More
    Friday, December 4, 2020

    อัญมณีเปลือกหอยแห่งท้องทุ่ง

    -

    เมื่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างหอยเชอรี่ ซึ่งเป็นศัตรูข้าวของชาวนา
    และเป็นปัญหาที่เกษตรกรแก้ไม่ตกมาโดยตลอด
    จนกระทั่งมีโครงการอบรมวิชาชีพของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    ซึ่งเป็นการนำเปลือกหอยเชอรี่มาแปรสภาพเป็นสิ่งของประดับ
    ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบ้านดอนสวน ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
    เปลือกหอยสีน้ำตาลอ่อนที่ดูไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ถูกประดับบนแจกัน กล่องใส่ทิชชู
    จนเกิดเป็นลวดลายต่างๆ สวยงามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า
    ใส่ความตั้งใจของชาวบ้านที่ช่วยกันประติดประต่อเปลือกหอยทีละชิ้นๆ อย่างประณีตและชำนาญ

    IMG_1226

    จุดเริ่มต้นของเปลือกหอยสร้างรายได้
    ผืนดินที่ถูกปกคลุมด้วยต้นข้าวอันเขียวขจีในวัยกำลังตั้งท้อง
    มันคือทุ่งนาที่เปรียบเสมือนชีวิตและจิตใจของเกษตรกรไทยทุกคน และนั่นก็เป็นที่อยู่ของศัตรูพืชตัวฉกาจอย่าง
    “หอยเชอรี่” เช่นกัน เห็นทีจะเป็นตามสำนวนไทยที่ว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
    เพราะหอยเชอรี่นั้นทำลายข้าวในนาจนหมดสิ้น แถมยังส่งกลิ่นเหม็นโชยไปทั่วสารทิศ
    เราได้พูดคุยกับหญิงวัยกลางคน รูปร่างสันทัดนามว่า แม่อำพร บรรเทา
    หัวหน้ากลุ่มผู้สูงอายุบ้านดอนสวน เล่าถึงความเป็นไปเป็นมาของโครงการนี้
    “คนอีสานนิยมนำหอยเชอรี่มาประกอบอาหาร ส่วนเปลือกก็จะทิ้ง แต่เอาไปทิ้งที่ไหนมันก็เหม็น
    อีกอย่างหอยเชอรี่มันก็เป็นศัตรูพืช เพราะชอบกินต้นข้าวในนา ต้องหาทางกำจัด
    แล้วก็ได้อาจารย์จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้เปลือกหอย
    และจัดตั้งเป็นกลุ่มประจำหมู่บ้านขึ้น” แม่อำพร
    เล่าให้เราฟังในขณะที่มือยังประติดประต่อเปลือกหอยลงบนกล่องกระดาษทิชชูอย่างเบามือ
    โครงการกำจัดขยะเปลือกหอยเชอรี่
    เป็นโครงการหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของคนในชุมชนบ้านดอนสวน
    โดยได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์กุสุมา พรหมคุณ อาจารย์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลเปลือกหอยแปรรูปเป็นสินค้า OTOP
    และจัดจำหน่ายตามงานประจำจังหวัดทั่วภาคอีสาน
    นอกจากนี้ยังมีการอบรมให้ความรู้แก่ชาวบ้านหมู่บ้านดอนสวน และหมู่บ้านแหย่งในเขตอำเภอกันทรวิชัย
    จนเกิดการตั้งกลุ่มประจำหมู่บ้านขึ้น เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกในกลุ่มได้นำความรู้ไปประกอบเป็นอาชีพเสริม
    ทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของคนในชุมชนอีกด้วย

    IMG_1244

    เปลือกหอยแปรรูป
    “แกร๊บๆๆๆ” เสียงของกรรไกรที่กระทบกับเปลือกหอยเชอรี่ ตัดเป็นชิ้นๆ
    เพื่อนำไปติดบนกล่องกระดาษทิชชู แจกันดอกไม้ และกระถางต้นไม้
    กลายเป็นสินค้าแฮนเมดที่สร้างรายได้และอาชีพเสริมให้กับคนในชุมชน
    การทำงานของบรรดาพี่ ป้า น้า อา เป็นไปอย่างเรียบง่ายและต่อเนื่องตามกำลังจะไหว
    ทุกคนทำงานกันด้วยความตั้งใจ พร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มเสมอ เช่นเดียวกับแม่อำพร
    ที่ยังคงขะมักเขม้นติดเปลือกหอยลงบนกล่องกระดาษทิชชู
    ในขณะที่ยังคงพูดคุยกับเราอย่างเป็นกันเองเรื่องการแปรรูปเปลือกหอยสู่อัญมณีล้ำค่าแห่งท้องทุ่ง
    “เริ่มมาจากเก็บเปลือกหอยเชอรี่ที่อยู่ในทุ่งนา นำมาต้มแล้วตากให้แห้ง จากนั้นก็ตัดก้นเปลือกหอยออก
    และตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วก็นำขี้เลื่อยและกาวมาผสมให้เข้ากัน ทาลงไปที่ภาชนะที่จะติดเปลือกหอย
    เมื่อเสร็จแล้วจึงนำเปลือกหอยที่ตัดไว้มาแปะทับลงบนกาวแบบนี้” แม่อำพร
    เล่ากรรมวิธีการแปรรูปเปลือกหอยอย่างละเอียดพร้อมกับลงมือทำให้เห็นภาพ ด้วยความคล่องแคล่ว
    จากนั้นก็นำไปตากแดด
    รอจนกาวแห้งก็นำยาแนวกระเบื้องมาทาตามภาชนะที่นำเปลือกหอยมาแปะเพื่อที่จะให้เปลือกหอยยึดติ
    ดกับภาชนะได้อย่างเหนียวแน่น และรอจนแห้งอีกครั้ง ตามด้วยลงน้ำยาแลคเกอร์เพื่อความเงางามของสินค้า
    เป็นอันเสร็จสิ้นกรรมวิธีการเจียระไนอัญมณีชิ้นนี้
    ส่งออกสินค้าสู่ภายนอก
    สินค้า OTOP ในประเทศไทยมีมากมายหลายชนิด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป
    การที่จะสร้างสรรค์สินค้าสักชิ้นออกสู่ท้องตลาด จึงต้องมีความโดดเด่น แตกต่าง
    เพื่อสร้างจุดยืนดึงดูดให้คนสนใจในสินค้านั้นๆ
    ซึ่งสินค้าจากเปลือกหอยของบ้านดอนสวนนั้นจะมีความโดดเด่นทั้งลวดลาย ความเงางาม
    ความเป็นธรรมชาติของสีจากเปลือกหอย รวมไปถึงการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าที่ไร้ประโยชน์
    สามารถใช้สอยได้จริงในชีวิตประจำวัน จึงทำให้เป็นที่ต้องการในท้องตลาด

    แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านชายคาบ้านหลังหนึ่งที่เราได้ร่วมวงสนทนากันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง
    เราไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนาน ได้โอกาสจึงถามเรื่องการส่งออกสินค้าสู่ท้องตลาดในทันที
    “จะนำสินค้าไปขายตามงานต่างๆ เช่น งานไหมประจำจังหวัด งานโชว์สินค้า OTOP
    โดยจะวางขายในราคา 100-200 บาท ซึ่งรายได้จากการขายสินค้า
    ส่วนหนึ่งจะนำมาเป็นต้นทุนในการผลิตครั้งต่อไป และอีกส่วนจะนำมาแจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มอย่างเท่าๆ กัน

    ประมาณเดือนละ 600-700 บาท
    ถือเป็นการให้ผู้สูงอายุในชุมชนที่ว่างงานได้ประกอบอาชีพเสริมและสร้างรายได้จากการเข้าร่วมโครงการในครั้
    งนี้” แม่อำพรตอบคำถามเราอย่างเป็นกันเองอีกเช่นเคย และไม่วายส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู
    นอกจากนี้ เปลือกหอยสารพัดประโยชน์ยังได้เข้าร่วมแข่งขันประกวดในโครงการกรุงไทยต้นกล้า
    เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2560 ติดอันดับที่ 2 จาก 130 ทีมทั่วประเทศ ได้รับเงินสนับสนุน 400,000 บาท
    และเงินนั้นนำมาพัฒนาและบริหารภายในกลุ่ม

    IMG_1232
    สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน
    การสนทนาของผมกับแม่อำพรล่วงเลยมาพักใหญ่
    แดดยามบ่ายยังคงสาดลงพื้นปูนซีเมนต์อย่างไม่ลดละ แต่ยังดีที่พอมีลมพัดให้คลายร้อนได้บ้าง
    ระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยกับแม่ทองสุข แท่นทองจันทร์
    หนึ่งในสมาชิกโครงการกำจัดขยะเปลือกหอยเชอรี่ของชุมชนบ้านดอนสวน ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 30 คน
    นอกจากถามสารทุกข์สุกดิบแล้ว เราก็ได้พูดคุยการเข้ามาทำงานในส่วนนี้
    “พอดีแม่ว่างจากการทำงานประกอบกับมีคนในชุมชนมาชักชวน
    จึงเกิดความสนใจและได้เข้าร่วมอบรมฝึกอาชีพกับคณะอาจารย์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
    ที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลเปลือกหอยและนำมาประดับสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น
    และการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ช่วยแบ่งเบาภาระภายในครอบครัว”
    แม่ทองสุขเล่าการเข้ามาทำอาชีพเสริมนี้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
    สังคมในชนบทมีความแตกต่างจากสังคมเมืองทั้งความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การประกอบอาชีพ
    รวมไปถึงรายได้ เนื่องจากในชนบทไม่ได้มีแหล่งทำงานประจำอย่างโรงงานอุตสาหกรรมมากนัก
    ถ้าไม่ประกอบอาชีพเกษตรกร ค้าขาย ก็ทำงานโรงงาน ซึ่งส่วนมากจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ทำอาชีพเกษตรกร
    และเมื่อไม่ใช่ฤดูทำนาคนส่วนใหญ่ก็จะว่างงาน
    ท้ายที่สุดแล้ว ตราบใดที่ระบบนิเวศยังคงสมบูรณ์ หอยเชอรี่ก็จะยังอยู่คู่กับเกษตรกร
    ถึงแม้ว่าจะเป็นศัตรูตัวฉกาจในนาข้าว แต่ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรบางกลุ่มที่นำเปลือกหอยเชอรี่ธรรมดา
    มาเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นสินค้าที่ใช้สอยได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้เสริม
    ยังทำให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทำในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นเพื่อนยามเหงาได้ดีทีเดียว
    รวมถึงเป็นการวางอาชีพให้กับลูกหลานในอนาคต
    หวังว่าเปลือกหอยเชอรี่ของชุมชนบ้านดอนสวนจะคงอยู่ต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น

    _MG_9634

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    จัดใหญ่ MSU Open house 2020 เปิดบ้านครั้งแรก 17 คณะ 2 วิทยาลัย

    กองบริการการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกองกิจการนิสิตและ 17 คณะในมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรม MSU Open House ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2563 ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามทั้ง 2 วิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีโอกาสได้รู้จักกับคณะสาขาต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น โดยมีการให้นักเรียนที่สนใจลงทะเบียนเลือกคณะที่ต้องการเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ หรือเข้ามาลงทะเบียนหน้างาน

    ขยะทิ้งแล้วไปไหน?

    จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีประชากรแฝงเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีสถานศึกษาและชุมชนอยู่ร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการมีประชากรแฝงจำนวนมากคือขยะ แล้วขยะทั้งหมดที่มีมากมายเหล่านี้เมื่อถูกทิ้งแล้วนำไปที่ไหนต่อ ? นี่เป็นประโยคคำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ขยะทั้งหมดที่มีรถขยะเข้ามาเก็บทุก ๆ เช้าถูกนำไปทิ้งที่ไหนต่อแล้วมีกระบวนการจัดการกับขยะเหล่านี้อย่างไร มีการคัดแยกขยะหรือไม่นั้น บทความนี้จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกัน

    ของเก่าก็มีราคา กิจการซื้อขายขยะ

    ขยะ เกิดจากการด าเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวัน แต่ละกิจกรรมล้วนมีการใช้ทรัพยากรหลายอย่างที่มี การใช้แล้วทิ ้งอย่างไม่เห็นคุณค่า ไม่ค านึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งของที่พังหรือเสียไปแล้วถูกน าไปทิ ้ง จนเกิดเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมตามมาในที่สุด เมื่อเกิดปัญหาขึ ้นก็มีแนวทางการแก้ไขหลากหลายวิธีที่ขึ ้นอยู่กับบริบทของคนในสังคม

    นิสิตมมส.โวย นกพิราบบุกหอใน

    นิสิตมมส.เรียกร้องกองอาคารและสถานที่เหตุนกพิราบสร้างความเดือดร้อนภายในมหาวิทยาลัย ด้านกองกองอาคารแก้ปัญหาแล้ว แต่ยังมีผลกระทบอื่นตามมา

    ตีแผ่ชีวิตเด็กปั๊ม…กับปัญหาความเหลื่อมล้ำและการดิ้นรนในสังคมทุนนิยม

    ตีแผ่ชีวิตเด็กปั๊มกับปัญหาความเลื่อมล้ำและการดิ้นรนในสังคมทุนนิยม

    HashTag ที่น่าสนใจ