More
    Friday, September 25, 2020
    Home สารคดี สารคดีอยู่ดีมีแฮง

    สารคดีอยู่ดีมีแฮง

    “ในน้ำมีปลา ในหมู่บ้านคำครตา มีปลาส้มอินทรีย์”

    ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งลงแขกกันจับปลาอย่างพร้อมเพรียง ด้วยท่าทางการเหวี่ยงแห่ที่คล่องแคล่ว เพียงไม่นานแหก็เต็มไปด้วยปลาตะเพียบนับสิบตัว ขนาดกำลังดี พร้อมจะแปรรูปเป็นอาหารยอดนิยม “เราเลี้ยงเองได้ แล้วทำไมจะแปรรูปเองไม่ได้” เสียงจากชายคนหนึ่งที่เป็นผู้นำชุมชนบ้านคำครตา อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร บอกเล่าถึงแหล่งวัตถุดิบของตน ชุมชนแห่งนี้เคยคลุกคลีกับการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม แต่ไม่ยอมจำนนให้กับสารเคมีเหล่านั้น ลุกขึ้นยืนหยัดกันได้ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน กลายเป็นเรื่องราวการเดินทางของ ‘ปลาส้มอินทรีย์’ จากแหล่งวัตถุดิบชั้นดีสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ   เริ่มต้นจากพาราควอตเจ้าปัญหา พาราควอต กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในช่วงนี้ เมื่อมีการเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต” โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช...

    เกษตรกรรมทางเลือก ทางออกของเกษตรกร

    การทำเกษตรในอดีตที่ผ่านมานั้น ผู้คนที่ทำอาชีพเป็นเกษตรกร ย่อมได้รับการปลูกฝังว่า ถ้าหากปลูกพืชได้ผลผลิตมากจะนำพาเงินทองให้ไหลมาเทมาอย่างล้นหลาม  นั่นหมายความว่า หากต้องการทำไร่ทำนา เกี่ยวกับการเกษตรให้ได้ผลผลิตอย่างมากถึงที่สุดคงหนีไม่พ้นการใช้ปุ๋ยเคมี เช่นเดียวกับวิถีชีวิตเรา ที่มีคนเคยนิยามเอาไว้ ให้ตัวเราเดินไปบนเส้นแบบนี้ และความสำเร็จจะรอเราอยู่ปลายทาง แต่ในขณะเดียวกันหลายคนอาจรู้สึกว่ายิ่งเดินไปบนเส้นทางนี้เท่าไหร่ก็ไม่ถึงปลายทางสักที  และยิ่งทำให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและสุขภาพยังเสียอีกด้วย ในปัจจุบันมีแนวคิดเรื่องเกษตรทางเลือกเข้ามา เป็นการทำเกษตรที่ปราศจากการใช้สารเคมี เน้นการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งใช้ธรรมชาติควบคุมไปในตัว  โดยเกษตรทางเลือกมีเป้าหมายในการผลิตอาหารเพื่อดำรงชีวิตมากกว่าการผลิตเพื่อส่งขาย หากเริ่มปลูกพืชที่ปราศจากสารเคมีแรกๆอาจจะยังได้ผลผลิตน้อย  แต่ในอนาคตจะได้รับผลตอบแทนคือ สุขภาพดีทั้งทางร่างกายรวมไปถึงสุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย  เกษตรกรสามารถบริโภคอาหารที่ปลอดสารเคมีตกค้างได้อย่างมั่นใจและอาจจะสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้อีกทาง จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรทางเลือก ณ บริเวณบ้านที่เต็มไปด้วยพืชผลทางการเกษตรหลากหลายอย่าง ทำให้บริเวณบ้านดูร่มรื่นสบายตาเพราะเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้  เป็นการทำเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีของนายสมควร...

    ‘มันแกวบรบือ’ ในลมฝนแห่งความเปลี่ยนแปลง

    แผงขายมันแกวที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางของถนนสายบ้านไผ่-บรบือ เป็นที่คุ้นตาของผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ มีแผงขายมันแกวมากกว่า 50 แผง แต่ในช่วงเทศกาลจะมีมากถึง150 แผง จำนวนแผงที่มากขนาดนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมอาชีพขายมันแกวจึงเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ของคนในพื้นที่มาได้อย่างยาวนาน “มันแกวมาเหลือ เกลือใต้ดินมากมี ผ้าไหมดีมากค่า งามสง่าสวนหนองบ่อ ศักดิ์สิทธิ์พ่อปู่จุมคำ รสหวานล้ำแตงโม” คำขวัญของอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ยืนยันได้อย่างดีว่า อำเภอแห่งนี้มีพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างมันแกวเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น เห็นได้จากพื้นที่มากกว่า 2,500 ไร่ เป็นแปลงปลูกมันแกว สร้างอาชีพหล่อเลี้ยงผู้คนมานานกว่า 40...

    “หมู่บ้านผาชัน” มหานทีแห่งชีวิตริมโขง

    มีเหตุผลมากมายให้เราออกเดินทาง ออกไปดูความงดงามของธรรมชาติ ออกไปเรียนวิชานอกห้องเรียนที่ตัวเองไม่เคยรู้และไม่เคยสัมผัสมาก่อน หรือออกไปสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตเสมือนการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของคนที่ต่างวิถี และการมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพที่มีความหมาย “ผาชัน” หมู่บ้านที่ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าชาวบ้านตั้งแต่บรรพบุรุษมีวิถีชีวิตที่ปักหลักอยู่ตามริมแม่น้ำโขง ข้อมูลที่น่าประหลาดใจนี้นำพาให้เราออกเดินทางมาที่อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี  จุดมุ่งหมายคือการทำความรู้จักผ่านวิถีผู้คนเหล่านั้น แน่นอนว่าเรากลับมาพร้อมกับบันทึกการเดินทางที่มีเรื่องเล่าสนุกๆไม่ต่างจากบันทึกการเดินทางทั่วไป ต่างกันนิดหน่อยตรงที่มันเป็นการเดินทางที่ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องตัวเอง แต่พูดถึงกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นและประเพณีที่ยังคงดำรงไว้ นับเป็นการเดินทางออกไปข้างนอก แต่ให้ความหมายข้างในที่มีเรื่องราวสวยงามซ่อนอยู่ จากถนนใหญ่ รถกระบะนำทางเราเข้าสู่อ้อมกอดของต้นไม้ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ตลอดสองข้างทางก่อนเข้าหมู่บ้านผาชัน เราจะเห็นต้นไม้ที่มีใบไม้ร่วงหล่นสีน้ำตาลเหลืองแซมสลับกับหญ้าแห้ง แสดงให้เห็นถึงฤดูกาลแห้งแล้งที่กำลังมาเยือนของหมู่บ้านแห่งนี้ เสน่ห์บ้านเรือนของผู้คนแถบริมโขงมักจะมีใต้ถุน และมีเอกลักษณ์แบบไทยโบราณ การได้มาเยี่ยมชมหมู่บ้านผาชัน...

    ข้าวโพดเงินล้านบนทางหลวงหมายเลข12

    ไม้ไผ่ที่ถูกเหลาให้เรียวเล็กกระชับจับถนัดมือปลายผูกด้วยถุงพลาสติกคล้ายพู่ ถูกโบกสะบัดบนทางหลวงหมายเลข 12 เพื่อเชื้อเชิญผู้สัญจรผ่านไปมาให้ลิ้มลองรสข้าวโพดพันธุ์ข้าวเหนียวอันขึ้นชื่อของชาวบ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เราก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกสะกดด้วยปลายพู่ที่โบกสะบัดขึ้น-ลง “เอาข้าวโพดแบบได๋ดีจ้า” เสียงทักทายด้วยสำเนียงอีสานจากหญิงวัยกลางคนปลุกให้เราตื่นจากภวังค์ ภาพเบื้องหน้าคือรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรจากแม่ค้าขายข้าวโพด เราตัดสินใจสั่งข้าวโพดเพื่อลองลิ้มรส แม่ค้าเจ้าของรอยยิ้มจัดแจงเอาข้าวโพดลงถุงอย่างทะมัดทะแมง ระหว่างนั้นเราก็พูดคุยถามไถ่กัน ว่าเหตุใดจึงเป็นของขึ้นชื่อ คุณป้าไม่รอช้ารีบเล่าให้ฟังถึงที่มาของข้าวโพดประจำหมู่บ้านแห่งนี้ การจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกข้าวโพดบ้านหนองบัวเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2541 เพื่อจัดระเบียบและดูแลสมาชิกในกลุ่มได้อย่างทั่วถึง ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 76 ครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวโพดของสมาชิกในกลุ่มคิดเป็นจำนวน 385 ไร่ แต่จำนวนการปลูกข้าวโพดจริง...

    ข่าวน่าสนใจอื่นๆ

    เกษตรกรขาดทุนเหตุราคามันสำปะหลังตกต่ำ

      ราคามันสำปะหลังตกต่ำในรอบสองปี เหตุจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้านผู้ประกอบการ และเกษตรกรต่างได้รับผลกระทบ ผู้ประกอบการและเกษตรกรได้รับผลกระทบสืบเนื่องมาจากราคามันสำปะหลังตกต่ำ ส่งผลให้การซื้อขายมันสำปะหลังเป็นไปอย่างเข้มงวดกรวดขัน ด้านเกษตรกรต่างพากันเตรียมตัวรับมือ นางเพ็ญภักดิ์ สุทธิประภา เกษตรกร บ้านเลขที่ 92 หมู่ 20 ต.นาสีนวล อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เผยว่า ตั้งแต่ได้ทำการปลูกมันสำปะหลังมา ปีนี้ราคามันสำปะหลังต่ำกว่าปีก่อน จากเดิมเคยขายได้ราคา 2.10 บาท/กิโลกรัม แต่ปีนี้กลับขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทกว่า...

    อัญมณีเปลือกหอยแห่งท้องทุ่ง

    เมื่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างหอยเชอรี่ ซึ่งเป็นศัตรูข้าวของชาวนา และเป็นปัญหาที่เกษตรกรแก้ไม่ตกมาโดยตลอด จนกระทั่งมีโครงการอบรมวิชาชีพของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นการนำเปลือกหอยเชอรี่มาแปรสภาพเป็นสิ่งของประดับ ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบ้านดอนสวน ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปลือกหอยสีน้ำตาลอ่อนที่ดูไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ถูกประดับบนแจกัน กล่องใส่ทิชชู จนเกิดเป็นลวดลายต่างๆ สวยงามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า ใส่ความตั้งใจของชาวบ้านที่ช่วยกันประติดประต่อเปลือกหอยทีละชิ้นๆ อย่างประณีตและชำนาญ จุดเริ่มต้นของเปลือกหอยสร้างรายได้ ผืนดินที่ถูกปกคลุมด้วยต้นข้าวอันเขียวขจีในวัยกำลังตั้งท้อง มันคือทุ่งนาที่เปรียบเสมือนชีวิตและจิตใจของเกษตรกรไทยทุกคน และนั่นก็เป็นที่อยู่ของศัตรูพืชตัวฉกาจอย่าง “หอยเชอรี่” เช่นกัน เห็นทีจะเป็นตามสำนวนไทยที่ว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะหอยเชอรี่นั้นทำลายข้าวในนาจนหมดสิ้น แถมยังส่งกลิ่นเหม็นโชยไปทั่วสารทิศ เราได้พูดคุยกับหญิงวัยกลางคน รูปร่างสันทัดนามว่า แม่อำพร บรรเทา หัวหน้ากลุ่มผู้สูงอายุบ้านดอนสวน เล่าถึงความเป็นไปเป็นมาของโครงการนี้ “คนอีสานนิยมนำหอยเชอรี่มาประกอบอาหาร ส่วนเปลือกก็จะทิ้ง แต่เอาไปทิ้งที่ไหนมันก็เหม็น อีกอย่างหอยเชอรี่มันก็เป็นศัตรูพืช เพราะชอบกินต้นข้าวในนา ต้องหาทางกำจัด แล้วก็ได้อาจารย์จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้เปลือกหอย และจัดตั้งเป็นกลุ่มประจำหมู่บ้านขึ้น”...

    เด็กและเยาวชนไทยกับการเข้าถึงสื่อลามก

    สังคมไทยในปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นยุคแห่งเทคโนโลยี ที่การสื่อสารนั้นไร้พรมแดน สามารถรู้ได้ทุกสิ่งที่ใจต้องการเพียงแค่ปลายนิ้วคลิ้ก เนื่องจากทุกอย่างเข้าถึงได้ง่ายจึงได้มีการใช้ผลประโยชน์จากตรงนี้ในทางผิด คือได้มีการแอบแฝงสิ่งอบายมุข และกามอารมณ์ ซึ่งเยาวชนที่เป็นวัยอยากรู้อยากลอง เข้าไปดูอาจนำไปสู่การเกิดพฤติกรรมเลียนแบบในทางที่ผิด และยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบไปในวงกว้างก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งเหล่าเรานี้ก็เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีการจัดการที่ดีพอเพื่อป้องกันสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น “การรู้เท่าทันสื่อ”จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่ใช้สื่อจะรู้เท่าทันสื่อกันเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ใช้สื่อออนไลน์มากที่สุดในบรรดามวลมนุษย์ จากผลการสำรวจของนิด้าโพลเรื่อง  “สื่อสังคมออนไลน์ กับอนาคตเด็กและเยาวชนไทย” เมื่อปี 2559 โดยสุ่มจากกลุ่มตัวอย่าง พบว่า สื่อออนไลน์ที่เด็กและเยาวชนไทยนิยมใช้มากที่สุด คือ Facebook ร้อยละ 38.30...