ข่าวที่น่าสนใจ

รักษาการแทนอธิการบดีมมส คนใหม่ ชู 3 นโยบายหลักเร่งพัฒนา วอนให้มองศักยภาพการทำงาน

 

            สภาคณาจารย์หวั่นรักษาการแทนอธิการบดีอาจเป็นเงาของ “ศุภชัย” แนะหากต้องการหลุดพ้นข้อครหา ต้องพิสูจน์ว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ด้าน “สัมพันธ์” แจงตนเป็นกลาง ขอให้มองศักยภาพการทำงาน ยันพร้อมรับใช้มหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่และโปร่งใส ชู 3 นโยบายหลักเร่งพัฒนา มมส ได้แก่ พัฒนาด้านการเรียนการสอน บุคลากร และสิ่งแวดล้อม

จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งที่ 19/2558 และประกาศในราชกิจ-จานุเบกษาให้นายศุภชัย สมัปปิโต ผู้รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จึงได้มีการแต่งตั้งรักษาการแทนอธิการบดีคนใหม่ ดำรงตำแหน่งโดย ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา (ข้อมูลจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา)

ทั้งนี้ รศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อยู่ในตำแหน่งผู้รักษาการแทนอธิการบดีมา 2 ปี ซึ่งขัดกับระเบียบที่ให้เพียงแค่ 6 เดือน จนมีคำสั่งพ้นจากตำแหน่งในที่สุดนั้น อาจมีสาเหตุมาจากกรณีทุจริตต่างๆ เช่น การก่อสร้างศูนย์กีฬาและนันทนาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้รับงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง และงบประมาณเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยร่วม 220 ล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาการก่อสร้างในปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2555 แต่มีการยกเลิกสัญญา เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน จากการถูกรวบงวดงานให้เหลือเพียง 10 งวด จาก 20 งวด โดยก่อนเลิกสัญญาได้มีการจ่ายค่าจ้างให้กับผู้รับเหมาเป็นจำนวนเงินกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเกินผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบไปกว่า 7 ล้านบาท และกรณีการใช้ผลงานวิชาการ เพื่อประกอบการยื่นเรื่องขอตำแหน่งทางวิชาการ โดยเอาผลงานวิชาการที่มีชื่อว่า Analysis of Anthocyanin,Flavonoids,and Phenolic Acid in Tropical Bignay Berries ให้เป็นของตัวเอง และณะนี้ทางวารสารระดับชาติที่ตีพิมพ์ผลงานดังกล่าว ได้ถอนการตีพิมพ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่งตั้งรักษาการแทนอธิการบดีคนใหม่

ผศ.ดร.วิรัติ ปานศิลา ประธานสภาคณาจารย์ ชุดที่ 11 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ถึงแม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ยังมาจากระบบเดิม เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยเป็นคณะกรรมการชุดเดิม

“ทางประชาคมมองว่าเป็นสภาฯ เกาหลัง มีการเลือกข้าง เช่น โหวตรับรอง รศ.ดร.ศุภชัยให้เป็นอธิการบดี 2 รอบต่อกัน ทั้งที่มีคดีลอกงานวิจัยและคดีโกงเงินมหาวิทยาลัย ซึ่งผมมองว่ามันไม่โปร่งใสถ้ายังใช้สภาฯ ชุดเดิมอยู่” ประธานสภาคณาจารย์ กล่าว

ผศ.ดร.วิรัติ กล่าวต่อว่า หาก ศ.ดร. สัมพันธ์ ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาต่างๆ ที่กล่าวหา เช่น การเป็นตัวแทน รศ.ดร.ศุภชัย ท่านต้องพิสูจน์ตนเองว่าท่านไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรืออยู่ในการบริหารของมหาวิทยาลัยชุดเดิม แสดงความเป็นผู้นำ แสดงผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ใช้ความสามารถของตัวเองแสดงศักยภาพ ถ้า ศ.ดร.สัมพันธ์ มีความตั้งใจจริง ตนก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ

ด้านของ ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เลือกข้าง อยากให้มองที่ศักยภาพในการทำงานมากกว่า ตนพร้อมจะรับใช้มหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่และโปร่งใส ทั้งนี้ตนได้ตั้งทีมบริหารด้วยตนเองไม่ขึ้นอยู่กับใคร และดึงมาเฉพาะผู้ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะทำงาน อยากให้พิสูจน์ที่ตัวงาน ตนพยายามบอกเสมอว่าไม่มีฝ่าย ไม่มีข้าง เคารพทุกข้าง และไม่ปิดกั้นสิทธิใคร แต่ต้องอยู่ในครรลองของจริยธรรม และจรรยาบรรณ รวมถึงต้องอยู่ในกติกาเดียวกันหมด

ศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนที่มองว่าตนเป็นตัวแทน รศ.ดร.ศุภชัย ตนไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตนชื่นชม และเคารพผลงานของท่านในฐานะอธิการบดีอยู่เสมอ

            “ส่วนเรื่องมีทัศนคติอย่างไรกับอธิการบดีคนเก่า ผมมองว่าผมไม่ได้เกลียดใครในเรื่องที่ท่านทำไว้ดีแล้ว ผมก็ควรให้เกียรติท่าน ผมไม่อยากตั้งแง่กับใคร เพราะผมก็ไม่รู้ว่าจะทำออกมาดีมากน้อยแต่ไหน” รักษาการแทนอธิการบดี กล่าว

ชูนโยบายพัฒนาภายใต้วาระ 4 ปี

ศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวถึงนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัยว่า ในฐานะรักษาการแทนอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตนพร้อมปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ที่ได้แสดงไว้กับคณะกรรมการสรรหาและสภามหาวิทยาลัย ภายใต้ 3 นโยบายหลัก 7 ยุทธศาสตร์ คือ พัฒนาด้านการเรียนการสอน พัฒนาด้านบุคลากร และพัฒนาด้านสภาพสิ่งแวดล้อม ส่วนของการเรียนการสอนจะเน้นการเรียนรู้แบบ Problem-based Learning (PBL) คือการเรียนรู้บนฐานปัญหาจริง มีทั้งการเรียนการสอนในห้องและได้ลงมือปฏิบัติงานจริงเพื่ออนาคตข้างหน้านิสิตจะสามารถปรับใช้ในชีวิตจริงได้ดียิ่งขึ้น

“นอกจากจะพัฒนาที่ตัวนิสิตเองแล้วก็ควรจะพัฒนาด้านคณาจารย์ให้มีความรู้ความสามารถให้ทัดเทียมโลกปัจจุบันด้วย เช่น การวิจัยในห้องเรียน วิจัยเชิงทฤษฎี และวิจัยเชิงประยุกต์ เพื่อสร้างสรรค์ และพัฒนาหลักสูตรการสอนที่มีความทันสมัย ทั้งยังมีการจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Roadshow) ระหว่างผู้บริหารกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณาจารย์คณะต่างๆ พบว่ายังขาดการรับประกันคุณภาพจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในตำแหน่งวิชาการของบุคลากรทางสายอาจารย์ในระดับสูงไม่มากพอ ต้องมีตำแหน่งด้านวิชาการ จบปริญญาเอก มีผลงานวิจัย นี่คือสิ่งที่คิดว่าจะทำก่อนหมดวาระ 4 ปี คือการยกระดับอาจารย์แต่ละคณะมีตำแหน่งวิชาการ เช่น อาจจะสร้าง star ของแต่ละคณะก่อน หลังจากนั้นก็จะผูก star กับทีมงาน คืออาจารย์ทุกสาขาในคณะนั้นๆ โดย star ที่เป็นศาสตราจารย์ต้องช่วยอาจารย์คนอื่นๆ ให้เป็นศาสตราจารย์ต้องทำอย่างไร และนำเอา star แต่ละสาขามา Road-show ในลักษณะพี่ดูแลน้อง คาดว่าผลที่ตามมาคือ ผู้ปกครองอยากจะส่งลูกมาเรียน ต่อให้มีค่าเทอมแพง หากอาจารย์ที่สอนมีการรับประกันคุณภาพ ก็พร้อมสนับสนุนให้มาเรียน ซึ่งอาจจะไม่มีอาจารย์ครบทุกสาขาวิชา แต่จะเป็นสาขาที่มีความโดดเด่นในแต่ละคณะ”ศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าว

