ข่าวที่น่าสนใจ

นักพูดร้อยศพหรือนักล่าความกตัญญู – เบส อรพิมพ์ รักษาผล

“อย่ากลัวที่จะเจอปัญหาหรือบาดแผล อย่ากลัวทุกการล้มลง แต่จงกลัวที่เราไม่เข้มแข็งมากพอ ที่จะลุกขึ้นได้อย่างสง่างามด้วยตัวเอง” คำพูดสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากสาวเสียงเข้ม เบส-อรพิมพ์ รักษาผล เจ้าของฉายานักพูดร้อยศพและนักล่าความกตัญญู เสียงที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนให้ลุกขึ้นสู้ คำพูดที่ตอกย้ำให้ใจที่ด้านชาของใครหลายคน กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หญิงสาวผู้เลือกเดินทางสายนักพูด จากประสบการณ์เรียงร้อยเป็นถ้อยคำ เพื่อรักษาทุกบาดแผลให้กลับมาสมานอีกครั้ง “

 

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักพูด

เริ่มต้นจากการเป็นนักพูดล่ารางวัล ไม่ว่าจะประกวดสุนทรพจน์ บรรยายธรรม โต้วาที ยอวาทีทั่ว ๆ ไป เพราะว่าเบสโชคดีที่ได้ครูบาอาจารย์ดี ให้การสนับสนุนจนเราได้มีเวที มีโอกาสไปพูดในหลาย ๆ ที่ เป็นการสั่งสมประสบการณ์ด้านการพูด แต่หลังจากนั้น เมื่อได้รับรางวัลเยอะแยะแล้ว มีความรู้สึกว่าสามารถพูดในด้านอื่นได้ จึงก้าวสู่การพูดในแนวทางที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างจิตสำนึก และการพูดในเชิงวิทยากรที่ให้ความรู้เรื่องคุณธรรม

ที่มาฉายานักพูดร้อยศพ-นักพูดล่าความกตัญญู 

ฉายานักพูดร้อยศพ ได้มาหลังจากเราชนะเยอะๆ คุณครูก็คิดว่าเราน่าจะสามารถพูดในด้านเชิงสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกให้คนได้ จึงชักจูงไปพูดในงานศพ เป็นการให้มุมมองว่า สำหรับคนที่ยังอยู่ ต้องทำอะไรหลังจากนี้ เพื่อทำให้คนที่จากไปไม่เป็นห่วง แต่สำหรับคนที่ยังอยู่ เราจะทำอะไรเพื่อไม่ให้สายไปต่อคนที่รักเรามากที่สุด

นักพูดร้อยศพก็เลยได้มาจากการพูดเทิดพระคุณพ่อ เทิดพระคุณแม่ แล้วก็ทวงคืนความกตัญญูกลับสู่จิตใจคนในงานศพ  หลายร้อยศพที่เราได้ไปพูด จึงได้รับฉายานักพูดร้อยศพมาค่ะ

ส่วนนักพูดล่าความกตัญญู คือมาจากพื้นฐานการพูดในงานศพหรือว่าในโอกาสต่างๆ มักจะพูดในเรื่องของความกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานของการเป็นคนดี เป็นมารดาของคุณธรรมทั้งปวงในการใช้ชีวิตของมนุษย์อยู่แล้ว ใคร ๆ ก็เลยจำเราได้ว่า ถ้าเจอนักพูดคนนี้จะต้องได้รับฟังเรื่องความกตัญญู ซึ่งจะสร้างความประทับใจและสร้างจิตสำนึกได้แน่นอนถ้าได้เจอเบสค่ะ11

แรงบันดาลใจในการพูดให้กำลังใจคนอื่น

เกิดจากความรู้สึกที่เราเองก็เคยมืดบอด เคยล้ม เคยต้องการกำลังใจ แล้วถ้าเราพอมีความสามารถที่จะใช้เสียง ซึ่งไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ยกเว้นการฝึกฝน การพูดออกมาจากใจ และมอบพลังใจให้กับคนอื่นได้ ทำไมเราถึงไม่เลือกทำสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี สามารถให้และรับได้ในเวลาเดียวกัน จึงเป็นที่มาของการที่อยากพูดเพื่อให้กำลังใจคนอื่น ซึ่งเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเองทุก ๆ ครั้งที่เราได้หยิบยื่นกำลังใจให้กับคนที่ล้มเช่นกันค่ะ

ก่อนที่จะได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

ต้องตอบว่ามาจากเรื่องจริงของชีวิตเลยค่ะ ที่ได้พบเจอ คือจริง ๆ เมื่อเราได้เป็นคนพิเศษในสายตาใครหลาย ๆ คนมีพรสวรรค์หรือโดดเด่น หลายครั้งเราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของความถูกต้อง เป็นศูนย์รวมของอะไรก็ตาม จนเราลืมความสำคัญของคนรอบข้าง มันจะไม่แปลกและไม่สร้างผลกระทบยิ่งใหญ่ ถ้าคนรอบข้างที่เราลืมเป็นคนอื่น และเบสเรียกตัวเองว่าเคยเลว เพราะว่าเรามองไม่เห็นความสำคัญของคนที่รักเรา พ่อแม่ ผู้มีพระคุณที่อยู่ข้าง ๆ เรา เราเคยก้าวร้าว เราเคยทำตัวไม่ดี เราเคยไม่รักท่าน เราเคยกระด้างกระเดื่อง จนถึงขั้นที่เคยใช้คำพูดร้าย ๆ เลว ๆ ทำลายหัวใจท่าน นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ตัวเองก็เคยไม่ดีมาก่อน แล้วจะแปลกอะไรที่เราจะสามารถใช้คำพูดนี้ให้กำลังใครอีกมากมายที่เคยไม่ดี

เหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่

เป็นเหตุการณ์ที่เล่าถึงทุกครั้ง ก็รู้สึกว่าเหมือนเรากลับไปอยู่ในจุด ๆ นั้นทุกครั้ง เบสเองหลงระเริงกับความสำเร็จ ความสามารถ โดยลืมไปว่าคนที่อยู่เบื้องหลังลมหายใจคือพ่อแม่ วันที่เปลี่ยนชีวิตได้คือวันที่เราเห็นแม่อยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย ตอนที่เราเห็นท่านประสบอุบัติเหตุหนักสาหัส แต่ท่านกลับรอที่จะขอโทษเรา เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ จึงไม่ได้ไปรับเรา วันที่เห็นท่านพร่ำเพ่อ ภาวนาถึงตัวเรามากว่าความเจ็บปวดและความเป็นความตายของตนเอง วันที่เห็นเขาพยายามทำหน้าที่ของแม่อย่างดีที่สุด โดยที่ลืมไปว่าชีวิตเขาสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

เปรียบเสมือนวันที่ทำให้เราได้สติ เป็นวันที่ได้ชีวิตใหม่ อีกครั้ง และทำให้เราได้หยุดคิดว่าสิ่งที่เป็นความสามารถพิเศษ  ความเก่งกาจหรืออะไรก็ตามที่มี สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สำคัญอะไรเลย  หากไม่มีท่านอยู่ข้าง ๆ เราก็อาจจะเป็นคน ๆหนึ่งที่ได้รับเสียง ปรบมือ ร้อยพันเสียงปรบมือ แต่ไม่มีกำลังใจที่แท้จริงในชีวิต วัน นั้นจึงเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง ทั้งในทางจิตวิญญาณ ด้านคุณธรรม  และจริยธรรม เพราะเราได้เห็นใครบางคนที่รักและห่วงใยชีวิตลูก มากกว่าชีวิตของตัวเอง

เบสคนใหม่เป็นอย่างไร

เบสคนใหม่มีความรู้ตัว รู้ตน แล้วก็รู้ว่าโอกาสในชีวิตนี้ มันไม่ได้มีทุกวัน คนที่เรารักไม่ได้อยู่ให้เรากลับไปหาทุกวันเราไม่สามารถขอโทษ เพื่อรักษาน้ำใจคนที่เราอยากขอโทษได้ทุกครั้งที่เราทำผิด เราไม่มีโอกาสแก้ตัวอะไรได้ตลอดเวลา เมื่อเราได้รู้ว่าชีวิตกับโอกาสมันเดินสวนทางกัน ด้วยอายุที่มากขึ้น เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะทำอะไรมากมายน้อยลง มันก็เลยทำให้เราได้สติ และเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ ที่รู้ตัวรู้ตน จึงเห็นคุณค่าของเวลาและโอกาสมากขึ้น

การพูดเปลี่ยนไปเมื่อคิดได้

การพูดเปลี่ยนไปมาก หลังจากที่เราได้คิดอะไรได้ รู้ตัวรู้ตน รู้คุณค่าของเวลาและโอกาส มีความรู้สึกว่าไม่ได้พูดเพราะความชำนาญหรือทักษะที่เรียนมาอย่างเดียว แต่เป็นการพูดที่ออกจากอารมณ์ความรู้สึก  เรากลายเป็นคนพูดจากสถานการณ์ เรื่องราวที่มันสามารถสร้างและสอนคนได้จริงที่สุด เป็นคนพูดที่สามารถใส่คำพูดเพียงไม่กี่คำ พร้อมอารมณ์ความรู้สึก แต่ไปสัมผัสกับหัวใจใครมากมายให้เขาคิดตามได้ และเรียนรู้จากสิ่งที่เราพูดได้ เหมือนเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ที่เขาสามารถท่องไปได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในสถานการณ์จริง ที่เราเคยเจอแล้วและเจ็บมาแล้ว

เคยคิดอยากทำอาชีพอื่นไหม

จริง ๆ เป็นคนมีความฝันหลายอย่าง อยากทำหลายสิ่ง แต่ยังรักในอาชีพนี้ ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานนี้อยู่ทุกวัน ยังมีคนจ้างงาน ยังมีคนคิดถึง ยังมีคนอยากให้เราไปพูด ยังมีคนอยากให้ช่วยเหลือ เป็นความภาคภูมิใจ ที่คน ๆ หนึ่งเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย เริ่มต้นจากไปหาเวทีพูด เริ่มต้นจากการพูดในงานศพ คุก สถานพินิจ จนกลายมาเป็นคน ๆ หนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนรอฟัง มันมากกว่าความสำเร็จ ถ้ายังมีคนฟังและสามารถสร้างประโยชน์ได้ ก็ยังอยากทำต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ

การพูดในแต่ละครั้ง ได้สอนอะไรบ้าง

การพูดในแต่ละครั้งสามารถสอนอะไรได้มากทีเดียวค่ะ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าเราสามารถบอกคนอื่นได้ว่าให้มีกำลังใจกตัญญูกตเวที ตัวเราเองก็ต้องมีสิ่งนั้นเช่นกัน และสามารถเป็นแรงบันดาลใจที่มากกว่าเป็นนักพูดได้หรือไม่ หลาย ๆ ครั้ง คนอาจจะคิดว่านักพูดจะพูดเก่ง แล้วใช้ทักษะมากมาย แต่ตัวเองนั้นดีจริงหรือไม่ ทำได้หรือเปล่า จึงอยากจะบอกว่า ในมุมมองของคนทุกคน ไม่มีใครดี 100%  แต่ว่าใครที่จะดีแล้วสร้างแรงบันดาลใจ โดยส่งต่อสิ่งเหล่านี้ได้ แบบนี้มากกว่าที่จะเป็นประโยชน์

การพูดที่สะเทือนใจมากที่สุด

เมื่อมีโอกาสไปพูดในสถานพินิจ จะมีวันที่ให้พ่อแม่เข้ามาเยี่ยมลูก จึงได้ฟังเบสพูดพร้อมกับลูก โดยอนุญาตให้ลูก สามารถลุกขึ้นไปกราบพ่อกราบแม่ที่มาเยี่ยมในวันพบญาติได้ ณ เวลานั้น มันเป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุด และคงไม่มีใครอยากทำความผิด ทุกคนมันมีหัวใจ คนที่ทำความผิดไม่ได้แปลว่าเค้าจะไม่เจ็บปวด เค้าอาจจะเจ็บปวดมากกว่าที่เรารู้ก็ได้ แต่คนที่มีใจที่ยิ่งใหญ่มากคือคนที่รักและให้อภัยคนที่ทำผิดมหาศาล ได้เห็นภาพของน้องที่ทำความผิด ไปกราบและกอดพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย คนเหล่านั้นร้องไห้ พร้อมให้อภัย โอบกอดลูกหลานด้วยอาลัยรัก เรามีความรู้สึกสะเทือนใจว่า สุดท้ายแล้วคนเราเวลาล้ม เราก็ต้องการแค่คนที่ไม่ซ้ำเติม รวมทั้งพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้เราลุกขึ้นได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาคนมากมายที่ไม่เชื่อว่าเราจะลุกขึ้นได้ บางทีชีวิตคนเราก็ต้องการแค่นี้จริงๆค่ะ

ทำอย่างไรให้ย่างก้าวที่เราเดินมีความหมาย

คนเราต้องมีสติ หมายถึงการรู้ตัวอยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไร รู้ตัวว่ากำลังสุข รู้ตัวว่ากำลังทุกข์ รู้ตัวว่ากำลังพลาด รู้ตัวว่าเราประสบความสำเร็จ สิ่งที่ทำให้ชีวิตคนเรามีความหมายมากๆ คือเราต้องเตือนตัวเองว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลก ไม่มีอะไรหรือใครที่จะอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะอยู่กับเราตลอดชีวิต สุขไม่นานเดี๋ยวก็จาง ทุกข์ไม่นานเดี๋ยวก็ไป หากยึดติดกับทุกอย่าง อาจจะไม่รู้จักเลยว่าดวงตะวันแห่งชีวิตที่มีความหมายจริงๆมันคืออะไร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราใช้ชีวิตไปอย่างสบาย อยากร้องก็ร้อง อยากสุข สุขให้เต็มที่

ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เป็นการปล่อยธรรมชาติอย่างมีสติ เรียนรู้มัน เติบโตไปพร้อมๆกับมัน เติบโตพร้อมกับทุกเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและคราบน้ำตา วันนั้นเราอาจจะได้รู้ว่า ชีวิตที่มีความหมายไม่ใช่ประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่เป็นชีวิตที่เรียนรู้จากทุกการหกล้ม และแหลมคมขึ้นที่จะก้าวเดินต่อไป อาจเห็นถึงความหมายมากกว่าเดิมก็เป็นได้

บาดแผลในชีวิต ชะล้างอย่างไรให้ใสสะอาด

โดยส่วนตัวเชื่อว่าบาดแผลในชีวิต มันลบให้สะอาดไม่ได้ เรามีปากกาที่มีลิควิดเปเปอร์ลบได้ แต่มันก็ทิ้งล่องรอยสีขาวไว้ให้รู้ว่ามันเคยเขียนผิด เรามียางลบดินสอ ลบได้สะอาดจริง      แต่มันก็ยังมีคราบดำๆ แม้มีปากกาที่เดี๋ยวนี้ลบได้ แต่มันยังมีรอยบุคำผิด สิ่งที่ผิดไปแล้ว อย่าเสียเวลากับการลบคำผิดเลยค่ะ อย่าเสียเวลากับการลบบาดแผล ที่มันไม่สามารถสะอาดเหมือนเดิมได้ เสียเวลากับการใช้ชีวิตหลังจากที่เกิดบาดแผลให้มันสะอาดกว่าเดิม ให้มันแหลมคมกว่าเดิม ให้มันมันมีภูมิคุ้มกันมากกว่าเดิม และให้เราได้เรียนรู้ดีกว่าว่าบาดแผลทั้งหลาย พรุ่งนี้เราจะไม่เป็น พรุ่งนี้เราจะก้าวไป แล้วพรุ่งนี้เราจะเข้มแข็งให้มากกว่าเดิม

กำลังใจ

อยากให้กำลังใจคนที่หมดกำลังใจ อยากบอกว่า ตัวเบสเอง บางวันก็มีหมดกำลังใจ แต่สิ่งที่ต้องทำเมื่อหมดกำลังใจ คือ อย่างแรก ต้องบอกตนเองว่าเรายังไม่ตาย และยังไม่อยากตายด้วย เราผ่านเรื่องราวมากมายกว่านี้มาตั้งเยอะแยะ จะแปลกอะไร หากเราจะผ่านมันไปอีกสักเรื่อง แล้วลุกขึ้นมาให้ได้อีกสักครั้ง เช็ดน้ำตาให้ได้อีกหน จะแปลกอะไรถ้าเราจะมีแผลอีกเพิ่มอีกแผล เราไม่สามารถลบได้ แต่เมื่อมันเกิดขึ้น “อย่ากลัวที่จะเจอปัญหาหรือบาดแผล อย่ากลัวทุกการล้มลง แต่จงกลัวที่เราไม่เข้มแข็งมากพอ ที่จะลุกขึ้นได้อย่างสง่างามด้วยตัวเอง”

คนที่ทำให้เราร้องไห้ แล้วหยุดร้องไห้ได้อย่างสนิทใจที่สุด คือตัวเราเอง อย่าเอาหัวใจไปผูกติดไว้กับอะไรหรือใคร อย่าฝังชีวิตของเราไว้กับความเจ็บปวดในหลุมดำที่ตนเองสร้างขึ้น จงอย่ากลัวที่จะเจอความผิดพลาดเจ็บปวดแบบซ้ำ ๆ แต่จงกลัวว่า ทำไมวันนี้เราไม่ใช้ลมหายใจที่มีพลังขณะนี้ต่อสู้กับปัญหาที่เราได้เจอ หากคิดเช่นนี้ เชื่อว่าถ้าเราเจอปัญหาอีกกี่ครั้ง เจ็บอีกกี่ครั้ง ล้มอีกสักกี่ครั้ง หมดกำลังใจอีกสักเท่าไร หลายคนยังคงอยากมีชีวิตอยู่ เพื่อสู้กับเรื่องที่เจอได้อย่างดีแน่นอน

จากเรื่องราวและแง่คิดในการใช้ชีวิตของนักพูดท่านนี้ พบว่าทุกบาดแผลมีความทรงจำ แต่เราสามารถเลือกที่จะจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ และนำมาเตือนสติในยามที่ล้ม เพื่อเสริมแรงให้ใจดวงเดิมได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เรื่องและภาพ นางสาววาสนา เพิ่มสมบูรณ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: