ข่าวที่น่าสนใจ

รับจ้างเรียนแทน ปัญหาใหม่ของการศึกษาไทย?

ข่าวรับจ้างเรียนแทนที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ขณะนี้ สังคมอาจจะมองว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความรับจ้างเรียนแทน และประกาศหาผู้มาเรียนแทนในเพจเฟซบุ๊คกลุ่ม มมส LIKE SHOP แต่สำหรับผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาเก่าที่ถูกสะสมมาสักระยะแล้ว

เนื่องจากหนังสือพิมพ์สื่อมวลชนประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ.2557 เคยนำเสนอข่าว “ตะลึงอาชีพ ‘รับจ้างเรียนแทน’ ศึกษาทั่วไปชี้พบผิดจริงโทษหนัก” โดยมีเนื้อหาในส่วนของโปรยข่าวระบุว่า “เผยนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามผุดอาชีพพิเศษ ‘รับจ้างเรียนแทน’ ในรายวิชาศึกษาทั่วไปครั้งละ 80 บาท เฉลี่ยทั้งเทอมตกราวกว่า 1 พันบาท ด้าน ผอ.สำนักศึกษาทั่วไปชี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ หากพบผิดจริง รับโทษหนัก” แต่หลังจากที่หนังสือพิมพ์ถูกเผยแพร่ออกไป กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อมวลชนกลับถูกผู้บริหารของมหาวิทยาลัยในขณะนั้นเชิญเข้าพบและชี้แจงถึงข่าวต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีข่าวรับจ้างเรียนแทน ซึ่งผู้บริหารให้คำแนะนำว่าไม่ควรนำเสนอข่าวด้านลบของมหาวิทยาลัย แต่ควรนำเสนอข่าวด้านบวกมากกว่า

หากแต่ในมุมของนักวารสารศาสตร์ เรากลับไม่มองว่านี่คือประเด็นเชิงบวกหรือเชิงลบ แต่เรามุ่งเน้นการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม และการนำเสนอข่าวนั้น ๆ จะต้องช่วยทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เราหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนได้รับการแก้ไข หากครั้งนั้นผู้บริหารเลือกที่จะแก้ไขปัญหา เชิญผู้ที่โพสต์เฟซบุ๊คหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับจ้างเรียนแทนมาสอบสวนและหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม อาจจะจะไม่มีข่าวรับจ้างเรียนแทนแพร่สะพัดออกไปตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ จนสื่อกระแสหลักต้องรายงานข่าวและกลายเป็นเรื่องที่โด่งดังในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเมื่อเกิดการนำเสนอข่าวประเด็นนี้ในสื่อมวลชน มหาวิทยาลัยก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2559 มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ผลการสอบสวนและมาตรการกรณีนิสิตมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ละเลย หรือเพิกเฉย หากแต่มีการดำเนินการต่อเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การมอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนานิสิตได้ทำหน้าที่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ มีกระบวนการติดตามและสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงการหาแนวทางการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ยังระบุอีกว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องจัดการเรียนการสอน เช่น ฝ่ายวิชาการและสำนักศึกษาทั่วไปขับเคลื่อนวาระการทบทวนมาตรการการเข้าชั้นเรียน หรือการจัดการเรียนการสอน ทั้งที่เป็นชั้นเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาดังกล่าว รวมถึงให้ฝ่ายพัฒนานิสิตและองค์กรนิสิต จัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมต่อนิสิต โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนานิสิต เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเป็นนิสิตและพลเมืองของสังคม

สำหรับการแก้ไขปัญหาต่อไปนั้น หากพบนิสิตที่กระทำความผิดจริงก็จะได้รับโทษสูงสุด (ภาพประกอบ) ในส่วนการเช็คชื่อเข้าเรียน มหาวิทยาลัยจะใช้เครื่องตรวจสอบใบหน้าและตรวจบัตรนิสิตก่อนเข้าเรียน เป็นต้น แต่ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวในช่วงเวลานี้เป็นการกระทำที่เข้าข่าย “วัวหายแล้วล้อมคอก” หรือไม่

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้เปราะหนึ่ง แต่สำหรับผู้เขียนมองว่าตราบใดที่มหาวิทยาลัยยังคงมีการจัดการเรียนการสอนห้องใหญ่และมีนิสิตจำนวนมากในรายวิชาศึกษาทั่วไปเช่นนี้ต่อไป อาจจะมีเหตุการณ์รับจ้างเรียนแทนเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้ เพียงแต่เป็นการจ้างแบบลับ ๆ ไม่โจ่งแจ้งผ่านสื่อออนไลน์เช่นเดิม แต่ในทางกลับกัน ห้องเรียนขนาดเล็กที่มีนิสิตจำนวนน้อย อาจารย์ประจำวิชาจะสามารถจำใบหน้าและชื่อนิสิตได้ทุกคน ป้องกันปัญหาการรับจ้างเรียนแทนได้ระดับหนึ่ง

ประเด็นนี้สะท้อนคุณภาพของนิสิตและคุณภาพของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบางมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการทำรายได้ที่มาจากการจ่ายค่าหน่วยกิตของผู้เรียน มุ่งเน้นการรับนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก และใช้รูปแบบการเรียนการสอนในห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีนิสิตจำนวนเป็นร้อย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นช่องโหว่งให้ผู้เรียนมองเห็นโอกาสของการจ้างหรือรับจ้างเรียนแทน จนเกิดเป็นประเด็นในสังคมขณะนี้

ทั้งนี้ เรื่องนี้อาจจะโทษที่ระบบของมหาวิทยาลัยอย่างเดียวไม่ได้ ตัวบุคคลหรือนิสิตเองก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน นิสิตที่เข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาควรจะมีคุณธรรมและจริยธรรม มีจิตสำนึก ไม่ประพฤติผิดในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ไม่เช่นนั้นเขาก็จะไม่สามารถเติบโตเป็นพลเมืองของประเทศที่มีศักยภาพได้

ท้ายที่สุดแล้ว สังคมอาจจะไม่ได้ต้องการคำตอบว่า การรับจ้างเรียนแทน เป็นปัญหาใหม่ของการศึกษาไทยหรือไม่ แต่สิ่งที่สังคมต้องการคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะแก้ไขอย่างไรไม่ให้มีปัญหานี้เกิดขึ้นอีก ถึงเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยควรจะต้องวางระบบให้เข้มแข็ง อย่าเปิดช่องหรือโอกาสให้นิสิตกระทำความผิดได้อีก พร้อมทั้งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืน ขณะที่นิสิตเองก็ต้องยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตสำนึก ที่สำคัญควรเลิกมองผลลัพท์ของการศึกษาว่าคือใบปริญญา แต่ควรจะตระหนักถึงความสำคัญของความรู้และประสบการณ์ในระหว่างทางก่อนที่จะถึงจุดหมาย

กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อมวลชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: