ข่าวที่น่าสนใจ

อบต.เขาหลวงจัดประชุมลับต่ออายุเหมืองแร่เมืองเลย

จากกรณีเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย ที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้รับอนุญาตสัมปทานบัตรการทำเหมืองแร่จากกระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อปี 2545 ในบริเวณภูทับฟ้า ซึ่งสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเลยมีหนังสือยินยอมให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่ทองคำ เลขที่ 1-4/2546 บริเวณหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เนื้อที่รวม 369 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา มีกำหนด 10 ปี ซึ่งออกให้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2546 และได้หมดอายุลงในปี 2556 (ข้อมูลจากThaiPublica.org)

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง (ส.อบต.เขาหลวง) อ.วังสะพุง จ.เลย ได้เปิดประชุมลับ เพื่อลงมติในวาระการขอต่ออายุการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกภูเหล็ก บนภูทับฟ้า หมู่ 3 บ.นาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารคอยกีดกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าร่วมในการประชุม โดยแจ้งว่าชาวบ้านไม่มีสิทธิในการออกเสียงที่จะให้มีการทำเหมืองทองคำต่อในพื้นที่หรือไม่ ขณะที่ด้านชาวบ้านมีการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ

นางพรทิพย์ หงชัย ตัวแทนสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน อ.วังสะพุง จ.เลย ให้ข้อมูลว่า การที่ชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้านไม่ให้เหมืองแร่ต่ออายุสัมปทานบัตรนั้น เนื่องจากบริเวณที่ใช้ทำเหมืองแร่คือแหล่งต้นน้ำและทรัพยากรหลักที่ใช้ในการดำรงชีพ หากกิจการเหมืองแร่ทองคำได้รับการต่ออายุสัมปทานอีกจะเกิดผลกระทบในระยะยาว อีกทั้งเหมืองได้มีการยื่นสัมปทานบัตรบริเวณภูเหล็กที่ติดกันกับภูทับฟ้า ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองที่สุดเพราะภูเหล็กเป็นต้นน้ำชั้น 1A (บริเวณต้นน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย)

นางพรทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บริษัททุ่งคำจะขอต่ออายุสัมปทานในการประกอบกิจการเหมืองแร่ ทางบริษัทไม่มีการเข้ามาพูดคุยชี้แจงกับชาวบ้านให้รับทราบ จนชาวบ้านทราบข่าวว่าจะมีการเปิดประชุมลับของ ส.อบต.เขาหลวง จึงมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเข้าฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุม เพราะชาวบ้านมองว่าการเข้าร่วมฟังการประชุมนั้น เป็นการใช้สิทธิอย่างชอบธรรมซึ่งเป็นไปตามหลักของสิทธิชุมชน

อย่างไรก็ตาม หากจะเปรียบเทียบผลกระทบและให้เห็นถึงชัดเจน ควรถอดบทเรียนจากเหมืองทองคำจังหวัดพิจิตร เพราะเห็นผลกระทบได้เด่นชัดที่สุด ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยได้ลงพื้นที่

IMG_0620

ตรวจสอบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ พบว่า มีจำนวนสารโลหะหนักประเภทตะกั่ว แมงกานีส กำมะถัน สารหนู ฯลฯ นอกจากนี้ ผลการตรวจเลือดของคนในหมู่บ้านยังพบว่ามีสารหนูปนเปื้อนในร่างกายสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานคือเกินกว่า 0.01 มิลลิกรัมจากการสำรวจเมื่อช่วงต้นปี 2557

ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม และอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันนี้ผลกระทบจากเหมืองทองคำในประเด็นสุขภาพได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากลำห้วยเหล็กได้กลายมาเป็นลำห้วยมรณะ เมื่อสารพิษและโลหะหนักได้เข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร

“ในวันที่ผมลงพื้นที่ ชาวบ้านได้นำผมเข้าสำรวจห้วยเหล็กและพบว่าในลำห้วยซึ่งแต่เดิมเต็มไปด้วยสัตว์น้ำและพืชน้ำที่เป็นอาหารของชาวบ้าน เช่น หอยขม หอยปรัง ปลาต่างๆ และเทา ได้หายไปจากลำห้วยหมดแล้ว ขณะที่ผักหนาม ผักกูด ที่เป็นทั้งอาหารและแหล่งรายได้ทางเศรษฐกิจของชาวบ้านก็หงิกงอและใบไหม้เกรียม” ดร.ไชยณรงค์ กล่าว

ดร.ไชยณรงค์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ส.อบต.เขาหลวง ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาวบ้าน จะเห็นได้จาก 2 กรณีคือหากมีประชามติ ส.อบต. จะต้องชี้แจงว่าหากมีเหมืองเกิดขึ้นในบริเวณชุมชนจะส่งผลกระทบอย่างไรกับชุมชนบ้าง ซึ่งคำตอบก็คือทำให้เกิดการจ้างงานในชุมชน กระทั่งชาวบ้านถามกลับว่าแล้วประโยชน์อย่างอื่นมีไหมซึ่ง ส.อบต. ส่วนใหญ่ก็ยังคงให้คำตอบกับชาวบ้านไม่ได้

ดร.ไชยณรงค์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต่อมา ส.อบต.เขาหลวง จึงมีมติให้มีการประชุมลับหารือเรื่องการปล่อยอนุญาตให้เหมืองทำการต่อ ซึ่งโดยหลักกฎหมายแล้วสามารถทำได้ แต่ตามหลักธรรมาภิบาลไม่สามารถทำได้เพราะกรณีนี้มันเป็นเรื่องของส่วนรวมและสาธารณประโยชน์ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ชี้ชัดได้ว่า ส.อบต.เขาหลวง ปกครองท้องถิ่นแบบไม่มีธรรมาภิบาล

“เพราะฉะนั้นแล้วทางออกของปัญหานี้ที่ดีที่สุดคือ ส.อบต.เขาหลวง ต้องฟังเสียงจากชาวบ้านเพราะ ส.อบต. มาจากการเลือกตั้งของชาวบ้าน เข้ามาทำงานเพื่อปกป้องดูแลชาวบ้าน เพราะฉะนั้น ต้องตัดสินใจในเรื่องนี้บนผลประโยชน์ของชุมชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากชุมชน เพราะชุมชนเองก็มีกฎหมายในส่วนของสิทธิชุมชนควบคุมดูแลอยู่ พื้นที่ตรงนั้นมีทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของรัฐบาลก็จริง แต่ทรัพยากรเหล่านั้นควรจะตกเป็นของชุมชน หากรัฐบาลยังปล่อยให้คนภายนอกเข้ามาสัมปทานก็นับว่าเป็นการละเมิดสิทธิชุมชนด้วยเหมือนกัน” ดร.ไชยณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: