ข่าวที่น่าสนใจ

“สายย่อ” เทรนด์ใหม่วัยรุ่นโชว์หวือหวาว่อนโซเชียล นักวิชาการแนะหยุดไลค์ หยุดแชร์ ชี้ให้เห็นคุณค่าตัวเอง

สายย่อเทรนด์ใหม่วัยรุ่น โชว์เต้นหวือหวา เห็นเนินอก ว่อนโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ย้ำเป็นความชอบส่วนตัว ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ด้านนักวิชาการเผยปัจจัยหลักต้องการความสนใจจากคนอื่น แนะทางออกสังคมหยุดไลค์ หยุดแชร์ ขณะที่ครอบครัวต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ให้ความรักความเอาใจใส่ และชี้ให้เห็นคุณค่าตัวเอง 

นางสาวเปรมสิริ บุญชู อายุ 23 ปี บุคคลที่เรียกตัวเองว่าสายย่อ เปิดเผยว่า คำว่า “สายย่อ” ในความคิดก็ดูสนุก เวลาเที่ยวหรือเต้นในผับจะแทนตัวเองว่าสายย่อ ดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคนจะมอง ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไร เป็นแค่คำที่ใครๆ ก็พูดถึง และเป็นคนชอบถ่ายภาพ ถ่ายคลิป ออกแนว เซ็กซี่ปนหวาน ชอบถ่ายแบบนี้มานานแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้หญิงทุกคนต้องถ่ายภาพโชว์เนินอก

“ในเมื่อเรามีเนินอกหรือทำศัลยกรรมมาก็ต้องโชว์ เป็นคนไม่สนใจคำพูดใครอยู่แล้ว ถ้าชอบก็ดู ไม่ชอบก็อย่าดู ส่วนตัวรู้สึกดีที่มีคนมากดไลค์ในเฟสบุ๊ค ขั้นต่ำ 1,000 – 3,000 ไลค์ขึ้นไป พวกโรคจิตที่มาคอมเม้นเยอะมาก บางคนทักแชทส่งภาพอวัยวะเพศตัวเองมาให้ บางรายส่งคลิปขณะสำเร็จความใคร่ก็มี เราจะจัดกับพวกนี้ด้วยการไม่ตอบโต้ ไม่อยากให้หลายคนคิดว่าภาพที่โพสต์ คือการเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น มันเป็นเพียงรูปภาพรูปหนึ่งแค่นั้นเอง ไม่ต้องการเรียกร้องให้ใครมาสนใจ” นางสาวเปรมสิริ กล่าว

นางสาวปภาวดี เลื่อนศิริ อายุ 23 ปี บุคคลที่เรียกตัวเองว่าสายย่อ เล่าว่า “สายย่อเป็นเหมือนคำที่ใช้เรียกวัยรุ่นที่เที่ยวกลางคืนจนคนอื่นคุ้นหน้า ปกติเป็นคนชอบแต่งตัวถ่ายรูป และมีสังคมในโลกโซเชียล ภาพที่เลือกโชว์ หวือหวา เห็นเนินอกมากพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับโป๊ เปลือย หรืออนาจาร แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน คนเราคิดต่างมองต่าง เราไม่สามารถทำให้ทุกคนมาคิดมามองเหมือนเราได้ ผลตอบรับอย่างต่ำ 1,000 ไลค์ ก็มีคนชอบบ้างไม่ชอบบ้าง เราก็ไม่แคร์ คือไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ”

นางสาวปภาวดี เล่าต่ออีกว่า สิ่งที่ตนเจอบ่อยคือการแสดงความคิดเห็นที่ส่อไปในทางอนาจาร ต้องการขอร่วมเพศ แต่เลือกมองผ่าน เพราะหากยิ่งตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย เขาก็ยิ่งชอบ จึงเลือกปล่อยไป ส่วนบางกรณีที่ทักแชทข้อความ ก็จะจัดการโดยการบล็อก หลายคนอาจมองว่าการโพสต์ภาพลักษณะนี้คือการเรียกร้องความสนใจ สำหรับตนคิดว่าไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ เพราะทุกรูป ทุกสถานที่ มักมีความทรงจำ การเขียนหรือโพสต์ทุกอย่างลงไปในเฟสบุ๊ค ก็เหมือนการบันทึกอัลบั้มรูปภาพ เมื่อคิดถึงก็ย้อนกลับมาดูอีกครั้ง

นายอดิศักดิ์ น้อยแจ่ม แอดมินเพจ ReviewHere (เพจที่รีวิวทุกเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในสังคม) กล่าวว่า ความจริงแล้ว สายย่อคือวลีเรียกวัยรุ่นที่ชอบเพลงแนวสไตล์ Hip Hop, Trap, Twerk จะโยกหัวไปตามจังหวะที่ดรอปลงมา ไม่ใช่สายย่อที่ต้องย่อเอวเต้นยั่ว เปิดเพลงเต้นทั่วไป และออกมาโชว์หวือหวา ส่วนตัวคิดว่าคงอยากโชว์หุ่นและเรียกเรตติ้ง รวมถึงอยากดัง จริงอยู่ที่หลายคนที่เต้นในคลิปบอกว่าเป็นความชอบส่วนตัว เพื่อปฏิเสธในสิ่งที่ทำ แต่ถึงกระนั้นขึ้นชื่อว่าคน ย่อมอยากให้สิ่งที่ตัวเองทำมันดัง ยิ่งสมัยนี้มีคนอยากดังมีอยู่จำนวนมาก

นายอดิศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ในมุมมองที่ตนเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับสิทธิส่วนบุคคล เขาคิดว่าอยากเต้น อยากทำอะไรในโซเชียลก็ได้ อยากโชว์หวือหวาก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ทุกอย่าง เพราะคนที่เข้ามาเสพหรือดู จะมีคนชื่นชมในหุ่นเขา แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มองเขาเป็นอย่างอื่น และแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม หนำซ้ำยังทำให้คุณค่าในตัวเขาหายไป ซ้ำร้ายอาจทำให้คนที่เข้ามาในชีวิต ไม่ได้รักเขาที่จิตใจ ตัววัยรุ่นที่โชว์หวือหวา บางคนอาจจะทำขำๆ บางคนอาจจะทำจริงจัง เพราะอาจโดนปลูกฝังว่า ถ้าอยากดังต้องโชว์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ในส่วนของคนเข้ามาดูจะเข้ามาตามประสานักเลงคีย์บอร์ด มีทั้งคนดีและคนที่หยาบคายหรือพวกหื่น แต่ขึ้นชื่อว่าคนย่อมมองเห็นสิ่งที่มันดีต่อตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีใครมองสิ่งไม่ดี

นางสมพร เมตตาริกานนท์ วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม ( สวจ.มค.) กล่าวว่า การที่เด็กออกมาโชว์หวือหวา เราไม่อาจตัดสินได้ เพราะเด็กอาจมีเหตุผลที่ต้องทำ บางครั้งอาจลงเฉพาะในกลุ่มหรือเพจส่วนตัว แต่มีคนนำออกมาเผยแพร่ เราไม่ทราบเบื้องหลัง และคาดการณ์ไม่ได้ ทั้งนี้ไม่ได้ฟันธงว่าสิ่งกระทำนั้นดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่ห่วงใยคือคนที่เลือกรับสื่อและเข้าใจจุดประสงค์ของคนโพสต์ว่าต้องการสื่อสารหรือไม่ โดยเฉพาะการเลือกรับสื่อของเด็กวัยประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่เริ่มคล้อยตามสื่อ ไม่ใช่เฉพาะแค่สื่อลามก แต่บางครั้งก็มีสื่อวิชาการด้วย

“สิ่งสำคัญคือการปลูกจิตสำนึกด้านการผลิตสื่อให้ปลอดภัยและสร้างสรรค์ รู้เท่าทันสื่อ เลือกสื่ออย่างถูกต้อง ทางวัฒนธรรมจังหวัดจึงมีโครงการประกวดคลิปวีดีโอ ในหัวข้อ ‘เด็กไทยรู้เท่าทันสื่อ’ เพื่อนำไปสู่การร่วมป้องกัน แก้ไขปัญหา และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคม” นางสมพร กล่าว

นายอมร จำรัส อายุ 44 ปี อาชีพรับจ้าง จ.มหาสารคาม ในฐานะผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่ย กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ใหญ่และเห็นภาพวัยรุ่นโพสต์คลิปเต้นในผับ โชว์เนินอกทางโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ และเรียกตนเองสายย่อจนกลายเป็นคำที่ติดปากกันในกลุ่มวัยรุ่น สิ่งที่เป็นห่วงก็คือเยาวชนจะเข้าใจและหลงเชื่อในสิ่งผิดๆ และทำตาม เพราะคิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งดี ซึ่งอันตรายมาก ผู้ปกครองควรสั่งสอนให้เยาวชนเสพสื่อและรับสารอย่างถูกวิธี ค่านิยมใหม่นี้จึงจะหมดไปได้ อาจขึ้นอยู่กับความจำของคนเรา จริงอยู่ที่คนไทยจะหลงไปกับสิ่งที่กำลังฮิตกำลังสนุก แต่ถ้าเมื่อมีเทรนด์ใหม่มา เดี๋ยวก็เลิกฮิตเทรนด์เก่า และหันมาฮิตเทรนด์ใหม่อยู่ดี

ดร.อารยา ปิยะกุล ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นหญิงชอบโชว์หวือหวาทางเน็ต มีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น กลุ่มเพื่อน เศรษฐกิจ การได้รับการยอมรับ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วการโชว์ของวัยรุ่นจะมีสาเหตุหรือปัจจัยหลักมาจากความต้องการที่จะได้รับความสนใจจากบุคคลอื่น ต้องการเป็นคนสำคัญ เมื่อโชว์แล้วมีคนกล่าวถึง มีคนแชร์ ก็เป็นการได้รับการตอบสนองความต้องการ ซึ่งเปรียบเสมือนการได้รับรางวัล หรือเมื่อเห็นคนอื่นโชว์แล้วได้รับการกล่าวถึง มีการแชร์กัน ได้รับความสนใจให้เป็นคนสำคัญของสังคมในกลุ่ม วัยรุ่นจึงเห็นเป็นแบบอย่าง อยากเลียนแบบ เพื่อจะได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน

“บางคนต้องการสร้างคุณค่าให้กับตนเอง ต้องการได้รับความสนใจ แต่บางคนอาจจะมีอาการป่วยทางจิตเวช ที่เรียกว่า Exhibitionism หรือการชอบโชว์หรืออวดอวัยวะเพศ ซึ่งต้องดูจากพฤติกรรมที่โชว์ว่าเกิดจากความต้องการความสนใจ เมื่อมีผู้ให้ความสนใจ จะรู้สึกพึงพอใจ อาจมีผลกระทบต่อวัยรุ่น เพราะทุกอย่างที่อยู่ในสื่อออนไลน์เมื่อถูกแชร์ออกไป จะไม่สามารถควบคุมคำวิจารณ์หรือความคิดเห็นของผู้คนบนสื่อออนไลน์ได้ ซึ่งอาจจะกระทบต่อจิตใจในเชิงลบมาก ส่งผลต่อสุขภาพจิต ก่อให้เกิดความเครียด ความโศกเศร้า และความเสียใจ” ดร.อารยา กล่าว

ดร.อารยา กล่าวต่อว่า หากในอนาคตวัยรุ่นคนที่โชว์ต้องการลบภาพหรือคลิปวีดีโอออกจากสื่อออนไลน์ก็เป็นไปได้ยาก เพราะภาพหรือคลิปวีดีโอได้ถูกแชร์ไปแล้ว และภาพหรือคลิปวีดีโออาจถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำโดยบุคคลอื่น อาจจะส่งผลต่อหน้าที่การงาน และครอบครัวในอนาคต ทั้งนี้ เมื่อคนมีพฤติกรรมชอบโชว์แล้วได้รับการกล่าวถึง ได้รับความสนใจ มีการกดไลค์ และแชร์กันมาก ทำให้เด็กและวัยรุ่นอยากทำตาม เพราะต้องการได้รับความสนใจเช่นกัน โดยไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบระยะยาวที่จะเกิดขึ้น เมื่อต่างคนต่างทำ พฤติกรรมนี้ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมวัยรุ่น กลายเป็นพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับ

“แนวทางป้องกันคือคนในสังคมต้องไม่แชร์ ไม่กดไลค์ ไม่ให้ความสนใจ ครอบครัวต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ด้วยการให้ความรัก ความเอาใจใส่ในการพัฒนาให้บุตรหลาน รู้จักรักและเคารพตนเอง เห็นคุณค่าในตนเอง มีความเข้มแข็งทางจิตใจ สถาบันการศึกษาต้องเสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณ รู้จักแยกแยะ มีเหตุมีผล สร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มีความเข้มแข็งทั้งด้านปัญญาและจิตใจ ผ่านการสอดแทรกในการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมที่สร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางปัญญาและจิตใจ” ดร.อารยากล่าว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: