More
    Saturday, April 4, 2020

    ม.44 ทำพิษประมงน้ำสงคราม สั่งห้ามเครื่องมือหากิน 6 ชนิด

    -

    ชาวประมงลุ่มน้ำสงครามโอดม.44 กระทบจับปลา ผู้นำชุมชนชี้กม.เหมารวมทั้งน้ำจืดน้ำเค็ม วอนอนุโลมเครื่องมือหาปลาบางชนิด  นักวิชาการเผยในแง่ดีเกิดการควบคุมเครื่องมือจับสัตว์น้ำ แง่ร้ายส่งผลการหากินในถิ่นที่อยู่อาศัย

    กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เมื่อเดือนเมษายน ปี 2558 โดยห้ามมีการครอบครองเครื่องมือประมง 6 ชนิด โดยเครื่องมือทั้ง 6 ชนิดที่ถูกห้ามใช้นั้น ประกอบไปด้วย อวนรุน โพงพาง อวนล้อม ลอมพับได้ อวนลาก และเครื่องมือทำการประมงอื่นตามรูปแบบของเครื่องมือ ซึ่งหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 5 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 1-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านปากยาม ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อสอบถามถึงปัญหาและผลกระทบจากการบังคับใช้ใช้กฎหมายมาตรา 44 ว่าด้วยเรื่องการทำประมง และเครื่องมือที่ใช้

    นายศุภฤกษ์ ชนะมาร ผู้ใหญ่บ้าน บ้านปากยาม ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม กล่าวว่า ตามกฎหมาย ม.44 ที่ว่าด้วยเรื่องของการควบคุมการใช้เครื่องมือในการหาปลานั้น ตนมองว่าไม่สามารถใช้ร่วมกันระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มได้ เนื่องจากสภาพและภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน โดยทางน้ำเค็มนั้น มีอาณาเขตกว้าง สามารถใช้เครื่องมือจับปลาได้ตลอดทั้งปี แต่สำหรับแม่น้ำสงครามนี้ ไม่สามารถทำได้เช่นนั้น

     

    นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า ปกติชาวบ้านที่ทำอาชีพประมง จะเริ่มจับปลาในช่วงวันที่ 15-16 ของเดือนกันยายน และเมื่อถึงช่วงเดือนตุลาคมก็จะเลิกใช้เครื่องมือหาปลาแล้ว ส่วนเรื่องของเครื่องมือที่รัฐได้สั่งห้ามนั้น ตนมองว่าไม่สามารถใช้ร่วมกันกับพื้นที่อื่นๆ ได้ เช่นเครื่องโต่งและโพงพาง หากเป็นปากยาม จะมีลักษณะเป็นปากเดียว มีความกว้างประมาณ 20 เมตร โดยจะกินพื้นที่เพียง 30% ของแม่น้ำเท่านั้น แต่หากเป็นโพงพางของทางน้ำเค็ม จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่จะทอดยาวไปตามอาณาเขต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศของแต่ละที่ด้วย

     

    “ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ ได้รวมตัวทำหนังสือไปยังศูนย์ดำรงธรรม เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากสำนักงานประมงจังหวัด เข้าร่วมรับฟังปัญหา ถือเป็นครั้งแรกที่มีการพูดคุยอย่างจริงจัง เมื่อพูดคุยถึงปัญหาแล้ว ก็จะมีการยื่นข้อเสนอไปยังผู้ว่าต่อไป เมื่อผู้ว่าได้รับเรื่องแล้ว ก็จะมีการเรียกประชุมหาข้อสรุปอีกครั้งหนึ่ง” นายศุภฤกษ์ กล่าว

    IMG_7526

     

    เมื่อถามถึงผลกระทบที่ได้รับ นายศุภฤกษ์เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการออกกฎหมายฉบับนี้มา ชาวบ้านก็มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ต้องคอยลักลอบใช้เครื่องมือเพื่อการจับปลา โดยในปีที่ผ่านมา มีชาวบ้าน 2 คนลักลอบใช้เครื่องมือขนาดใหญ่เพื่อหาปลา และโดนจับได้ จึงได้เสียค่าปรับคนละ 50,000 บาท และยึดเครื่องมือในการประกอบอาชีพไป

    “ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประจำหมู่บ้านนั้น ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่สามารถจับปลาเพื่อมาแปรรูปได้ ส่งผลให้รายได้ลดน้อยลง ทำให้ชาวบ้านจำเป็นต้องลักลอบกลับไปใช้เครื่องมือหาปลาอีกครั้งอยากให้ทางรัฐบาลอนุโลมและเห็นใจชาวบ้านที่ใช้เครื่องมือในการหาปลาสักนิด เพราะนี่คืออาชีพของคนปากยาม หรือหากกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลในระยะยาว อยากให้ทางภาครัฐส่งเสริมอาชีพอื่นทดแทนด้วย” นายศุภฤกษ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ด้างนางสุกัญยา ชนะมาร หนึ่งในสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปจากสัตว์น้ำ กล่าวถึงผลกระทบดังกล่าวว่า จากกฎหมายฉบับนี้ ทำให้ทางหมู่บ้านจับปลาได้น้อยลง จำนวนวัตถุดิบก็ลดน้อยลงตามไปด้วย บางครั้งจึงจำเป็นต้องซื้อปลาจากที่อื่นมาแปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นปลาเลี้ยง ส่งผลให้รสชาติที่ได้นั้น ไม่เหมือนกับปลาตามแหล่งธรรมชาติ

    IMG_7661

    ด้าน ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงประเด็นที่เกิดผลกระทบจากคำสั่งฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน  คือ กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเสียหายจริง และกลุ่มที่อ้างตนเป็นชาวประมงพื้นบ้าน โดยชาวประมงพื้นบ้านจริงๆ นั้นมีจำนวนไม่มาก ส่วนกลุ่มที่แอบอ้างตนนั้นมักเป็นผู้ที่หวังผลทางเชิงพาณิชย์”

     

    “ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นผลดีที่มีคำสั่งฉบับนี้ออกมาคอยดูแล ควบคุม เครื่องมือการทำประมง แต่ปัญหาจริงๆ ผมว่าไม่ได้เกิดจากเครื่องมือเหล่านี้ เพราะมันมีเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อตัวชาวประมงพื้นบ้านอยู่ด้วย” ดร.ไชยณรงค์ กล่าว

     

    ดร.ไชยณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตหากทางรัฐไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาถิ่นที่อยู่อาศัย หรือถิ่นทำมาหากินของชาวบ้าน ต้องเกิดผลกระทบตามมาหลายอย่างแน่นอน ส่วนการสร้างเขื่อน การพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ และอื่นๆนั้น ตนมองว่าหากไม่มีระบบการจัดการที่ดี แทนที่จะเกิดการพัฒนาอาจกลายเป็นทำลายมากกว่า”IMG_7684

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    เด็กกิจกรรม กับโรคซึมเศร้า

    “ ใครบอกว่าคนกำลังคอยสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ จะไม่เป็นโรคซึมเศร้า ”เป็นคำกล่าวของ เพื่อน หรือ นางสาวศิริทิพย์ อินทร์อิ่ม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ 3 คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ  

    เหรียญสองด้านกับอาชีพไอดอล

    ไอดอล อาชีพที่เด็กสาวที่ชื่นชอบการร้องการเต้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าก่อนที่จะเป็นได้นั้นจะต้องเจอะเจอกับอะไรบ้างภาพลักษณ์ที่สวยงามน่ารักสดใสของไอดอลนั้นอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเพื่อเป็นบททดสอบในการทำความฝันครั้งนี้ก็เป็นได้

    มมส จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ”

    นิสิตกลุ่มเครือข่ายเสรีมวลชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการในหัวข้อเครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ 

    บัญชี มมส รวมใจต้านโควิด แจกหน้ากากอนามัย ใช้ซ้ำได้

    คณะบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมกลุ่มจิตอาสาเย็บหน้ากากอนามัยแจกนิสิตและประชาชนทั่วไป

    เช้าเมืองน่าน กับบทสนทนาความทรงจำ

    น่าน หนึ่งในจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนสงบทางภาคเหนือของประเทศไทย จังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน์ของความเป็นพื้นเมือง วัด และสถานที่ท่องเที่ยว

    HashTag ที่น่าสนใจ