ข่าวที่น่าสนใจ

“แม่พิมพ์ที่บิดเบี้ยว” พฤติกรรมชู้สาวอาจารย์–ลูกศิษย์

“ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้ อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี” คําร้องท่อนหนึ่งที่คุ้นหูในบทเพลงพระคุณที่สาม บวกกับท่วงทำนองที่คล้องจอง จับใจ และสะท้อนความสัมพันธ์ของผู้เป็นครูกับศิษย์ได้อย่างแนบแน่น แต่หากเมื่อใดที่ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็นชู้สาว “ครู” คํานี้ยังควรค่าแก่การเทิดทูนและเคารพหรือไม่

ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สื่อมวลชน สำรวจพบว่ามีอาจารย์บางส่วนของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ได้ประพฤติผิดศีลธรรมและจรรยาบรรณต่อนิสิต ทั้งในทางวาจา ความประพฤติ หรือการคบหาเชิงชู้สาว ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในมหาวิทยาลัย

เรือจ้างที่หลงทิศ

ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์ไปยังนางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้ความว่า “เมื่อปี พ.ศ.2555 ตนเข้าศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในช่วงสอบสัมภาษณ์ อาจารย์บี (นามสมมุติ) เป็นผู้สอบสัมภาษณ์ในคณะและสาขาที่ตนจะเข้าศึกษาต่อ โดยอาจารย์นำเบอร์ตนมาจากข้อมูลในเอกสารสัมภาษณ์ และโทรมาคุยในเชิงชู้สาว เวลาผ่านไปจนหมดเทอม 1 หลังจากโทรศัพท์คุยได้สักพัก เริ่มมีการนัดทานข้าวในครั้งแรกและซื้อโทรศัพท์มือถือให้ เมื่อเปิดเทอมอาจารย์มีการชักชวนให้ไปหาที่ห้องพักอาจารย์ ในตอนนั้นมีเพื่อนเล่าว่าอาจารย์บีชอบหลีสาว เจ้าชู้กับนิสิต จะคบกับนิสิตชั้นปีที่ 1 ประมาณ 3-4 คน เราเริ่มมีความรู้สึกกลัวจึงต้องคุยกับอาจารย์ต่อ จากนั้นเขาเริ่มโทรมาบ่อยขึ้น ให้ไปหาบ่อยๆ แต่ตนไม่เคยไป เพราะมีแฟนอยู่แล้ว เวลาผ่านไปอีกเทอม 2 พยายามไม่รับโทรศัพท์ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตนบอกให้อาจารย์เลิกติดต่อ จากนั้นจึงไม่โทรมา”

นางสาวเอ เล่าต่ออีกว่า ตนได้โพสต์ระบายความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊ค รุ่นพี่เห็นจึงทักมาถาม ตนได้ระบายให้รุ่นพี่ฟัง ขณะเดียวกันเพื่อนของรุ่นพี่มีเรื่องทะเลาะกับอาจารย์บี จึงตั้งสถานะในเฟซบุ๊คยั่วอารมณ์อาจารย์ ทำนองว่า “รู้นะว่าเบื้องหลังทำอะไร อย่าให้แฉ” หลังจากนั้นอาจารย์จึงมาเล่าให้ตนฟังว่ามีคนจงใจใส่ร้ายเรื่องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง และพยายามย้ำว่าในเฟซบุ๊คที่มีนิสิตเขียนถึงไม่ใช่เขา หากเรื่องนี้มีใครได้ยินหรือตนไปพูดต่อถือเป็นความผิด อีกทั้งอาจโดนนิสิตปี 3 โกรธ เพราะอาจารย์เป็นที่รักของนิสิตมาก

“จะไม่อยู่แล้ว อึดอัดกับที่นี่” นี่คือคำพูดของนางสาวเอที่บอกเล่าต่อรุ่นพี่ หลังจากที่ตนเริ่มไม่ไปเรียน เพื่อนก็เข้าใจผิดว่าตนทำผิดจริง ขณะเดียวกันก็ได้ทราบความจริงว่าแท้จริงแล้ว รุ่นพี่ก็โดนเช่นกัน ตนกับรุ่นพี่จึงนำเรื่องไปปรึกษากับอาจารย์ท่านหนึ่ง พบว่ามีอีก 3 คน ที่โดนเช่นเดียวกับตน อาจารย์จึงแนะนำให้เขียนจดหมายยื่นคำร้องไปที่สำนักอธิการบดีเพื่อให้สอบสวนเรื่องพฤติกรรมของอาจารย์บี ซึ่งมีผู้ถูกกระทำรวมแล้ว 4 คน แต่ทั้งหมดเรียนจบแล้ว และในช่วงยื่นหนังสือสอบสวนถือเป็นความลับ

