More
    Thursday, April 9, 2020

    รอยสัก ตัวแทนแห่งความเจ็บปวด

    -

    “ผู้หญิงที่สักลายก็มีแต่พวกขายร่างกายให้ผู้ชาย ไม่ก็พวกติดยาทั้งนั้น” นี่คือเสียงสะท้อนของ ปี (นามสมมติ) ที่เปิดฉากเล่าถึงมุมมองการสักลายของผู้หญิง

    ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงสักลาย หลายคนมองว่าเป็นผู้หญิงขายร่างกายให้กับผู้ชาย ดังนั้น ผู้หญิงที่สักลาย มีร่องรอยประทับก็เหมือนลดทอนคุณค่าความงามในตัวเองด้วยรอยสัก เหมือนติดป้ายบอกไว้ว่าได้มอบร่างกายให้แก่ผู้ชาย “ถึงแม้คำพูดของคนๆ หนึ่งไม่มีสิ่งใดมาการันตีได้เลยว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาพูด แต่มันกลับสร้างบาดแผลในจิตใจให้กับผู้รับฟัง แต่พวกเขาก็ตัดสินผู้หญิงสักลายว่าเป็นคนไม่ดี ขายร่างกาย เสพยา เพียงเพราะเขามีลวดลายบนร่างกายเท่านั้น การสักลายก็เปรียบเสมือนงานศิลปะบนร่างกายที่ทุกวินาทีแลกมาด้วยความเจ็บปวดที่คอยบอกให้เรารู้ว่ายังมีจิตวิญญาณและลมหายใจของความเป็นคน” ปี เล่าให้เราฟัง

    การสักลายเป็นที่นิยมมากในวัยรุ่นชาย ต่อมาเริ่มมีอิทธิพลกับหญิงสาวหลายคนที่หลงใหลในรอยสัก ถึงแม้ว่าการสักจะได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป แต่สำหรับผู้หญิงนั้นก็ยังได้รับคำดูถูกจากสังคมที่ตัดสินเธอโดยที่ยังไม่รู้จักจิตใจที่แท้จริงของเธอ

    หนู (นามสมมติ) เล่าถึงประเด็นผู้หญิงกับรอยสักว่า “คนสักลายไม่ใช่คนไม่ดีเสมอไป ไม่ควรมองคนที่ภายนอก เพราะบางคนก็มองเป็นศิลปะ บางคนก็มองว่าเป็นพวกขายยา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักคิดว่าคนสักลายเป็นคนไม่ดี แต่มันเป็นความชอบของแต่ละบุคคล หลายคนต่างความคิด ซึ่งรูปแรกที่เลือกสักเป็นรูปเกอิชา เขาพูดกันว่าเป็นผู้หญิงหากินตอนกลางคืนแต่พี่ว่ามันไม่ใช่เพราะตอนนั้นแฟนพี่ติดคุก รูปรอยสักมันเป็นรูปผู้
    หญิงเศร้า แล้วพี่คิดว่าจะสักชื่อแฟนในรูปนั้น รอแฟนออกมา”

    หญิงสาววัย 22 ปี ที่เริ่มการสักลายเพราะตามเพื่อนและอยากให้คนรักได้รู้ถึงการเฝ้ารอคอยการกลับมาของเขา จึงเลือกที่จะระบายมันบนแผ่นหลังที่ขาวสะอาด ค่อยๆ แต่งแต้มด้วยสีสันจากน้ำหมึกผ่านเข็มที่ทิ่มแทงไปบนผิวหนัง เลือดสีสดที่ซึมออกมาตามเข็มที่ทิ่มไปตามแผ่นหลังสร้างความเจ็บปวดที่สวยงาม เธอคิดว่าการสักลายเป็นงานศิลปะชนิดหนึ่งที่น่าหลงใหลเพราะความรักที่มีให้มากมาย แม้ว่าผู้ชายจะผ่านความผิดพลาดในชีวิต แต่ผู้หญิงคนนี้ก็พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับเขาและเฝ้ารอคอยคนรักกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง รอยสักเป็นสื่อกลางแสดงความรักที่เขามีให้แก่คนรัก จากรูปแรก ก็มีรูปสองและสามตามมา จนทำให้คนรอบข้างมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเธอ สิ่งหนึ่งที่เธอทำไม่ได้เลยคือการอธิบายคำที่อยากจะบอกคนหลายๆ คนว่าเธอสักลายเพียงแค่ความชอบ มันเป็นศิลปะที่เธอเพียงแค่หลงใหลเท่านั้น

    ศิลปะหรือแฟชั่น
    การวาดลวดลายลงบนร่างกายเป็นความชอบส่วนบุคคล ที่เป็นงานศิลปะ แต่ก็ยังมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ว่ามันเป็นศิลปะจริงๆ หรือเป็นเพียงสิ่งที่วัยรุ่นทำตามเพื่อน ตามสังคมเพื่อให้เกิดความเท่หรือเป็นเพียงแฟชั่นที่เป็นกระแสนิยมในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น “ชอบรูปที่สัก และชื่อที่สัก เพราะมันมีความหมายในตัวของมัน ถ้าหากสักลายเป็นแฟชั่น มันคงหายไปตามกาลเวลา แต่นี่มันเป็นสิ่งที่คนนิยมกันมานานแล้วและก็ไม่เคยหายไป” นี่คือมุมมองของฟิน (นามสมมติ)

    ตามความคิดของเธอ รอยสักคือศิลปะที่ไม่มีวันตาย และติดตัวคนสักไปทุกที่แม้วันสุดท้ายของลมหายใจที่ยังเหลืออยู่รอยสักเลยไม่ใช่แฟชั่นสำหรับคนที่คิดจะสักลาย ฟิน (นามสมมติ) หญิงสาวที่หลงใหลในงานศิลปะบนเรือนร่างของเธอ ทุกรอยสักมีความหมายสำหรับตัวเธอเสมอ ที่คอยเตือนให้จดจำความเจ็บปวดเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ไม่พบเจอกับมันอีกครั้ง “มันไม่มีวันเรียนจบหรอก ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเขาสักลายกัน” นี่คือคำดูถูกจากผู้คนรอบข้างของ แอน (นามสมมติ) ที่เธอได้ยินทุกครั้งก็จะทำให้รู้สึกอ่อนแอ แต่มันเป็นแรงผลักดันที่ดี ให้เธอคิดและลุกขึ้นสู้กับปัญหาที่ผ่านเข้ามา ทำให้เธอมีแรงผลักดันที่จะเรียนต่ออีกครั้งเรียนในสิ่งที่เธอรัก แล้วโลกที่เริ่มเปลี่ยนไป ก็ทำให้เกิดการยอมรับกับการสักลายมากขึ้น แล้วใครจะรู้ว่าหญิงสาวที่มีลายสักนั้นใกล้จะประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว เหลือเพียงแค่หนึ่งปีคงได้จบการศึกษาให้พ่อแม่ภูมิใจ และให้คนรอบข้างคิดได้ว่า ลวดลายบนตัวเธอไม่สามารถวัดค่าการศึกษาได้แต่มันขึ้นอยู่กับบุคคลมากกว่าว่าจะเลือกกระทำสิ่งดีๆ หรือกระทำสิ่งไม่ดีเพื่อให้เสื่อมเสียเกียรติของตัวเอง การสักลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะโลกที่พัฒนาก้าวไกลทำให้สังคมเปิดการยอมรับการวาดลวดลายลงบนผิวกาย อีกทั้งยังมองว่าการวาดลวดลายน้ำหมึกเป็นงานศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ที่ไดรับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งหญิงและชาย ไม่ได้ถูกจำกัดเหมือนสมัยก่อนที่จะมีแค่ผู้หญิงขายร่างกายสักลาย

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    เด็กกิจกรรม กับโรคซึมเศร้า

    “ ใครบอกว่าคนกำลังคอยสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ จะไม่เป็นโรคซึมเศร้า ”เป็นคำกล่าวของ เพื่อน หรือ นางสาวศิริทิพย์ อินทร์อิ่ม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่ 3 คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ  

    เหรียญสองด้านกับอาชีพไอดอล

    ไอดอล อาชีพที่เด็กสาวที่ชื่นชอบการร้องการเต้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นแต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าก่อนที่จะเป็นได้นั้นจะต้องเจอะเจอกับอะไรบ้างภาพลักษณ์ที่สวยงามน่ารักสดใสของไอดอลนั้นอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายเพื่อเป็นบททดสอบในการทำความฝันครั้งนี้ก็เป็นได้

    มมส จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ”

    นิสิตกลุ่มเครือข่ายเสรีมวลชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการในหัวข้อเครือข่ายคนรุ่นใหม่กับกิจกรรมเพื่อสังคมและการเสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนในยุคเผด็จการ 

    บัญชี มมส รวมใจต้านโควิด แจกหน้ากากอนามัย ใช้ซ้ำได้

    คณะบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมกลุ่มจิตอาสาเย็บหน้ากากอนามัยแจกนิสิตและประชาชนทั่วไป

    เช้าเมืองน่าน กับบทสนทนาความทรงจำ

    น่าน หนึ่งในจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนสงบทางภาคเหนือของประเทศไทย จังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน์ของความเป็นพื้นเมือง วัด และสถานที่ท่องเที่ยว

    HashTag ที่น่าสนใจ