More
    Saturday, December 5, 2020

    แนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตยแสดงจุดยืนต่อต้านเผด็จการ “อีสานสิบ่ทน” บริเวณลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    -

     เมื่อวันที่ 22  กรกฎาคม 2563 แนวร่วมนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมที่เป็นพื้นที่แสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองผ่านชื่องาน “อีสานสิบ่ทน” ขึ้น ณ บริเวณลานอัฐศิลป์ (ลานแปดเหลี่ยม) มหาลัยมหาสารคาม โดยกิจกรรมเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น.

    จากกรณีที่มีการชุมนุมของประชาชน กลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักคือ ความไม่พอใจในการบริหารประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะในหลาย ๆ ด้านและต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพร้อมเรียกร้องเงื่อนไข 3 ข้อแก่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก่

    1. หยุดคุกคามประชาชน

    2. ยุบสภา

    3. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้ หากไม่มีการตอบรับภายใน 2 สัปดาห์ จะมีการรวมตัวใหม่อีกครั้ง

      จึงทำให้กลุ่มเครือข่ายสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยเกิดการเคลือนไหวชุมนุมในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ

    ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีที่ออกมาแสดงพลังร่วมกันขับไล่เผด็จการเรียกร้องอิสระภาพ และทวงคืนอำนาจประชาชน ณ ศาลหลักเมือง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.00 น.

    การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ของประชาชนชาวเชียงใหม่ที่บริเวณ ประตูท่าแพ เมื่อวันที่  19 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.00 น. โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น

    แนวร่วมนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมที่เป็นพื้นที่แสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองผ่านชื่องาน “อีสานสิบ่ทน” ขึ้น ณ บริเวณลานอัฐศิลป์ (ลานแปดเหลี่ยม) มหาลัยมหาสารคาม โดยกิจกรรมเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. ภายในงาน “อีสานสิบ่ทน”

    โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีการปราศรัยของนิสิต นักศึกษาและนักเรียนที่เข้าร่วมในประเด็นเกี่ยวกับการเรียกร้องสิทธิทางการเมืองและเรียกคืนอำนาจอธิปไตยคืนสู่ประชาชนจากรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการสันทนาการจากวงดนตรีอิสระที่เข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมเพื่อสร้างความสนุกสนานและความผ่อนคลายให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย อีกทั้งยังมีการแสดงออกในเชิงสัญญะด้วยการเปิดแฟรชจากโทรศัพท์มือถือ และในสถานการณ์โควิด การจัดกิจกรรมมีการตรวจวัดอนุณหภูมิและแจกหน้ากากอนามัยสำหรับการป้องกันให้กับผู้เข้าร่วม

    การแสดงออกทางการเมืองในครั้งนี้มีนายพงศธรณ์ ตันเจริญ นิสิตชั้นปีที่ 2 สังกัดวิทยาลัยการเมืองการปกครอง เป็นแกนนำในการอภิปรายในครั้งนี้

    โดยกล่าวว่าการชุมนุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ “ต้องการสร้างข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลทั้ง 4 ข้อก็คือ การประกาศยุบสภา หลังจากการยุบสภาแล้วก็ต้องยุติการทำหน้าที่ของ ส.ว. ทั้ง 250 คน จากนั้นจึงจะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และจะนำไปสู่การจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนขึ้นมาจากสัดส่วนภูมิภาคแต่ละภูมิภาคและสัดส่วนของภาคประชาสังคมที่จะเข้าไปร่วมกันแก้ไขและร่วมกันจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาเป็นฉบับของประชาชนจริงๆ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มาจากการทำประชามติที่ไม่มีความโปร่งใสภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่อยู่ในยุคเผด็จการ คสช.”

    นายพงศธรณ์ ได้กล่าวต่ออีกว่า “การชุมนุมในครั้งนี้มีการเข้าร่วมของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยที่เป็นภาคประชาชนและหลายๆ ส่วนที่ไม่ประสงค์จะออกนามในการเข้าร่วม แต่ส่วนใหญที่อยู่ในการจัดกิจกรรมในวันนี้คือกลุ่มแนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย เป็นกลุ่มที่คอยประสานงานทำงานร่วมกับนักกิจกรรมและกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการจะทำกิจกรรมทางการเมือง”

    กิจกรรมการชุมนุมในครั้งนี้มีนิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมได้กล่าวกับทีมข่าวหนังสือพิมพ์สื่อมวลชนว่า “อยากมาออกเสียงและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความคิดเห็นว่านิสิตนักศึกษาทนมานานแล้ว โดยส่วนตัวไม่เคยแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อไหนมาก่อน ครั้งนี้เป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงหนูยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรมากแต่สิ่งที่คาดหวังคือต้องการให้รัฐบาลนำเสียงเล็กๆ ของเราไปปรับใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและในการเข้าร่วมกิจกรรมมีการป้องกันตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย พกน้ำดื่มส่วนตัวและสเปรย์แอลกอฮอล์”

    และมีนิสิตให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “อยากประกาศให้รู้ว่าพวกเรามีความคิดเหมือนกัน ไม่เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่คิด เด็กมีสิทธิ์ที่จะแสดงออกทางความคิดเห็นได้ และไม่ควรถูกจำกัดเราว่าเป็นเด็ก ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง เด็กมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ไม่ต้องมายุ่งเรื่องการเมือง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตเรา มันส่งผลกระทบในภายภาคหน้าเด็กอย่างพวกเราจึงออกมาเรียกร้อง อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ย่ำไปเรื่อยๆ อยู่กับที่แบบนี้อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง”

    นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ผู้เข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้กล่าวว่า “การชุมนุมในครั้งนี้เป็นภาคต่อของการชุมนุมแฟรชม็อบในช่วงต้นปี แต่ครั้งนี้เราได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นเรื่องของการลุกขึ้นของแต่ละมหาวิทยาลัย ครั้งนี้เป็นส่วนของจังหวัดแล้ว ถ้าไปดูแกนนำในแต่ละพื้นที่บางคนก็ไม่ได้เป็นนักศึกษา เป็นภาคประชาชนจัดกันเองการจัดจัดในรูปแบบของนอกรั้วมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนกับนักศึกษากำลังรวมพลังกัน”

    ด้านอาจารย์ ผศ.ดร.ธัญญาธร ศรีวิเชียร อาจารย์ประจำคณะกราบัญชีและการจัดการได้แสดงความคิดเห็นต่อกิจกรรมในครั้งนี้ว่า  “อยากให้นิสิตมีการจัดกิจกรรมภายใต้หลักการที่เหมาะสม แสดงออกด้วยความคิดสร้างสรรค์และงดใช้ความรุนแรง เพราะกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมการแสดงออกของนิสิตเอง และได้มีการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่โดยรอบอยู่แล้ว”

    ทั้งนี้การจัดกิจกรรมอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดย พล.ต.ต.ดิเรก จิตอร่าม ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม ได้กล่าวถึงการชุมนุมในครั้งนี้ว่า “นิสิตต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ต้องเว้นระยะห่างทางสัมคม สวมหน้ากากอนามัยและต้องล้างมือหากมีการสัมผัสกัน แม้ตอนนี้จะบอกว่าประเทศไทยจะไม่มีโควิดแล้ว แต่อยู่ในช่วง พรก.ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นการที่มาชุมนุมจะมีความผิดตามข้อกฎหมายซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว แต่ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่อนุญาตให้จัการดชุมนุมได้ แต่ให้อยู่ในความเรียบร้อยและกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ ที่สำคัญต้องไม่มีการหมิ่นสถาบันสถาบันและใช้ความรุนแรงในการชุมนุม”

    ผู้สื่อข่าวออนไลน์

    อมรวิวัฒน์ แต้มพิมาย,ธนวัฒน์ เอี่ยมเสริม ,อดิศร จันหอม,อนันดา สมบัติพูนศิริ,ชลลดา ประโปตินัง,เพ็ญพิชชา โยที (รายงาน)

    ณาฌารัฐ ภักดีอาสา , นายกฤตภาส อาจรักษา (ถ่ายภาพ)

    พิชญา มาลัยนาค,ธัญญลักษณ์ ใต้เมืองปักษ์ ,อารีย์รัตน์ ทองสาย,มรินทร์ธรา,ศิริวาลย์ นาราภัทร กองเพชร (ลงพื้นที่)

    นิสิตภาควิชานิเทศศาสตร์

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    จัดใหญ่ MSU Open house 2020 เปิดบ้านครั้งแรก 17 คณะ 2 วิทยาลัย

    กองบริการการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับกองกิจการนิสิตและ 17 คณะในมหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรม MSU Open House ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2563 ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามทั้ง 2 วิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีโอกาสได้รู้จักกับคณะสาขาต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น โดยมีการให้นักเรียนที่สนใจลงทะเบียนเลือกคณะที่ต้องการเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ หรือเข้ามาลงทะเบียนหน้างาน

    ขยะทิ้งแล้วไปไหน?

    จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีประชากรแฝงเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีสถานศึกษาและชุมชนอยู่ร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการมีประชากรแฝงจำนวนมากคือขยะ แล้วขยะทั้งหมดที่มีมากมายเหล่านี้เมื่อถูกทิ้งแล้วนำไปที่ไหนต่อ ? นี่เป็นประโยคคำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ขยะทั้งหมดที่มีรถขยะเข้ามาเก็บทุก ๆ เช้าถูกนำไปทิ้งที่ไหนต่อแล้วมีกระบวนการจัดการกับขยะเหล่านี้อย่างไร มีการคัดแยกขยะหรือไม่นั้น บทความนี้จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกัน

    ของเก่าก็มีราคา กิจการซื้อขายขยะ

    ขยะ เกิดจากการด าเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวัน แต่ละกิจกรรมล้วนมีการใช้ทรัพยากรหลายอย่างที่มี การใช้แล้วทิ ้งอย่างไม่เห็นคุณค่า ไม่ค านึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งของที่พังหรือเสียไปแล้วถูกน าไปทิ ้ง จนเกิดเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมตามมาในที่สุด เมื่อเกิดปัญหาขึ ้นก็มีแนวทางการแก้ไขหลากหลายวิธีที่ขึ ้นอยู่กับบริบทของคนในสังคม

    นิสิตมมส.โวย นกพิราบบุกหอใน

    นิสิตมมส.เรียกร้องกองอาคารและสถานที่เหตุนกพิราบสร้างความเดือดร้อนภายในมหาวิทยาลัย ด้านกองกองอาคารแก้ปัญหาแล้ว แต่ยังมีผลกระทบอื่นตามมา

    ตีแผ่ชีวิตเด็กปั๊ม…กับปัญหาความเหลื่อมล้ำและการดิ้นรนในสังคมทุนนิยม

    ตีแผ่ชีวิตเด็กปั๊มกับปัญหาความเลื่อมล้ำและการดิ้นรนในสังคมทุนนิยม

    HashTag ที่น่าสนใจ