“การดำเนินการยื่นเรื่องสอบสวนใช้เวลานานมาก พบว่าผู้ดำเนินการสอบสวนยังเป็นเพื่อนกับอาจารย์บี ช่วงนั้นเกิดเรื่องการทุจริตของอธิการบดี (รศ.ดร.ศุภชัย สมิปปิโต) การดำเนินการสอบสวนก็หายเงียบไป ตนจึงไม่ไปเรียนสักระยะ ผลการเรียนติดเอฟในหลายรายวิชา อาจารย์ประจำวิชาเห็นว่าตนยังพอเรียนได้แม้เกรดจะไม่สูงมากนัก จึงกลับมาเรียนอีกครั้ง พบว่าต้องเรียนวิชาเอกบังคับกับอาจารย์บีซึ่งมีปัญหากันอยู่ สุดท้ายจึงติดเอฟวิชานี้ ทำให้พ้นสภาพการเป็นนิสิต ปัจจุบันหลังออกจากมหาวิทยาลัยตนได้เรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบ และประกอบอาชีพอยู่ในกรุงเทพฯ” นางสาวเอ เล่า

ผู้สื่อข่าวได้สืบต่อไปยังหลายคณะ จึงได้พบกับนางสาวต้อย (นามสมมุติ) นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้วว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนชายของตนได้พาเพื่อนไปส่งงานที่บ้านอาจารย์ ขณะนั้นอาจารย์นั่งดื่มสังสรรค์กับนิสิตหลายคน และพยายามมอมเหล้าเพื่อนตน โดยหาเรื่องให้เพื่อนที่ไปด้วยกันออกไปข้างนอก เพื่อที่จะใช้โอกาสนี้ล่วงละเมิด โดยล่อให้เพื่อนตนเข้าห้องและทำการล่วงละเมิด ขณะนั้นยังมีสติจึงแอบโทรเรียกเพื่อนอีกคนให้รีบมารับ โชคดีที่เพื่อนตนยังไม่โดนกระทำเกินเลยถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์

นางสาวต่าย ( นามสมมุติ ) เล่าว่า เพื่อนสนิทของตนเคยโดนในลักษณะเชิงชู้สาว แต่ตนเคยเจอในลักษณะที่เข้ามาใกล้ชิด ขณะนั้นตกใจและถอยหลังออกทันที การเข้าหาของอาจารย์คือจะมาในลักษณะการเรียนการสอน เพราะวิชาที่เรียนกับอาจารย์เป็นภาคปฏิบัติ เมื่อพบเพื่อนที่โดนหลายคน จึงมีการรวบรวมรายชื่อโดยนิสิตที่มีความเห็นตรงกัน ปัจจุบันเอกสารการรวบรวมรายชื่อหาไม่พบ และมีการขอคืนก็ได้รับคำตอบว่าเอกสารมีการโละทิ้ง เพราะผ่านมานานแล้ว

นายต๊อบ (นามสมมุติ) นิสิตชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เล่าว่า อาจารย์ในคณะตนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมถึง 3 คน มีการเปิดเผยแบบคบกันจริงจังแต่เปลี่ยนบ่อย ตั้งแต่เข้ามาปี 1 จะให้รุ่นพี่ตั้งชื่อรุ่นน้อง แต่ถ้าอาจารย์เล็งใครไว้ อาจารย์จะเป็นคนตั้งชื่อเอง อาจารย์จะโทรหาให้มาช่วยงาน ติดต่อทางเพื่อน ติดต่อให้มาเรียนเอกตัวเอง และเริ่มหนักขึ้นโดยการพาไปกินข้าว เริ่มต้นจะเข้าหาทางเพื่อนก่อน และซื้อโทรศัพท์ให้ หลังๆ จะชวนให้มาหาที่ห้อง จากนั้นจะมีค่ายไปต่างจังหวัดรวมทุกชั้นปีตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ในค่ายมีการกินเลี้ยงสังสรรค์ เมื่ออาจารย์เมาจึงเผลอตัวตะโกนเรียกหาเพื่อให้มานวดให้ตน แต่นิสิตไม่ยอมไปเพราะรู้ประวัติอาจารย์คนนี้พอสมควร เพื่อนของตนคุยกับอาจารย์ประมาณ 1 ปีครึ่ง จึงเริ่มห่างๆ กัน เพราะทราบว่าอาจารย์มีครอบครัวแล้ว

 

แสงจากประภาคาร

ผศ.ดร.วิรัติ ปานศิลา ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2555 มีนิสิตบางส่วนที่มาร้องเรียน และจากการตรวจสอบพบว่าหลังจากเรียนจบ อาจารย์กับนิสิตก็แต่งงานด้วยกัน ในหลายกรณีมีการตรวจสอบ และทางสภาคณาจารย์ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอธิการบดี จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป ส่วนใหญ่เรื่องที่พบจากการร้องเรียนมายังสภาคณาจารย์คือ อาจารย์กับนิสิตในเชิงชู้สาว แต่ปัญหาเหล่านี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารคณะที่อาจารย์นั้นสังกัดอยู่ ทางสภาคณาจารย์มีหน้าที่เพียงรับเรื่องร้องเรียนและดำเนินการสอบเบื้องต้นเท่านั้น

รศ.ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามกล่าวว่า ก่อนจะได้รับการดำรงตำแหน่งคณบดี คณะศิลปกรรมศาสตร์นับว่ามีความแตกแยกสูงมาก ส่งผลไม่ดีต่อลูกศิษย์จึงสร้างเกณฑ์เข้ามาช่วย ให้มีการประเมินบทบาทและทิศทางประเมินอาจารย์ก่อนเข้ามาทำงาน โดยใช้วิธีการขั้นเด็ดขาดในการดูแลอาจารย์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับนิสิต การลงโทษคือการพ้นจากตำแหน่งอาจารย์ผู้สอน เพราะเรื่องลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ทางคณะจะไม่มีทางปล่อยให้อาจารย์ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาทำเช่นนี้เด็ดขาด แต่ก็พบว่ามีกรณีที่อาจารย์ใช้ชีวิตร่วมกันกับลูกศิษย์ ให้ลูกศิษย์ช่วยตรวจงาน นับว่าช่วงนั้นเป็นสภาวะที่แย่พอสมควร แย่จนเคยมีคำสั่งจะให้ยุบคณะศิลปกรรมศาสตร์ทิ้งในช่วงวิกฤตครั้งนั้น

แต่ขณะนี้คาดว่าไม่มีปัญหาเหล่านี้แล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทิศทางของหัวหน้าคณะนั้นๆ ซึ่งตอนนี้ยืนยันได้ว่าไม่มี 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีสายตรงถึงทางคณบดีอยู่ตลอด

ผศ.ดร.พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า อาจารย์ควรมีการวางตัวที่เหมาะสมต่อนิสิต การจัดการเรื่องความประพฤติอาจารย์ขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละคณะ การดูแลโดยอาศัยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สำหรับอาจารย์ที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม จะนำเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบข้อกำหนดมหาวิทยาลัย สำหรับทางคณะศึกษาศาสตร์มีการจัดสัมนาเรื่องจริยธรรมสำหรับอาจารย์เสมอ เพราะต้องสอนนิสิตให้เป็นแม่พิมพ์ที่ดีในอนาคต

“ความรักในความเป็นจริงไม่มีใครผิด” ผศ.ดร.พชรวิทย์ กล่าวเพื่อสะท้อนมุมมองส่วนตัว และคิดว่าอาจารย์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับนิสิตในเชิงชู้สาว หรือการมีความรักต่อกัน ถือว่าผิดในเชิงคุณธรรมจริยธรรมและผิดระเบียบ แต่ที่สำคัญเรื่องมันจะไม่เกิดถ้าอาจารย์มีจรรยาบรรณและตระหนักถึงผลที่จะตามมาในอนาคต สุดท้ายก็อยู่ที่จิตสำนึกของคนสองคน ในกรณีที่คบกันเปิดเผย เมื่อจบการศึกษาอาจแต่งงานกัน ก็ถือว่าเหมาะสม แต่ถ้าในระหว่างการคบหามีหวังผลประโยชน์ต่อกันก็ผิดจรรยาบรรณอย่างสมบูรณ์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับอาจารย์และนิสิต หากมีคุณธรรม จริยธรรมปัญหาก็จะไม่เกิด

 

สร้างสมดุลให้เรือแข็งแรง

ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยมีการกำหนดจรรยาบรรณของอาจารย์ผู้สอนไว้อย่างชัดเจน หากพบอาจารย์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทั้งเชิงชู้สาวหรือการใช้อำนาจในทางมิชอบกับนิสิตจริง เบื้องต้นทางคณะที่อาจารย์ท่านนั้นสังกัดจัดการได้โดยกฎหมาย แต่ต้องขึ้นอยู่กับคณะมีโจทก์และจำเลย ดำเนินการตามกระบวนการจากผู้ร้องเรียนไปยังคณะนั้นๆ ตามลำดับ ส่วนอาจารย์ที่เคยได้รับการพิจารณาให้ออก และกลับมาดำเนินการสอนอีกครั้ง ขึ้นอยู่กับทางคณะต้นสังกัด โดยตามบทลงโทษสูงสุดคือตักเตือนจนถึงไล่ออกตามกฎระเบียบ ในกรณีที่มีผู้ร้องทุกข์ต้องการออกมาเรียกร้องสิทธิ์ ทางมหาวิทยาลัยยินดีและพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือ และต้องมีหลักฐานชัดเจนเพื่อสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้

ศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้มีแนวทางประเมินอาจารย์ที่เข้ามาสอน ในเรื่องการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพของอาจารย์ต้องได้รับการฝึกฝน ตั้งแต่คณะคัดเลือกเข้ามาทำงาน ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่เกรดดีเข้ามาเป็นอาจารย์และต้องดูหลายๆ เรื่องจรรยาบรรณสำคัญมากกว่ากฎหมาย ถ้าคนเรามีจรรยาบรรณจะไม่ทำผิดกฎหมาย และในส่วนนี้ทางคณะต่างๆ ก็ต้องให้ความสำคัญด้วย

ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ในส่วนของนิสิตเป็นข้อบังคับใช้ร่วมกันในคนหมู่มาก เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนิสิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เหมาะสมหากพบการกระทำระหว่างอาจารย์กับนิสิตในเชิงคู่รัก เพราะอาจารย์คือแบบอย่างของนิสิต ทั้งนี้นิสิตต้องเข้มแข็งไม่คล้อยตาม ปฏิเสธ ห้ามสร้างโอกาสหรือความเป็นใจให้อาจารย์ ห้ามอยู่กันโดยลำพัง ต้องมีเพื่อนและพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์สุ่มเสี่ยง อย่าหวังคะแนนโดยเอาตัวเองไปลงทุน

นางสาวสุธาลินี ร่วมใจ นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า การที่อาจารย์พยายามยัดเยียดความสัมพันธ์ที่นิสิตไม่ต้องการหรือพยายามที่จะล่วงละเมิด ส่วนตัวคิดว่าผิดจรรยา-บรรณการเป็นอาจารย์ พึ่งรู้ในบทบาทและหน้าที่ เรื่องความรักระหว่างอาจารย์กับนิสิตไม่เหมาะอยู่แล้ว เพราะพ่อแม่ของเด็กนิสิตก็ไว้ใจ คาดหวังในตัวอาจารย์จะเป็นพ่อแม่คนที่สองช่วยให้ความรู้ให้กับลูกของตัวเอง ให้ความหวังดี ดีกว่าการรักด้วยความเสน่ห์หา

นางสาวชาลิสา ผะกาแดง นิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เหมาะสมเพราะสถานะของอาจารย์มีความชัดเจน ในเรื่องชู้สาวมีความผิดทางวินัย ระเบียบหรือแม้แต่ผิดศีลธรรมทางสังคม ไม่ควรนำมาเป็นแบบอย่างในฐานะอาจารย์

 

อุดรอยรั่วเรือจ้าง

พ.ต.ต.สมพร เหล่าสมบัติ สารวัตรสอบสวน สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ความผิดเกี่ยวกับเพศเป็นความผิดทางอาญา ในทางความผิดแบ่งย่อยเป็นยอมความได้ เช่น ไม่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ไม่กระทบต่อคนสองคน เมื่อยอมความกันได้คดีจะยุติที่สถานีตำรวจ เพราะทางกฎหมายมองว่าเป็นเรื่องของคนสองคน และยอมความไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นคดีที่มีผลกระทบต่อผู้อื่น กฎหมายจะช่วยคุ้มครองผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศซึ่งต้องดูที่ความรุนแรง เพราะก่อนที่จะยอมความกันอาจจะมีการตกลงกันนอกรอบ ด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ เรื่องจะถูกส่งดำเนินการโดยศาล ดังนั้น คดีเกี่ยวกับเพศจะมีบางลักษณะที่ยอมความกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายจะดำเนินคดีหรือไม่ การดำเนินการตามกฎหมายของความผิดทางเพศมีหลายระดับ ทั้งนี้ หากอายุมากกว่า 18 ปี จะเรียกว่าข่มขืน แต่ต่ำกว่า 18 ปีจะเรียกว่าการกระทำชำเรา โดยอำนาจในการตัดสินโทษขึ้นอยู่ที่ศาล

สุดท้ายนี้ไม่ใช่เวลาที่จะหาเหตุผลว่าอะไรที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมอันมิชอบ ถามหาคนผิด หรือแม้แต่ตั้งคำถามเพื่อหาข้อยุติและบทลงโทษ เพราะคำตอบจะเป็นอย่างไร คงไม่สำคัญ หากวันนี้แม่พิมพ์ที่บิดเบี้ยวไม่สามารถกลับมาเป็นต้นแบบให้แก่ศิษย์ได้ ครูถือเป็นผู้ขัดเกลาศิษย์ให้เติบโตในสังคมที่ดี บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่สังคมจะหันมาหล่อหลอมให้แม่พิมพ์แท่นนี้กลับมาสมบูรณ์แบบเช่นเดิม ศิษย์ผู้แสวงหาวิชา หากมัวถลำลึกเล่นกับไฟ ไฟนั้นจะย้อนมาแผดเผาให้แสบร้อนจนเกิดแผลเป็นในใจ

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: