More
    Saturday, September 26, 2020

    สิทธิความเท่าเทียมของเด็กที่เกิดในเรือนจำ

    -

    เด็กด้อยโอกาสเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหาในหลายด้าน ในสังคมไทยมีเด็กด้อยโอกาสอยู่หลายกลุ่ม เด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่สังคมยังไม่ค่อยให้ความสำคัญและรับรู้ถึงเรื่องราว คือ เด็กที่เกิดในเรือนจำ ในที่นี้หมายถึงเด็กที่ติดครรภ์มารดาและมาคลอดในเรือนจำหรือทัณฑสถานระหว่างที่มารดาต้องโทษอยู่ ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า บุตรที่แยกจากมารดาตั้งแต่แรกคลอดทำให้ขาดโอกาสในการสร้างสัมพันธ์ระหว่างมารดากับทารก ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมต่อไปในอนาคตได้ (อ้างอิงจาก : ปิยะลักษณ์ ทัฬหิกรณ์. การปฏิบัติต่อหญิงมีครรภ์ในระหว่างการดำเนินคดีอาญา.วิทยานิพนธ์นิติศาสตร์มหาบัณฑิต, 2554กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.)

    สำหรับการดูแลเด็กที่เกิดในเรือนจำมีการพัฒนาขึ้นจากเดิม จากการที่เรือนจำนั้นได้เข้าร่วมโครงการกำลังใจในพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนธิราเทพยวดี ที่ได้มองเห็นถึงความสำคัญและได้พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ ซึ่งได้มีข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงหรือข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules) ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเด็กที่เกิดในเรือนจำหลายประเด็นอย่างเช่น ผู้ต้องขังหญิงซึ่งมีบุตรอยู่ร่วมในเรือนจำด้วยจะต้องได้รับโอกาสในการใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับบุตรให้มากที่สุด หรือ ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรต้องได้รับคำแนะนำทางด้านสุขภาพและโภชนาการภายใต้โครงการที่ ถูกสร้างขึ้นและควบคุมโดยผู้ให้คำแนะนำทางด้านสุขภาพที่ได้รับการรับรอง เป็นต้น
    (อ้างอิงจาก:http://www.correct.go.th/fdcphit/images/stories/pdf/bangkokrules.pdf)

    การถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่งของผู้กระทำความผิดตามกฎหมายซึ่งจะกระทำโดยไม่เกินความจำเป็น ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ดังที่ปรากฎในข้อกำหนดระหว่างประเทศ เช่น สิทธิของผู้เป็นมารดาและเด็ก เป็นต้น สิทธิผู้ต้องขังนั้นถือว่าเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญที่ปรากฏตามปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of HumanRight 1948) 3 ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือ ข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rule) โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์ที่ถูกส่งเข้ามาในเรือนจำนั้นมี กฎหมายและระเบียบที่แตกต่างจากผู้ต้องขังทั่วไป รวมไปถึงสิทธิของเด็กที่คลอดจากแม่ที่เป็นผู้ต้องขังด้วย

    โดยมีนางไก่ (นามสมมติ) ซึ่งผู้ต้องขังที่ถูกจำคุกระหว่างตั้งครรภ์ เปิดเผยว่า “ในตอนเป็นผู้ต้องขังที่ท้องอยู่เราก็จะได้อภิสิทธิ์มากกว่าผู้ต้องขังคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ การกิน การนอน ก็แยกจากผู้ต้องขังคนอื่น ไม่ต้องไปอยู่แออัดในห้องขัง จะมีห้องส่วนตัวให้ เป็นห้องแม่และเด็กเรื่องการทำงาน เราก็จะได้ทำงานบ้าง เป็นงานที่เบาๆ ไม่หนัก หลังจากคลอด การดูแลเรื่องอาหาร เรือนจำก็จะเป็นคนดูแลให้ มีการดูแลเรื่องอาหารให้ครบตามโภชนาการ 6เดือนแรก หลังจากนั้นเด็กจะต้องได้รับสารอาหารเพิ่ม เขาก็จะเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ ทั้งดูแลและให้ความสะดวกสบายด้วย (กรณีที่ไม่มีญาติมารับ)”

    ตามข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) ข้อที่ 48 กล่าวไว้ว่า “ผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
    ต้องได้รับคำแนะนำทางด้านสุขภาพและโภชนาการภายใต้โครงการที่ ถูกสร้างขึ้นและควบคุมโดยผู้ให้คำแนะนำทางด้านสุขภาพที่ได้รับการรับรอง ต้องจัดอาหารที่เพียงพอและใน เวลาที่เหมาะสมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้แก่หญิงตั้งครรภ์ ทารก เด็กและมารดาที่ให้นมบุตร” ซึ่งการดูแลผู้ต้องหาที่ตั้งครรภ์จะเป็นหน้าที่ของผู้บริหารเรือนจำที่จะจัดผู้คุมให้มาดูแลให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด

    ทั้งนี้นางไพรินทร์ อาจอัน นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการภายในเรือนจำกล่าวว่า “ถ้ากรณี
    ไม่มีญาติรับไปเลี้ยง ยังไม่พ้นโทษ สามารถให้อยู่ได้ไม่เกิน3 ปี จากนั้นเรือนจำก็จะทำเรื่องให้ประชาสงเคราะห์มารับไป ก็เอาไปฝากไว้ที่ประชาสงเคราะห์เวลาแม่พ้นโทษก็จะไปรับต่อ กำหนดให้เพียงแค่นั้น เพราะว่าสามปี เด็กก็พอจะรู้เรื่องแล้ว เขาอาจจะรับในสิ่งที่ไม่ดีไป แต่ส่วนมากไม่เกินปีสองปีก็มีญาติมารับไปแล้ว บางคนคลอดมาญาติก็รับไปเลย เช่น กรณีของนางไก่ (นามสมมติ) ก็คลอดแล้วญาติก็รับไปเลย ลูกก็ไม่ได้กินนมแม่ กรณีที่ผู้ต้องขังคลอดที่โรงพยาบาลแล้วแจ้งว่าจะมีญาติมารับไปเขาก็จะไม่ให้เห็นแม่เลย” ตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok rules) ข้อที่ 52 ว่าด้วย

