข้มมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับเวลาในการจุ่มผ้าลงไป จากนั้นนำไปล้างในน้ำสะอาดพึ่งแดด ก็นำมาใส่อวดกันสวย ๆ ได้เลย

    ทุกๆกระบวนการในการย้อมผ้าครามเรียกได้ว่ามาจากธรรมชาติ100%  การใช้วัตถุดิบที่หาได้จากธรรมชาติอย่างปลอดภัย รวมไปถึงการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    “ผ้าย้อมครามยังสามารถป้องกันแสงUVได้100% พร้อมทั้งขจัดแบคทีเรียได้ดี ใส่แล้วถึงจะไม่ซักก็ไม่มีกลิ่นอับ” 

    นอกจากการย้อมผ้าด้วยสีครามแล้ว ยังมีเฉดสีอื่น ๆ ที่ได้จากธรรมชาติ เปลือกไม้นานาชนิดนำไปสกัดเป็นสีให้เลือกใช้ สีเหลืองจากขมิ้น ใบสมอ ขี้เหล็ก สีเขียวจากเปลือกมะม่วง สีแดงจากลูกท้อ ประดู่  หลากหลายสีสันที่นำมาอยู่บนผ้าแต่ละผืนที่ไม่ซ้ำรูปแบบ 

     

    หัวใจสีเดียวกัน

    เจษ ทำงานร่วมกับหลายชุมชน จนมาเป็นจิตอาสาช่วยเหลือชุมชนให้เติบโต ทั้งการออกแบบรวมไปถึงการทำการตลาดให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่น่าสนใจและเข้ากับทุกยุคทุกสมัย ผ้าที่เขาใช้จะใช้ของชุมชนในจังหวัดสกลนครทั้งหมดจากหลากหลายหมู่บ้านรวมกัน เพราะแต่ละพื้นที่มีอัตลักษณ์ของผ้าที่ไม่เหมือนกันมีความหลากหลาย การเลือกผ้ามาสร้างสรรค์งานแต่ละชิ้นก็จะแตกต่างกันออกไป

    “มันก็มีความยากในการทำงานกับชุมชนอยู่บ้าง พอเราใส่ดีไซน์หรือออกแบบลายผ้าเพื่อสั่งทอเข้าไป ผู้ทอบ้างทอได้ บ้างทอไม่ได้ตามแบบ ก็ต้องทำความเข้าใจในข้อจำกัดของงาน เช่นทอไม่ได้เพราะอะไร สีนี้ไม่ได้ เพราะชุมชนไม่มีจากธรรมชาตินี้ ทอไม่ได้เพราะชุมชนไม่มีเส้นใยแบบนี้ เราก็ต้องเข้าใจและแก้ปัญหาร่วมกันความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของเจษและคนในชุมชนจากวันนั้นช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งและเติบโตมากยิ่งขึ้น

    การส่งมอบแนวความคิดไอเดียให้คนรอบข้างที่เรามีโอกาสมาทำงานร่วมกันทำให้รู้สึกสนุก เพราะเราได้คิดและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์กัน สิ่งสำคัญคือได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้บุคคลภายในและภายนอกได้ร่วมภูมิใจกับภูมิปัญญาของท้องถิ่นของตนเองได้เจษหันไปยิ้มพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะให้กับกลุ่มชาวบ้านที่กำลังทอผ้ากันอย่างขะมักเขม้น  สัมผัสได้จากสีหน้าและแววตาเปล่งประกายดูมีความสุขทุกครั้งที่ได้ลงชุมชนทำผ้าคราม

     

    สร้างสรรค์ ออกแบบ คิดค้น

    หากมองในแง่ของศิลปะ สีครามมีความเป็น material ในการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างหนึ่ง “เราเองก็ชอบเพราะมันมีความแปลก ถ้าทั่วไปสีที่บีบจากหลอดคนทั่วโลกเขาก็ใช้กัน หาจุดเด่นได้ยาก ถ้าเราอยากจะแปลกและโดดเด่นมันต้องฉีกแนวออกจากกลุ่มอื่น” 

    เราใช้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นหลัก ไอเดียบางอย่างที่เราคิดจะให้คนอื่นมาทำให้ตรงตามที่ตัวเองอยากจะได้อาจไม่ถึงที่เราคิดไว้ ต้องลงมือทำเอง

    อำนาจ  สุนาพรม อาจารย์ภาควิชาศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ที่นำวิชาความรู้มาทำอาชีพเสริม โดยเริ่มจากการทำงานกราฟิกจนกลายมาเป็นศิลปะบนผ้าย้อมครามลวดลายสุดสร้างสรรค์แหวกแนว 

    ในช่วงแรก ๆ อาจารย์อำนาจ ได้เข้ามาทำงานคราฟต์ เรียนรู้การทำสมุดทำมือออกแบบงานให้มีความโดดเด่น การประยุกต์นำเรื่องของผ้าย้อมครามมาหุ้มปกและใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้จากท้องถิ่นเข้ามาร่วมด้วย การใช้กาบกล้วยจากสีธรรมชาตินำมามิกซ์แอนแมทให้ทันสมัยดูเก๋น่าใช้เข้าไปอีก  

    เชื่อว่ากระแสคนนิยมคราม ในอนาคตจะนิยมเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ตอบโจทย์คนในอนาคตเป็นอย่างดี เรื่องครามมันมาคู่กับแฟชั่นทุกยุคทุกสมัย มีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อยู่แล้ว หนึ่งในแม่สีคือ สีน้ำเงินนั่นก็คือ คราม เสื้อผ้าที่เป็นสีธรรมชาติอะไรที่เป็นธรรมชาติก็จะยังคงอยู่ในเทรนด์แฟชั่น

     

    สืบทอด สานต่อ

    ผ้าย้อมครามเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ “องค์ความรู้ตรงนี้มันต้องต่อยอด เพราะถ้ารุ่นเราไม่ทำ รุ่นต่อไปมันยิ่งจะไม่มี พอหลังจากหมดรุ่นพ่อ-แม่ มันก็ไม่เหลือใครแล้ว รุ่นเราเป็นรุ่นที่ควรเข้ามาลองรับตรงนี้ ทำให้มันร่วมสมัยไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะถ่ายทอดการได้ใช้วิชาความรู้ที่เราเรียนเรื่องครามกับชุมชนเอาไปสอนกับนักศึกษาในห้องเรียน” 

    เราจึงต้องนำภูมิปัญญาดั้งเดิมนำมาผสมผสานกับสิ่งใหม่ๆให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ให้ผลิตภัณฑ์จากผ้าครามนั้นเป็นสิ่งที่สามารถอยู่ในปัจจุบันและอนาคตต่อไป  ภูมิปัญญาของมนุษย์ทำให้เราเห็นว่าธรรมชาติได้สร้างสิ่งที่สวยงามมาให้กับเราและเราได้นำสิ่งสวยงามนั้นมาสร้างประโยชน์ให้กับมัน 

     

    หัวใจที่มีต่อคราม

    การทำด้วยใจไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องทำด้วยความรัก ถ้าเราทำแล้วหวังรายได้มาเป็นตัวตั้งมันอาจไม่สมหวังด้วยซ้ำ “ทุกครั้งที่ได้สร้างลวดลายใหม่ ๆ แล้วพิมพ์เป็นผ้าออกมา เทคนิคที่เราใช้ค่อนข้างแปลก มันทำให้ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้สร้างงานตรงนี้”  อาจารย์อำนาจหันไปหยิบผ้าครามผืนหนึ่ง ถูกพิมพ์ลายไว้อย่างสวยงาม พร้อมส่งแววตาที่มีความสุขและภูมิใจในงานศิลปะบนผืนผ้าสีครามนี้      

    แรงบันดาลใจบวกกับความตั้งใจที่จะทำในสิ่งที่รักย่อมส่งผลให้เกิดผลงานที่มีไอเดียสร้างสรรค์ขึ้น จากสิ่งที่เป็นของธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและยังมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย ชุมชนยังได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ถึงวิธีการย้อมผ้าครามจากแหล่งต้นกำเนิดโดยตรง สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ผสมผสานอยู่กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    จัดใหญ่ MSU Open house 2020 เปิดบ้านครั้งแรก 17 คณะ 2 วิทยาลัย

    กองบริการการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกองกิจการนิสิตและ 17 คณะในมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรม MSU Open House ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2563 ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามทั้ง 2 วิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีโอกาสได้รู้จักกับคณะสาขาต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น โดยมีการให้นักเรียนที่สนใจลงทะเบียนเลือกคณะที่ต้องการเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ หรือเข้ามาลงทะเบียนหน้างาน

    ขยะทิ้งแล้วไปไหน?

    จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีประชากรแฝงเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีสถานศึกษาและชุมชนอยู่ร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการมีประชากรแฝงจำนวนมากคือขยะ แล้วขยะทั้งหมดที่มีมากมายเหล่านี้เมื่อถูกทิ้งแล้วนำไปที่ไหนต่อ ? นี่เป็นประโยคคำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ขยะทั้งหมดที่มีรถขยะเข้ามาเก็บทุก ๆ เช้าถูกนำไปทิ้งที่ไหนต่อแล้วมีกระบวนการจัดการกับขยะเหล่านี้อย่างไร มีการคัดแยกขยะหรือไม่นั้น บทความนี้จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกัน

    ของเก่าก็มีราคา กิจการซื้อขายขยะ

    ขยะ เกิดจากการด าเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวัน แต่ละกิจกรรมล้วนมีการใช้ทรัพยากรหลายอย่างที่มี การใช้แล้วทิ ้งอย่างไม่เห็นคุณค่า ไม่ค านึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งของที่พังหรือเสียไปแล้วถูกน าไปทิ ้ง จนเกิดเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมตามมาในที่สุด เมื่อเกิดปัญหาขึ ้นก็มีแนวทางการแก้ไขหลากหลายวิธีที่ขึ ้นอยู่กับบริบทของคนในสังคม

    นิสิตมมส.โวย นกพิราบบุกหอใน

    นิสิตมมส.เรียกร้องกองอาคารและสถานที่เหตุนกพิราบสร้างความเดือดร้อนภายในมหาวิทยาลัย ด้านกองกองอาคารแก้ปัญหาแล้ว แต่ยังมีผลกระทบอื่นตามมา

    ตีแผ่ชีวิตเด็กปั๊ม…กับปัญหาความเหลื่อมล้ำและการดิ้นรนในสังคมทุนนิยม

    ตีแผ่ชีวิตเด็กปั๊มกับปัญหาความเลื่อมล้ำและการดิ้นรนในสังคมทุนนิยม

    HashTag ที่น่าสนใจ