ข่าวที่น่าสนใจ

สารคามแดนฝัน (ฝุ่น)

 

            “สารคามแดนฝุ่น” ชื่อนี้คงติดหูประชาชนจังหวัดมหาสารคามเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะบริเวณรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) วิทยาเขตขามเรียง เดิมทีแล้วเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า “ป่าโคกหนองไผ่” ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ ในขณะนั้น ศ. (พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคามคนแรก (พ.ศ.2538-2546) และได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2539 และดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น คงไม่ต้องสงสัยว่าเม็ดฝุ่นที่ซัดสาดฟุ้งกระทบทุกอณูรูขุมขนประชาชนนั้นมาจากที่ใด เนื่องจากภูมิศาสตร์ดั้งเดิมเป็นที่ดินผืนป่าโคกอันแห้งแล้งกันดาร และฝุ่นก็ไม่ได้เกิดจากแค่สภาพพื้นที่เท่านั้น การก่อสร้างต่าง ๆ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่นำพาเจ้าฝุ่นเม็ดจิ๋วให้โคจรมาเจอกับเราด้วย หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้ก่อตั้งขึ้นมา ก็นำพาความเจริญมาสู่ดินแดนแห่งนี้ มีการก่อสร้างตึกรามบ้านช่อง หอพัก และถนนหนทางต่างๆ ตามมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ด้วยพื้นที่และทรัพยากรมีอย่างจำกัดจำเขี่ย ทำให้การพัฒนาผ่านไปอย่างล่าช้า

หากยามใดที่ลมพัดมาอย่างรุนแรงโดยที่นิสิตและประชาชนยังไม่ทันตั้งตัว ลองนึกภาพพายุทะเลทรายโหมกระหน่ำมีผู้คนขี่อูฐกลางทะเลทราย หากแต่เปลี่ยนเป็นนิสิตขับรถเครื่องสองล้อฝ่าพายุฝุ่น บ้างปิดปาก บ้างปิดจมูก อีกมือหนึ่งบิดคันเร่ง ซึ่งเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุไม่น้อย

ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกาศไว้ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558 ว่า อนุภาคของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (particulate matter: PM 10) จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน      ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

หากสวมเสื้อนิสิตสีขาวขณะขับรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมเสื้อแขนยาวคลุมไว้ เสื้อขาวอาจเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงก็ได้ ดังนั้น นิสิต มมส จะมีอาวุธประจำกายติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น แว่นกันแดด เสื้อแขนยาว หน้ากากอนามัย และหมวก ซึ่งจำเป็นต่อการเดินทางทั้งสิ้น

นายไพรัตน์ ทัศน์ศรี ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์สื่อมวลชนว่า ในการก่อสร้างถนนนั้นแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องทำให้เกิดฝุ่นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงเวลาที่ผู้รับเหมากำลังดำเนินงานทางเทศบาลตำบลท่าขอนยางจะไม่ได้เข้าไปทำความสะอาด แต่เมื่อก่อสร้างถนนเสร็จ เทศบาลฯจะจัดหน่วยงานออกไปทำความสะอาดถนนให้ และการันตีเลยว่าถนนเส้นนี้จะไร้ฝุ่นอย่างแน่นอน แต่ช่วงเวลาในการก่อสร้างนี้ อยากขอให้นิสิตหลีกเลี่ยงการใช้ถนนบริเวณนี้ไปก่อนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์

เนื่องจากฝุ่นละอองเป็นปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนานดังที่กล่าวมาข้างต้น ผศ.ดร.ประยูร วงศ์จันทรา  คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มมส เปิดเผยว่า ฝุ่นรอบมหาวิทยาลัยเกิดจากการก่อสร้างหลายประเภท ทั้งถนนหนทาง ตึกหอพักที่ต้องใช้ดินเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อมีการขนดิน ถมดินอยู่ประจำ จึงทำให้ดินฟุ้งกระจายและ
เกิดเป็นภาวะมลพิษฝุ่นละออง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสัญจร ภูมิทัศน์ วิถีชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดติดเชื้อ หากต้องการแก้ไขควรนำกฎหมายเข้ามาบังคับใช้หรือจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการต่างๆ มักง่าย และหลีกเลี่ยงข้อบังคับ

แต่ช้าก่อนเราไม่ได้มีแค่ฝุ่นเท่านั้นที่เป็นจุดขายหลัก เมื่อฤดูฝนมาเยี่ยมเยือน เราก็มีเทศกาลว่ายน้ำกลางถนน กางเปลอาบแดดริมชายหาด เรียกได้ว่าสามารถเอาเจ๊ทสกีมาขับได้สบาย แต่ก็เป็นที่น่าสงสัยกันอยู่มาก ในเมื่อแม่น้ำชีก็อยู่ห่างจากตัวชุมชน แต่ทำไมน้ำถึงท่วมได้หนอ แล้วระบบการระบายน้ำล่ะ

ทั้งที่มีการวางแผนพัฒนาอยู่หลายปี แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีแม้แต่ร่องรอยการดำเนินงาน โดยเฉพาะถนนบ้านดอนยม-มมส ที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ นั้น หากมีน้ำท่วมขังอย่างเช่นเคย ก็อาจเปื่อยยุ่ยหลุดลุ่ยคืนสภาพกลายเป็นถนนบนดาวอังคารเช่นเดิม

นายศักดิ์ราม สุรภีร์ หัวหน้าควบคุมการก่อสร้าง โครงการพัฒนาเมืองในพื้นที่ชุมชนบ้านขามเรียง จ.มหาสารคาม กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการวางท่อบริเวณรอบ มมส        ว่าภายหลังจากการดำเนินโครงการมาแล้วกว่า 10 เดือน จากกำหนดการระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 และต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ด้วยงบประมาณในการก่อสร้าง 215 ล้านบาท (ที่มา http://www.suemuanchon.com)

จ.มหาสารคาม แห่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศได้ตามสภาพภูมิอากาศ ซึ่งชาว มมส ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ล่วงหน้า เมื่อฤดูร้อนมาถึงก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์เปรียบเสมือนเป็นเศรษฐีบ่อน้ำมันอยู่ที่อาบูดาบี
ขี่อูฐกลางทะเลทราย มีมหาวิทยาลัยที่เป็นดั่งตึกเอทิฮัดทาวเวอร์ ตั้งตระหง่านไกลสุดลูกหูลูกตา

ปัญหาเหล่านี้ใช่ว่าเพิ่งจะเกิด แต่เป็นปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนานหลายปี เกิดอันตรายต่อนิสิตก็บ่อยครั้ง โดยเฉพาะน้องใหม่เฟรชชี่วัยใสที่ไม่คุ้นชินถนนหนทาง ผู้รับผิดชอบต่างปัดภาระหน้าที่เสมือนตีลูกปิงปองโต้กันไปมา สุดท้ายพวกเราชาว มมส คงได้แต่รอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: