More
    Saturday, April 4, 2020

    ‘มันแกวบรบือ’ ในลมฝนแห่งความเปลี่ยนแปลง

    -

    แผงขายมันแกวที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางของถนนสายบ้านไผ่-บรบือ เป็นที่คุ้นตาของผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ มีแผงขายมันแกวมากกว่า 50 แผง แต่ในช่วงเทศกาลจะมีมากถึง150 แผง จำนวนแผงที่มากขนาดนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมอาชีพขายมันแกวจึงเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ของคนในพื้นที่มาได้อย่างยาวนาน

    “มันแกวมาเหลือ เกลือใต้ดินมากมี ผ้าไหมดีมากค่า งามสง่าสวนหนองบ่อ ศักดิ์สิทธิ์พ่อปู่จุมคำ รสหวานล้ำแตงโม” คำขวัญของอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ยืนยันได้อย่างดีว่า อำเภอแห่งนี้มีพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างมันแกวเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น เห็นได้จากพื้นที่มากกว่า 2,500 ไร่ เป็นแปลงปลูกมันแกว สร้างอาชีพหล่อเลี้ยงผู้คนมานานกว่า 40 ปี

    จุดกำเนิดมันแกวขึ้นชื่อ

    ด้วยความสงสัยเพราะเหตุใดมันแกวจึงเป็นของขึ้นชื่อของอำเภอบรบือ จึงไม่รอช้าที่จะหาต้นตอจุดกำเนิดของมันแกวบรบือ เราจึงได้พบกับหญิงร่างเล็กที่ชื่อว่าแม่ตา หรือนางชุติกาล นองดีนอก ชาวบ้านหนองตะไก ตำบลหนองสิม เจ้าของแผงขายมันแกวริมถนนสายบรบือ-บ้านไผ่ ที่ตั้งอยู่ตรงทางออกปั้มน้ำมัน    แม่ตาเล่าให้ฟังว่า “มันแกวบรบือขายกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย มีมาตั้งแต่แม่ยังไม่เกิด ตั้งแต่จำความได้ก็เริ่มขุดมันกับพ่อกับแม่แล้ว” แม่ตาเล่าให้ฟังพลางมัดมันแกวที่เพิ่งขุดมาจากไร่เพื่อเตรียมขาย

    “ทำไมมันแกวที่นี่จึงขึ้นชื่อนะหรอ” แม่ตาทวนคำถามเราพร้อมเล่าต่อว่า “หากพูดถึงมันแกวใครๆ ก็คงต้องนึกถึงของบรบือเรา ด้วยรสชาติที่กรอบหวานไม่เหมือนใคร ทำให้มันแกวของเราแตกต่างไปจากมันแกวที่อื่น เพราะว่าดินที่นี่เป็นดินร่วนปนทรายและมันแก้วชอบดินร่วนปนทรายมากกว่าดินเหนียว  แต่ก็ไม่รู้นะว่าดินมันมีส่วนไหม  เพราะทางจังหวัดลพบุรี สระบุรี หรือว่ามันที่พระธาตุพนม เขาก็นำเมล็ดจากเราไปปลูก แต่พอขุดมาแล้วรสชาติก็ไม่เหมือนกับของเรา”

    21931639_10211031938816601_398153297_o-2

    มันแกว อาชีพหลักจากรุ่นสู่รุ่น

    “แม่ขายมาตั้งแต่รุ่นตายายแล้ว จนถึงปัจจุบันก็ประมาณ 40 ปี และอาชีพหลักก็คือการขายมันแกวรายได้จากการขายมันแกวจะดีกว่ารายได้ที่เคยไปรับจ้าง คือถูกส่งมาจากรุ่นสู่รุ่น” แม่ตาเล่าให้ฟังด้วยท่าทางทีภาคภูมิใจในอาชีพตน

    แม่ตาเล่าต่อไปว่า  “แต่ช่วงที่ไม่สามารถปลูกมันแกวได้คือช่วงหน้าฝนที่ฝนตกหนัก จะทำให้หัวมันแกวเน่า ดังนั้นช่วงที่ไม่ได้ปลูกมันแกวคนที่มีไร่มีนาก็จะทำนา ใครไม่มีไร่นาก็จะไปรับจ้าง เมื่อหมดฝนจะกลับมาปลูกกันใหม่”