รักษาการแทนอธิการบดี กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่จะพัฒนาต่อยอดคือ Green University หรือมหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งจะมีการพัฒนาไม่หยุดยั้ง ทำอย่างไรจึงจะลดการใช้มลพิษลง เช่น ลดมลพิษจากยานพาหนะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านิสิตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในความฝัน หรือความคิดของตน อาจจะมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีข้อบกพร่อง ทางมหาวิทยาลัยอาจจะช่วยในเรื่องของระบบชาร์จไฟ โดยทำลักษณะคล้ายมือถือ ทุกคนที่เข้ามาเรียนสามารถผ่อนซื้อได้ ราคาไม่แพง พอเรียนจบสามารถขายคืนได้ เป็นสิ่งที่น่าคิดว่าทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการในรูปแบบนี้มากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องของพลังงาน พบว่าค่าไฟภายในมหาวิทยาลัยมีจำนวนสูงกว่า 100 ล้านบาท อาจจะเพิ่มเติมแผนในการทำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเชื่อมต่อ (Solar Energy) ด้านการลงทุนพบว่าค่อนข้างแพง อาจจะมีการขอความร่วมมือจากรัฐบาล ตนต้องศึกษาเพิ่มและวางแผนดำเนินการ

 

ก่อสร้างและรักษาถนนหน้าป้าย

ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2559 ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผูู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรคณะวิทยาการสารสนเทศ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ พร้อมกับสถาบันวิจัย วลัยรุกขเวช มมส นำโดย ศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ชี้แจงถึงแผนการดำเนินงานว่า ในส่วนของถนนบ้านดอนยม-มมส หรือถนนหน้าป้ายมหาวิทยาลัย เบื้องต้นจะดำเนินการติดป้ายประกาศชี้แจงการ ใช้ถนน และดำเนินการให้มีป้อมยามเพื่อไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามาได้ หากจะเข้ามาในเขตมหาวิทยาลัยจะต้องทำคำร้อง และหากถนนได้รับความเสียหายต้องพร้อมรับผิดชอบ เนื่องจากรถบรรทุกเข้ามาใช้ถนน อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุการชำรุดของถนนได้

ในส่วนของการก่อสร้างถนน และท่อระบายน้ำเพิ่มเติมนั้น ทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งงบประจำปี พ.ศ.2559 ไว้ 48 ล้านบาท และได้มีการประกวดราคาแก่ผู้รับเหมาแล้ว แต่เนื่องจากผู้รับเหมาไม่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะดำเนินงาน จึงต้องชะลอโครงการไว้ โดยมอบหมายให้ อาจารย์สันทนา ภิรมย์เกียรติ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารสถานที่ ออกแบบซุ้มประตูเพิ่มเติม และดูแลเรื่องไฟข้างถนนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้แล้วเสร็จ ซึ่งในการวางท่อนั้น จำเป็นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝนจะมาถึง เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมขังอาจทำให้ถนนชำรุดได้

 

เดินหน้าพัฒนาตลาดน้อย

ในส่วนของตลาดน้อยนั้น ภายในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2559 จะต้องปรับราคาอาหารลง ห้ามการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟม โดยให้ใช้วัสดุที่ทำจากธรรมชาติ ย่อยสลายง่าย เช่น กล่องชานอ้อย และกล่องกระดาษ เป็นต้น หากผู้ประกอบการสามารถยอมรับเงื่อนไขได้ ก็สามารถต่อสัญญาได้ โดยตัวสัญญาจะเปลี่ยนจากการประมูล มาเป็นการประเมินและลดค่าเช่า 25% แทน เนื่องจากการประมูลนั้นมีราคาสูง เช่น ร้านข้าวแกงมีราคาถึง 5 แสนบาท/ปี ร้านส้มตำ 3 แสนบาท/ปี ซึ่งทำให้ราคาอาหารแพงขึ้น ส่วนการประเมินนั้นจะสามารถควบคุมมาตรฐาน คุณภาพและสุขลักษณะของอาหารได้ โดยการสุ่มตรวจจากคณะแพทยศาสตร์ มมส อีกทั้งยังมีนโยบายปรับปรุงสถานที่ เช่น ยกระดับพื้นดินและปูกระเบื้องเพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นควันและน้ำท่วมขังตามฤดูกาล และยกระดับห้องน้ำให้ทัดเทียมกับห้างสรรพสินค้า

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: