More
    Friday, December 4, 2020
    Home เกษตรกรรม

    เกษตรกรรม

    อาชีพนายฮ้อย ผลกระทบรายได้ของเกษตรกรไทยจากพ่อค้าต่างชาติ

    อาชีพซื้อขายโคกระบือมีมาตั้งแต่ในสมัยอดีตซึ่งเดิมเรียกกันว่า นายฮ้อยวัวควาย หมายถึงพ่อค้า ที่นำฝูงวัวฝูงควายไปค้าขายตามพื้นที่ที่ห่างไกลในสมัยก่อน ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งตลาดนัดโคกระบือในหลาย ๆ พื้นที่ของแต่ละจังหวัดขึ้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้นำโคกระบือมาจำหน่ายซื้อขายกัน โดยมีรูปแบบของ กระบวนการซื้อขายที่มีระบบดีขึ้นมากหากเทียบกับเมื่อก่อน  ส่วนราคาก็เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจ                ในแต่ละช่วง ซึ่งการซื้อขายโคกระบือยังคงมีมาจนถึงทุกวันนี้และยังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอยู่ แต่ทว่าด้วยปัจจัยการเข้ามารับซื้อเองถึงที่ของพ่อค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้รายได้ที่เคยมีของกลุ่ม เกษตรกรไทยนั้นกลับลดลง

    เตือน!! สารพิษตกค้างในผักเสี่ยงเนื้อเน่า

    อันตรายที่มาจากการบริโภคพืชผักในชีวิตประจำวัน  แน่ใจได้อย่างไรว่าผักที่เราบริโภคในทุกวัน ปลอดภัยและไร้สารพิษตกค้าง  ในปัจจุบันกระแสนิยมในเรื่องของการดูแลสุภาพกำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ผักผลไม้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญของผู้รักษาสุขภาพ เนื่องจากผักและผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารอาหารสำคัญเช่น วิตามิน แคลเซียม เหล็ก เกลือแร่หรืออื่นๆ รวมถึงเส้นใยของผักผลไม้ยังช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติอีกด้วย ด้วยสรรพคุณที่มากมายและง่ายต่อการบริโภค ทำให้มีคนจำนวนมากนิยมหันมารับประทานผักผลไม้เพราะต้องการดูแลสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าผักผลไม้เหล่านี้จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงแต่สิ่งที่มาพร้อมกันนั้นคือสารพิษที่อาจจะตกค้างจากการเพาะปลูกรวมอยู่ด้วย

    บ้านสวนซุมแซง รับบริจาคพันธุ์พืชช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวอุบลฯ

    ศูนย์เรียนรู้การเกษตรชุมชนบ้านสวนซุมแซง จ.มหาสารคาม รับบริจาคเมล็ดพันธุ์พืชอินทรีย์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยใน จ.อุบลราชธานี ได้มีเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูกและทดแทนเมล็ดพันธุ์ที่สูญเสียไปกับน้ำท่วม โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศและนิสิตจิตอาสาที่ช่วยคัดแยกเมล็ดพันธุ์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม   วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2562 ศูนย์เรียนรู้การเกษตรชุมชนบ้านสวนซุมแซง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จัดกิจกรรมเปิดรับบริจาคเมล็ดพันธุ์พืชอินทรีย์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยใน จ.อุบลราชธานี โดย นางมาลี สุปันดี เจ้าหน้าที่เกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสานและผู้จัดการศูนย์เรียนรู้การเกษตรชุมชนบ้านสวนซุมแซง เผยว่า “กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากคนที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะพี่น้องที่ทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืน ซึ่งทางบ้านสวนซุมแซงได้มองเห็นปัญหาและอยากที่จะแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองมีให้กับเพื่อนเกษตรกร ซึ่งปีนี้ก็ไม่ใช่ปีแรกที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้น แต่เมื่อมีภัยพิบัติหรือสถานการณ์ที่ไหน...

    “ห้องแซง” แฟชั่นร่วมสมัย ผ้าภูไทสีคราม

    ผ้าไทย กลายเป็นมรดกล้ำค่าทางวัฒนธรรมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ย้อนกลับไปสัก 10-20 ปี เราจะเห็นภาพยายจับกี่ทอผ้าพร้อมกับสอนแม่ที่นั่งข้างๆกัน ภาพแม่ช่วยยายหมุนไหม ภาพเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของใครหลายๆคน ปัจจุบันเราก็จะยังเห็นอยู่บ้างประปรายในสังคมชนบท เป็นภาพที่จำลองวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในยุคสมัยนั้น ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวกระโดดไปไกลอย่างเช่นปัจจุบัน การที่ผ้าไทยถูกมองว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม มันคือการนิยามให้ดูเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้อยาก ยิ่งทำให้เด็กยุคใหม่เริ่มห่างไกลจากผ้าไทยไปเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการ ไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นสักเท่าไหร่นัก แต่เน้นที่ผู้ใหญ่เสียมากกว่า ทำให้ผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมหรือผ้าภูไท ถูกซื้อเป็นของขวัญ ของฝาก ให้คนรุ่นแม่ รุ่นย่า รุ่นยาย ไม่ได้ถูกซื้อเพื่อใส่ได้ในชีวิตประจำวันบ่อยนัก เราขอพาทุกคนไปสัมผัสกับเมืองรองที่ขึ้นชื่อว่า...

    อัญมณีเปลือกหอยแห่งท้องทุ่ง

    เมื่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างหอยเชอรี่ ซึ่งเป็นศัตรูข้าวของชาวนา และเป็นปัญหาที่เกษตรกรแก้ไม่ตกมาโดยตลอด จนกระทั่งมีโครงการอบรมวิชาชีพของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นการนำเปลือกหอยเชอรี่มาแปรสภาพเป็นสิ่งของประดับ ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบ้านดอนสวน ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปลือกหอยสีน้ำตาลอ่อนที่ดูไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ถูกประดับบนแจกัน กล่องใส่ทิชชู จนเกิดเป็นลวดลายต่างๆ สวยงามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า ใส่ความตั้งใจของชาวบ้านที่ช่วยกันประติดประต่อเปลือกหอยทีละชิ้นๆ อย่างประณีตและชำนาญ จุดเริ่มต้นของเปลือกหอยสร้างรายได้ ผืนดินที่ถูกปกคลุมด้วยต้นข้าวอันเขียวขจีในวัยกำลังตั้งท้อง มันคือทุ่งนาที่เปรียบเสมือนชีวิตและจิตใจของเกษตรกรไทยทุกคน และนั่นก็เป็นที่อยู่ของศัตรูพืชตัวฉกาจอย่าง “หอยเชอรี่” เช่นกัน เห็นทีจะเป็นตามสำนวนไทยที่ว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะหอยเชอรี่นั้นทำลายข้าวในนาจนหมดสิ้น แถมยังส่งกลิ่นเหม็นโชยไปทั่วสารทิศ เราได้พูดคุยกับหญิงวัยกลางคน รูปร่างสันทัดนามว่า แม่อำพร บรรเทา หัวหน้ากลุ่มผู้สูงอายุบ้านดอนสวน เล่าถึงความเป็นไปเป็นมาของโครงการนี้ “คนอีสานนิยมนำหอยเชอรี่มาประกอบอาหาร ส่วนเปลือกก็จะทิ้ง แต่เอาไปทิ้งที่ไหนมันก็เหม็น อีกอย่างหอยเชอรี่มันก็เป็นศัตรูพืช เพราะชอบกินต้นข้าวในนา ต้องหาทางกำจัด แล้วก็ได้อาจารย์จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้เปลือกหอย และจัดตั้งเป็นกลุ่มประจำหมู่บ้านขึ้น”...

    ธนาคารปุ๋ยบ้านวังหว้า ต้นแบบของธุรกิจชุมชน

    โครงการประชารัฐเป็นโครงการที่รัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งงบประมานไปให้แต่ละหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในหมู่บ้าน เช่นเดียวกับกลุ่มสหกรณ์ปุ๋ยเคมีบ้านวังหว้า ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ที่ได้รวมกลุ่มจัดตั้งเพื่อให้ชาวบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรสามารถเบิกปุ๋ยไปใช้ได้ก่อน เมื่อชาวบ้านเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็จะต้องนำเงินมาจ่ายคืนสหกรณ์ นางเกษฏาภรณ์ ศรีบุญเรือง ประธานกลุ่มสหกรณ์ปุ๋ยเคมีบ้านวังหว้า ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เล่าถึงความคิดริเริ่มในการจัดตั้งสหกรณ์ปุ๋ยเคมีว่า รัฐบาลได้ให้งบประมาณมา 500,000 บาท ในการจัดตั้งครั้งนี้ ทางชุมชนได้มีการประชุมเพื่อที่จะนำเงินก้อนนี้ไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์และเป็นโครงการที่ยั่งยืนต่อชุมชนที่สุด เมื่อได้ข้อสรุปทางชุมชนก็เลยตกลงก่อตั้งสหกรณ์ปุ๋ยเพื่อการเกษตรของชุมชนและให้ชาวบ้านที่ทำการเกษตรซื้อปุ๋ยในราคาถูกและสามารถเบิกปุ๋ยไปใช้ก่อนได้ หากเกษตรกรไม่มีทุนในการประกอบอาชีพ การเบิกปุ๋ยจะต้องทำสัญญากับทางสหกรณ์ก่อน     นายชาญ ธรรมบูชา กรรมการกลุ่มสหกรณ์ปุ๋ยเคมีฯ...

    บ้านดอนมัน ต้นแบบแห่งความพอเพียง

    บ้านดอนมันศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ต. ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โดยมีผู้นำชุมชนคือนายอดิศร เหล่าสะพาน กำนันบ้านดอนมัน หรือที่รู้จักกันในนาม “ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชน” ที่ได้นำชุมชนสร้างรายได้ผ่านการทำเกษตรภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ นายอดิศร เหล่าสะพาน เล่าว่า ตนได้ลาออดจากอาชีพหลักแล้วหันมาทำเกษตรกร ซึ่งในตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้ทิศทาง จึงเป็นการเริ่มต้นจากตนเองก่อน ได้ศึกษาโครงการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตร (ร. 9) เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คือการกินอยู่อย่างพอเพียง...

    “YSF” เกษตรกรพันธุ์ใหม่เน้นเกษตรปลอดสารพิษ

    จังหวัดมหาสารคาม ร่วมโครงการ Young Smart Farmer ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ภายใต้แรงสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร สู่เกษตรกรมืออาชีพ สร้างผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษผ่านการรองรับมาตรฐานจาก GAP ให้มีคุณภาพ และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค นายปราโมทย์ วัฒนะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า โครงการเกษตรกรรุ่นใหม่ ( YSF : Young Smart Famer ) ได้เริ่มโครงการเมื่อปี...

    เกษตรกรร้อยเอ็ดปลูกอินทผลัมในทุ่งกุลาร้องไห้ ชูรายได้ดีขายเริ่มต้น กก.ละ 500 บาท

      เกษตรกรร้อยเอ็ดหันมาปลูกอินทผลัม เหตุสามารถปลูกในพื้นที่แห้งแล้งอย่างทุ่งกุลาร้องไห้ได้ และมีราคาดี ชูขายเริ่มต้นกิโลกรัมละ 500 บาท ขณะที่สภาเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ดหนุนปลูกอินทผลัม ชี้เป็นทางเลือกที่ดีแก่เกษตรกร ด้านนักวิชาการแจงทิศทางพืชอินทผลัมไม่ยั่งยืน ย้ำเป็นแค่พืชทางเลือก ที่คนจะสนใจระยะสั้นเท่านั้น นายสมภพ ลุนาบุตร เจ้าของสวนอินทผลัม (สวนรวมใจ) บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 9 บ.น้อยพัฒนา ต.ครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า อินทผลัมเป็นพืชตระกูลปาล์ม...

    ข่าวน่าสนใจอื่นๆ

    ชีวิตบนความเร็วของอาชีพกู้ภัย การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ

      “พี่คิดว่าคนทำดีต้องได้ดี ถึงจะมันจะเห็นผลช้า แต่พี่ก็เชื่อและเคารพในสิ่งที่พี่ทำ” คำพูดหนักแน่นที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของหัวหน้าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ‘พี่สุพัฒน์ ราชวงศ์’ หน่วยปฏิบัติการจีเสียงเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เมื่อพูดถึงคำว่ากู้ภัย คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่ามีหน้าที่เก็บศพ ปฐมพยาบาลคนเจ็บ แต่ความเป็นคำว่ากู้ภัยมีมากกว่านั้น มีมากกว่าช่วยเหลือชีวิตคน ต้องแก้สถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงภัยคุกคามจากธรรมชาติด้วย พี่สุพัฒน์ หนุ่มวัยกลางคน วัย 37 ปี เล่าว่า ก่อนที่จะตัดสินใจมาเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ก็เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่เรียน ปวช.3 จบจากวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม...

    สำนักงานก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง ทุ่มงบกว่า 268 ล้านบาท ปรับปรุงถนนสายมหาสารคาม-อ.ยางตลาด

      สำนักงานก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งขยายความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 213 เส้นทางยาว 10 กิโลเมตรด้วยงบประมาณกว่า 268 ล้านบาท เพื่อความสะดวกของผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งเล็งลดปัญหาอุบัติเหตุ–น้ำท่วมให้กับชาวบ้านที่มีครัวเรือนในถนนสายมหาสารคาม-อ.ยางตลาด นายจำรัส เขื่อนแก้ว ผู้ช่วยนายช่างโครงการปรับปรุงถนนสายมหาสารคาม-อ.ยางตลาด ตอน 3 เปิดเผยว่า โครงการปรับปรุงถนนสายมหาสารคาม-อ.ยางตลาด ตอน 3 เป็นการปรับปรุงช่องจราจรจาก 2ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง เพราะเส้นทางนี้มีการใช้งานและมีรถสัญจรผ่านเป็นจำนวนมาก โดยสูงถึง 30,927 คันต่อวัน รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป 1,624 คันต่อวัน ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้มีแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทางนี้เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณดังกล่าวเพื่อปรับปรุงถนนให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย นายจำรัส กล่าวต่อว่า มีการปรับปรุงถนนขยายเส้นทางจราจรเป็นแบบ 4 ช่องจราจรไป-กลับ ขนาดความกว้างของผิวจราจรช่องละ 3.50 เมตร มีไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร ในช่วงย่านชุมชนแบ่งแยกทิศทางจราจรโดยใช้เกาะกลางแบบยกสูง กว้างประมาณ 4.20 เมตร พร้อมทางเท้าและติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเนื่องจากได้รับงบประมาณจากกรมทางหลวงกว่า 268,198,013 บาท และมีการออกแบบการวางท่อระบายน้ำเพื่อเพิ่มมาตรฐานของท่อให้ดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากช่วงที่ยังไม่มีโครงการสร้างถนนและวางท่อประปา ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพราะท่อเก่ามีขนาดเล็ก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณข้างทางจึงมีการถมดินให้สูงกว่าพื้นถนนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ดังนั้นทำให้น้ำไหลมาท่วมถนน นางพิสมัย เกียมพรม ชาวบ้านบ้านสระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ก่อนมีโครงการปรับปรุงถนนสายมหาสารคาม-อ.ยางตลาด พื้นที่บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนแคบ การจราจรไม่สะดวก เพราะเป็นเขตชุมชนและเกิดอุทกภัยบ่อยครั้ง ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อน ดังนั้นจึงมีความคิดเห็นว่าถ้าหากสร้างถนนเสร็จแล้ว ความปลอดภัยและความสะดวกสบายจะเข้าสู่ชุมชน “เขตก่อสร้างเป็นเขตชุมชน มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีสถานที่ท่องเที่ยวคือวัดพระยืน มีคนมากราบไหว้ในแต่ละวันค่อนข้างมาก รถสัญจรผ่านเยอะจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขณะทำการก่อสร้างก็มีฝุ่นมารบกวนบ้าง ถนนลื่นบ้าง แต่เมื่อสร้างถนนเสร็จ จะเกิดความสะดวกในการสัญจรมากขึ้น...

    “งิ้ว” กับ “ชีวิต” ลมหายใจที่เริ่มเลือนลาง

      การตกผลึกทางวัฒนธรรมถูกประยุกต์ออกมาด้วยลีลาท่าทาง บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของตัวละคร ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ กลายเป็นศิลปะอีกแขนงงดงามและเกรี้ยวกราดอยู่ในตัว “งิ้วหรืออุปรากรจีน” มีความโดดเด่นทางด้านเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะด้านการแสดงประกอบกับลีลาท่าทางตลอดจนการแต่งหน้าของนักแสดง ที่มีความชัดเจนเฉพาะตัว ด้วยการผลิตออกมาเป็นเรื่องราว โดยอ้างอิงจากพงศาวดารประวัติศาสตร์จีนมาดัดแปลงเป็นบทแสดง รวมทั้งการนำความเชื่อทางประเพณีและศาสนาเข้ามาผสมผสาน งิ้วหล่อเลี้ยงชีวิต นายโอวตี๋ ปากน้ำโพ นายหน้าและผู้แสดงงิ้วแต้จิ๋ว จ.นครสวรรค์ เล่าให้ฟังว่า การแสดงงิ้วในประเทศไทยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว (ราชวงศ์จิว) หรือสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 เกิดขึ้น ณ โรงงิ้วในเยาวราชเป็นที่แรก ซึ่งจะมีเพียงไม่กี่คณะที่มาตั้งโรงงิ้วในเมืองไทย แต่ปัจจุบันโรงงิ้วได้เลือนหายไปตามยุคสมัยและปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงงิ้วเร่ ซึ่งมีงิ้วแต้จิ๋วมากกว่า...