    1. การตัดสินใจว่าเมื่อใดเด็กจะถูกแยกออกจากมารดาต้องขึ้นอยู่กับผลการประเมินของเด็กแต่ละคน
    และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายภายในของประเทศนั้นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    2. การย้ายเด็กออกจากเรือนจำต้องกระทำด้วยความละเอียดอ่อนและกระทำเมื่อมีการจัดเตรียมการดูแลทางเลือกอื่นๆ ไว้แล้วเท่านั้น และโดยปรึกษากับเจ้าหน้าที่กงสุลในกรณีที่เป็นผู้ต้องขังชาวต่างชาติ
    3. หลังจากเด็กถูกแยกออกจากมารดาและให้ไปอาศัยอยู่กับครอบครัวหรือญาติ หรือการดูแลทางเลือก ผู้
    ต้องขังหญิงต้องได้รับโอกาสและการอำนวยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เพื่อพบกับบุตรเมื่อเป็นประโยชน์สูงสุดของเด็กและไม่ลดซึ่งความปลอดภัยสาธารณะ

    นางไก่ (นามสมมติ) เล่าให้ฟังต่อว่า “ตอนคลอดก็จะพาไปคลอดที่โรงพยาบาล การฝากครรภ์ก็จะทำตามที่โรงพยาบาลปกติเลย โดยจะมีผู้คุมที่พาไปโรงพยาบาล ซึ่งในที่นี้ประชาสงเคราะห์เป็นผู้สนับสนุน เขาก็จะมีมาให้ฟรีหมด มีให้ทุกอย่าง ของใช้เขาก็จะมีมาให้ มีทุกอย่าง ฟรีทุกอย่าง หรืออย่างเช่นครบกำหนดที่เด็กต้องไปฉีดวัคซีนก็จะมีผู้คุมนำเด็กไปหาหมอ แต่แม่ไม่สามารถตามไปด้วยได้ เพราะว่าลูกไม่ใช่ผู้ต้องขัง เวลาลูกป่วยก็ให้นอนโรงพยาบาล ถ้ามีญาติก็ให้ญาติดูแล แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็นผู้คุมหรือพยาบาลเป็นคนดูแล” สำหรับสวัสดิการทั้งหมดนี้จะให้เพียงแค่ตัวเด็กเท่านั้น เพราะถือว่าเด็กไม่ได้มีความผิดตามมารดา และทั้งหมดนี้เป็นสิทธิที่เด็กควรได้รับ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ซึ่งจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเด็ก และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป ดังนั้น เด็กที่เกิดในเรือนจำจะได้รับสวัสดิการต่างๆ ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป ภายใต้สิทธิเด็กที่ควรจะได้รับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

    เด็กในเรือนจำ

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    มมส. จัดพีธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2563

    มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรมวันไหว้ครู เพื่อเป็กการระลึกถึงพระคุณครูอาจารย์และเป็นกิจกรรมที่เป็นศิริมงคล เริ่มต้นชีวิตการเรียนที่ดี

    Ride to live ร่วมกับ สภ.เขวาใหญ่ จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้จราจรให้นิสิต บริเวณตลาดน้อย มมส.

    นิสิตชมรมสื่อสร้างสรรค์จัดโครงการ Ride to live at MSU อยู่ขึ้นที่ตลาดน้อย มมส เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ขับขี่รถตามกฎจราจร โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีการให้ความรู้ด้านการจราจรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่

    แนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตยแสดงจุดยืนต่อต้านเผด็จการ “อีสานสิบ่ทน” บริเวณลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมชุมนุม “อีสานสิบ่ทน” เพื่อเป็นการแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ในกิจกรรมครั้งนี้มีการเข้าร่วมของทั้งนิสิต นักศึกษาและนักเรียนที่มีอุมดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน โดยการจัดกิจกรรมเป็ฯไปอย่างสงบภายใต้การรักษาความปลอดภัยจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

    มมส จัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ น้องใหม่ภุมริน 12 แบบ New Normal

    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่ รุ่นภุมริน 12 โดยมีองค์การนิสิต ร่วมกับกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้แนวคิด "โฮมขวัญน้องจ่องสายแนน ผูกเอาแขน ว่ามาเย้อขวัญเอย" ในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 ณ ลานอัฐศิลป์ (แปดเหลี่ยม) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธาน มีนายธงฉาน บุดดา นายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวรายงาน กิจกรรมในครั้งนี้มีมาตรการในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แบบ New Normal

    นิสิตแจงตลาดน้อยไม่สะอาดตามมาตรฐานวอนม.ปรับปรุงให้เหมาะสม

    มีนิสิตมากมายออกมาโพสต์ทักท้วงตามสังคมออนไลน์ ในกลุ่มมหาวิทยาลัยมากมายพร้อมแนบรูปภาพประกอบเกี่ยวกับความสะอาดและความระมัดระวังของพ่อค้าแม่ค้า วอนให้มีหน่วยงานลงมาตรวจสอบร้านอาหารแต่ละร้าน เนื่องจากอาหารที่ได้ตามสั่งนั้นมีการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมอยู่หลายครั้งด้วยกัน

    HashTag ที่น่าสนใจ