    การขายแบบพึ่งตนเอง

                   แน่นอนว่าเมื่อเป็นของขึ้นชื่อแล้ว ที่อื่นมักมาขอรับซื้อเพื่อไปขายต่อ แม่ตาเล่าว่า“ก็เคยมีคนมารับซื้อนะ ส่วนมากคนในหมู่บ้านจะช่วยกัน เช่นว่า มีการเปิดรับออเดอร์(Order) เท่านี้ ก็จะรวมๆกันในหมู่บ้านเพื่อเอามันแก้วไปขาย  แต่คนส่วนมากจะไม่ค่อยส่งเพราะได้เงินน้อย ซึ่งขายเองจะได้เงินและกำไรมากกว่า  ขายส่งกิโลกรัมละ  3-5 บาท แต่ถ้าขายเองจะได้กำไรมากถึงเท่าตัว ช่วงที่ขายดีจะเป็นช่วงเทศกาล เช่น ออกพรรษา  เพราะว่ามันแกวเรามันเป็นคล้ายๆกับสินค้า OTOP”

    “ถ้าเราปลูกเอง ขายเองเราจะได้ราคาดี ขายหน้าแผงก็ขายเป็นมัด มัดละ 40 บาท 3 มัด 100 บาท ซึ่งราคาก็จะดีกว่าขายให้คนที่เขามารับซื้อ แต่ช่วงนี้ขายไม่ค่อยได้ เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี เมื่อไม่กี่เดือนมานี้บางวัน บางร้านขายได้ 100 บาท บางร้านขายได้ 40 บาท บางร้านขายไม้ได้เลย ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ขายมา ซึ่งปกติจะขายได้วันละ400-500 บาทเป็นอย่างน้อย” แม่ตาเล่าให้เราฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    เคล็ด(ไม่)ลับความอร่อย

                   เราได้ลองชิมมันแกวที่แม่ตาให้เราชิม ก็ได้พบว่ามันแกวที่นี่ต่างจากที่อื่นจริงๆ ทั้งรสชาติที่กรอบและหวานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม่ตาจึงอธิบายให้ฟังว่า “ดินของเราเป็นดินร่วนปนทราย เป็นดินที่มันแกวลงหัวได้ดี การปลูกก็ปลูกยกร่องเหมือนปลูกมันสำปะหลัง  ขนาดหัวมันแกวก็กำหนดได้ อยากได้หัวเล็กก็ปลูกถี่ๆกัน อยากได้หัวใหญ่ก็ปลูกห่างๆ แต่มันแกวของเราจะหัวไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ซึ่งจะกินอร่อยกว่า และเคล็ดลับอีกอย่างก็คือ เมื่อเราขุดมันแกวขึ้นมาแล้ว เราจะไม่ปลูกซ้ำที่เดิม เราจะพักดินไว้ก่อน” แม่ตากล่าว

    แปลงมันแกว

    (แปลงปลูกมันแกว รูปจาก @MyBorubu)

    กลไกราคาที่ควบคุมกันเอง

                   แม้ชาวบ้านอำเภอบรบือจะขายกันมาก แต่ราคาของมันแกวที่นี่ก็ยังดีอยู่ ทำให้ชาวบ้านอยู่กันได้ แม่ตาเล่าให้ฟังว่า  “ราคาของมันแกวที่นี่ก็จะหมุนไปเรื่อยๆนะ ตามราคาต้นทุนการผลิต เมื่อก่อนมัดละ 5 บาท 3  มัด 10 บาท และก็ขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นมัดละ 10 บาท 3  มัด 20 เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันมัดละ 40 บาท 3 มัด 100 บาท ราคามันแกวจะเปลี่ยนไปตามต้นทุนของการปลูก ยิ่งถ้าต้นทุนการผลิตสูงก็จะมีราคาแพงขึ้น”

    หากถามว่า ราคาเคยตกลงหรือไม่  แม่ตาให้คำตอบว่า “มันแกวเคยราคาตกเหมือนกันนะ มีมันแกวทางอื่นมาโจมต ขายถูกกว่า และนำชื่อมันแกวบรบือไปแอบอ้าง เช่นที่อื่น ขายกิโลละ 2-3 บาท แต่ถ้าคนที่กินมันแก้วจริงๆจะรู้ว่ามันแกวที่บรบือ เนื้อจะแน่นติดกันและหวาน บางทีเจ้าของสวนขายมันแกวไม่หมด ก็จะให้คนมาเหมาไปในราคาที่ถูก ก็จะทำให้กลไกราคาของเราเสียไป”

    การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ

                   การเป็นของขึ้นชื่อ ย่อมจะต้องมีหน่วยงานรัฐเข้ามาให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดช่องทางในการขายเพิ่มมากขึ้น “เมื่อก่อนเคยมี แต่ช่วงนี้ไม่เห็นเขามาเลย คือแต่ก่อนหน่วยงานรัฐจะจัดงานให้ปีละ 1 ครั้ง เป็นงานที่ใช้ชื่อว่า มันแกวเงินล้าน ในช่วงปีใหม่ ถือว่าเป็นการโปรโมทไปในตัว แต่ช่วงหลังนี้ไม่ค่อยมีการสนับสนุนจากภาครัฐ พวกเราต้องโปรโมทกันเอง เพราะสมัยมีนี้มีโลกโซเชียลถ่ายลงกันเอง หรือบางครั้งจะมีนิสิตจากมหาวิทยาลัยมาช่วยโปรโมทบ้าง” แม่ตาเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับการสนับสนุนของภาครัฐ

    การที่หน่วยงานของทางภาครัฐเข้ามาสนับสนุนแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผู้ขายมันแกวต้องปรับตัวเพื่อหาช่องทางเพิ่มมูลค่าของมันแกว เพื่อทำให้มันแกวไม่เกิดการตกค้าง เพราะหากเหลือมันแกวมากเกินไปก็จะทำให้ราคาอาจตกลงมาได้

    หลากหลายเมนูของมันแกว

                   มันแกวนอกจากจะทานได้ทันทีแล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปทำเมนูได้อีกหลากหลายเมนู เพื่อเพิ่มมูลค่าของมันแกว “มันแกวสามารถนำมาทำได้หลายอย่างเลยนะ ทั้งของคาว ของหวาน ของหวานก็เช่น ไส้กะหรี่ปั๊บ ทับทิมกรอบ เพื่อลดต้นทุนในการทำขนม เพราะมันแกวจะถูกกว่าของเดิมที่เขาใช้ทำขนมกัน ของคาวมันแกวก็อาจใช้แทนหัวไซ้ท้าวเพื่อเพิ่มความหวานให้กับน้ำซุป นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง มันแกวยังนำไปทำอาหารได้อีกสารพัด” แม่ตาเล่าให้ฟังถึงเมนูอาหารที่มันแกวสามารถนำไปปรุงได้

    DSC01469

    จากคำบอกเล่าของแม่ตา เจ้าของแผงขายมันแกวก็ทำให้เราเข้าใจได้ทันทีว่า มันแกวที่เราอาจมองว่าธรรมดาแต่แท้ที่จริงแล้วมันมีคุณค่ามากสำหรับคนในพื้นที่อำเภอบรบือ  จังหวัดมหาสารคาม เพราะเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นอาชีพหลัก เป็นที่คุ้นตาของคนที่ผ่านไปผ่านมาของถนนเส้นนี้จะต้องจอดซื้อไปเป็นของฝากเสมอ

     

    “มันก็เป็นโชคดีของเราด้วยที่มีมันแกว เพราะว่าถ้าไม่มีก็ไม่รู้ว่าเราจะไปทำอะไร”

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    เด็กกิจกรรม กับโรคซึมเศร้า

    “ ใครบอกว่าคนกำลังคอยสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ จะไม่เป็นโรคซึมเศร้า ”เป็นคำกล่าวของ เพื่อน หรือ นางสาวศิริทิพย์ อินทร์อิ่ม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ 3 คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ  

    เหรียญสองด้านกับอาชีพไอดอล

    ไอดอล อาชีพที่เด็กสาวที่ชื่นชอบการร้องการเต้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าก่อนที่จะเป็นได้นั้นจะต้องเจอะเจอกับอะไรบ้างภาพลักษณ์ที่สวยงามน่ารักสดใสของไอดอลนั้นอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเพื่อเป็นบททดสอบในการทำความฝันครั้งนี้ก็เป็นได้

    มมส จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ”

    นิสิตกลุ่มเครือข่ายเสรีมวลชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการในหัวข้อเครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ 

    บัญชี มมส รวมใจต้านโควิด แจกหน้ากากอนามัย ใช้ซ้ำได้

    คณะบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมกลุ่มจิตอาสาเย็บหน้ากากอนามัยแจกนิสิตและประชาชนทั่วไป

    เช้าเมืองน่าน กับบทสนทนาความทรงจำ

    น่าน หนึ่งในจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนสงบทางภาคเหนือของประเทศไทย จังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน์ของความเป็นพื้นเมือง วัด และสถานที่ท่องเที่ยว

    HashTag ที่น่าสนใจ