More
    Friday, September 25, 2020

    13 มกราคม น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เนื่องในวันการบินแห่งชาติ

    -

    ปกแก้2-01

      หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า วันที่ 13 มกราคม ของทุกปี คือวันการบินแห่งชาติ ซึ่งกิจการด้านการบินนั้นมีความสำคัญกับประเทศไทยไม่น้อยตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน 

    พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และนาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต คือ 3 นายทหารชุดแรก ที่ได้เดินทางไปเรียนวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผลจากการที่จอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ในปี พ.ศ. 2454 ถึงความจำเป็นของการบินในด้านการป้องกันประเทศ และในระหว่างที่ทั้ง 3 ท่านศึกษาอยู่ ประเทศไทยได้สั่งซื้อเครื่องบินรวมถึงมีผู้บริจาคเงินเพื่อจัดหาเครื่องบินมาประจำการ ทำให้มีเครื่องบินรวมทั้งหมด 8 ลำ

    ต่อมาทั้ง 3 ท่านสำเร็จการศึกษากลับมายังประเทศไทย ทำให้เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงการบินโดยนายทหารนักบินของไทยเป็นครั้งแรก ประเทศไทยในขณะนั้นยังได้มีการจัดตั้งแผนกการบิน มีสนามบินและโรงเก็บเครื่องบิน และพัฒนาเรื่อยมาจนเป็นการบินของไทยในปัจจุบัน

    เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงริเริ่ม และมีสายพระเนตรก้าวไกลต่อการบินของประเทศไทย  เพื่อให้คนไทยทราบถึงความเป็นมา และความสำคัญของการบินของไทย วันที่ 13 มกราคม ของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็น “วันการบินแห่งชาติ” 

     

    นายทหารนักบินรุ่นแรก

    p1_1

    พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ (บุพการีทหารอากาศ 1)

              เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อเดิมคือ สุนี สุวรรณประทีป สมัยที่ดำรงยศ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2554 และได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นนายพันโท ขณะเข้ารับการศึกษาวิชาการบิน เมื่อปี พ.ศ. 2456 ถือเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าศึกษาวิชาการบินในโรงเรียนการบิน วิลลาคูเบลย์

              เมื่อศึกษาวิชาการบินในโรงเรียนจบ ก็ได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินชั้นสูงของกองทัพบกฝรั่งเศส กระทั่งสามารถสอบได้รับประกาศนียบัตรนักบินรบซึ่งเป็นชั้นสูงสุด หลังสำเร็จการศึกษาแล้วจึงเดินทางกลับประเทศไทย และเข้ารับราชการในกรมจเรทหารช่างโดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม

              เมื่อกระทรวงกลาโหมได้จัดตั้งกองบินทหารบกขึ้นในปี 2457 นายพันโท หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับการกองบินทหารบกคนแรกของประเทศไทย และเป็นผู้ที่นำกำลังพลของไทยไปเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ประเทศฝรั่งเศส จนได้รับชัยชนะร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้ากรมอากาศยานทหารบกคนแรก และได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาเฉลิมอากาศ” ในปี 2463

     

    p2

    นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ (บุพการีทหารอากาศ 2)
     
              เกิดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ชื่อเดิมคือ หลง สินศุข เป็นบุตรของพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และคุณหญิงภาณุพันธ์ (เพียน) สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยที่มียศเป็น นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร รั้งตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ 5 ได้รับเลือกให้เดินทางไปศึกษาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะได้รับการเลื่อนยศให้เป็น นายพันตรี เมื่อปี พ.ศ. 2455 ขณะเข้ารับการศึกษาวิชาการบิน
              นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกรได้ศึกษาวิชาการบิน และยังได้เรียนรู้การซ่อมเครื่องบิน กระทั่งในปี 2456 ก็สำเร็จการศึกษาวิชาการบินตามหลักสูตรของสโมสรการบินฝรั่งเศส และเดินทางกลับประเทศไทยในปีเดียวกัน โดยกลับมาเข้ารับราชการในกรมจเรทหารช่าง รับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม
              เมื่อมีการตั้งกองบินทหารบกขึ้น นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยบังคับการ จากนั้นอีก 4 ปีให้หลัง ก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานของกรมอากาศยานทหารบกเป็นท่านแรก และได้รับแต่งตั้งให้เป็น นายพันเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ ในปี 2467
              จากนั้นในปี 2475 นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร ได้เข้ารับตำแหน่งเจ้ากรมอากาศยานต่อจากนายพลตรี พระยาเฉลิมอากาศ และได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น “นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์” เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2491

     

    p3

    นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต (บุพการีทหารอากาศ 3)

              เกิดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ชื่อเดิมคือ ทิพย์ เกตุทัต ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 นายทหารให้ไปเรียนวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศสขณะที่มียศเป็นร้อยโท และได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นนายร้อยเอก ขณะกำลังศึกษา
              ทั้งนี้ แม้ว่าในระหว่างเข้ารับการศึกษา นายร้อยเอก ทิพย์ เกตุทัต จะประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนได้รับบาดเจ็บ แต่ก็พักรักษาตัวจนสามารถกลับมาศึกษาต่อได้จนสำเร็จวิชาการบิน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทยในปี 2456 จากนั้น เข้ารับราชการในกรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
              นายร้อยเอก ทิพย์ เกตุทัต ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการกองบินทหารบก ร่วมกับนายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร หลังจากกระทรวงกลาโหมได้ก่อตั้งกองการบินทหารบกขึ้น ต่อมา นายร้อยเอก ทิพย์ เกตุทัต ได้ประดิษฐ์ “หีบเครื่องเขียนใบแจ้งเหตุแบบเกตุทัต พ.ศ. 2458” ขึ้น เพื่อไว้ใช้ส่งข่าวจากเครื่องบิน จึงได้รับการยกย่องจากกระทรวงกลาโหม

                 ในปี 2461 นายร้อยเอก ทิพย์ เกตุทัพ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกองบิน กรมอากาศยานทหารบก และเลื่อนยศเป็นนายพันตรี จากนั้น หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ เป็นผู้บังคับการกองบินทหารบก กองทหารอาสา ในครั้งที่ไปราชการสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกรมอากาศยาน เป็นผู้อำนวยการกองโรงงานอากาศยาน กระทั่งในปี 2479 ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็นนายนาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต
                โดยทั้ง 3 ท่าน ได้รับการยกย่องให้เป็นบุพการีของกองทัพอากาศ ในฐานะที่ได้รับคัดเลือกให้ไปศึกษาวิชาการบินเป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย และได้นำวิชาความรู้ที่ได้รับมาช่วยพัฒนากิจการการบินของชาติได้เจริญก้าวหน้าเรื่อยมา
     
              นี่คือเรื่องราวความเป็นมาของกิจการการบินของประเทศไทย นำมาซึ่งการกำหนดให้วันที่ 13 มกราคมของทุกปี เป็น “วันการบินแห่งชาติ”

     

    ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

    https://www.caat.or.th/th/archives/32406

    https://hilight.kapook.com/view/96074

     

     

     

     

    กดแชร์ข่าวนี้

    โพสล่าสุด

    มมส. จัดพีธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2563

    มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดกิจกรรมวันไหว้ครู เพื่อเป็กการระลึกถึงพระคุณครูอาจารย์และเป็นกิจกรรมที่เป็นศิริมงคล เริ่มต้นชีวิตการเรียนที่ดี

    Ride to live ร่วมกับ สภ.เขวาใหญ่ จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้จราจรให้นิสิต บริเวณตลาดน้อย มมส.

    นิสิตชมรมสื่อสร้างสรรค์จัดโครงการ Ride to live at MSU อยู่ขึ้นที่ตลาดน้อย มมส เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ขับขี่รถตามกฎจราจร โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีการให้ความรู้ด้านการจราจรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่

    แนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตยแสดงจุดยืนต่อต้านเผด็จการ “อีสานสิบ่ทน” บริเวณลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมชุมนุม “อีสานสิบ่ทน” เพื่อเป็นการแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ในกิจกรรมครั้งนี้มีการเข้าร่วมของทั้งนิสิต นักศึกษาและนักเรียนที่มีอุมดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน โดยการจัดกิจกรรมเป็ฯไปอย่างสงบภายใต้การรักษาความปลอดภัยจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

    มมส จัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ น้องใหม่ภุมริน 12 แบบ New Normal

    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญน้องใหม่ รุ่นภุมริน 12 โดยมีองค์การนิสิต ร่วมกับกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้แนวคิด "โฮมขวัญน้องจ่องสายแนน ผูกเอาแขน ว่ามาเย้อขวัญเอย" ในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 ณ ลานอัฐศิลป์ (แปดเหลี่ยม) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธาน มีนายธงฉาน บุดดา นายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวรายงาน กิจกรรมในครั้งนี้มีมาตรการในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แบบ New Normal

    นิสิตแจงตลาดน้อยไม่สะอาดตามมาตรฐานวอนม.ปรับปรุงให้เหมาะสม

    มีนิสิตมากมายออกมาโพสต์ทักท้วงตามสังคมออนไลน์ ในกลุ่มมหาวิทยาลัยมากมายพร้อมแนบรูปภาพประกอบเกี่ยวกับความสะอาดและความระมัดระวังของพ่อค้าแม่ค้า วอนให้มีหน่วยงานลงมาตรวจสอบร้านอาหารแต่ละร้าน เนื่องจากอาหารที่ได้ตามสั่งนั้นมีการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมอยู่หลายครั้งด้วยกัน

    HashTag ที่น่าสนใจ