ข่าวที่น่าสนใจ

อ่างเก็บน้ำโคกก่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ด้านแผงลอยเปิดกิจการโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์

อบต.โคกก่อชี้แผงลอยอ่างเก็บน้ำโคกก่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ด้านโครงการชลประทานมหาสารคามเผยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ ชาวบ้านที่มาทำแผงลอยไม่มีเอกสารประกอบการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านวอนหน่วยงานรัฐดูแล เหตุได้รับผลกระทบน้ำใช้ไม่สะอา

นายสำรวย บุรี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า มีหนังสือมาตั้งแต่ปี 2557 ให้ยกเลิกสัญญาการประกอบธุรกิจแผงลอยโคกก่อในวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ขอความร่วมมือทุกฝ่าย แต่การหยุดให้บริการแผงลอยยังไม่เห็นผล ตนจึงตามเรื่องและยื่นหนังสือไปในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 กับทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โครงการชลประทานมหาสารคาม ตำรวจดอนหว่าน และอำเภอเมือง ให้มาตรวจสอบความเคลื่อนไหวของการทำธุรกิจบนพื้นที่สาธารณะ ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้านบางส่วนระหว่างหมู่ 1 และหมู่ 12 ภายในตำบลเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนในหมู่ 12 ประกอบอาชีพค้าขายแผงลอยในอ่างเก็บน้ำโคกก่อ ทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะ

นายสำรวย กล่าวต่อว่า ตนอยากให้เอื้อใช้ประโยชน์ต่อส่วนร่วมไม่ใช่การประกอบธุรกิจส่วนตนมากอบโกยเอาผลประโยชน์ อีกทั้งบริเวณที่แพลอยยังเป็นส่วนพื้นที่ในการรับผิดชอบของชลประทาน อีกทั้งการจัดตั้งร้านค้าก็ไม่มีเอกสารแสดงสิทธิ์ในการเช่าพื้นที่ ดังนั้น ผลกระทบที่ตามมานอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วปัญหาขยะ และเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กวัยรุ่นภายในชุมชนอีกทางหนึ่ง

นางชะลอม ศรีสงคราม แม่ค้าที่ประกอบกิจการแพลอยอ่างเก็บน้ำโคกก่อ เผยว่า ตนทำธุรกิจมา 10 ปีแล้ว แต่ช่วง 2-3 ปีหลัง ธุรกิจแผงลอยมีคนสนใจมากขึ้น เมื่อธุรกิจดี ตนจึงชวนญาติพี่น้องมาลงทุนประกอบกิจการด้วย ตนมีแพ 4 หลัง เสียภาษีหอบเร่ต่อปี ๆ ละ 50 บาทต่อ 1 ร้าน ให้องค์การบริหารส่วนตำบลโคกก่อในการทำนุบำรุงพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาความขัดแย้งเรื่องแพลอยบนพื้นที่สาธารณะมีมาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่แพยังได้ลงอ่างหมด แต่ปีนี้มีการร้องเรียนถึง 3-4 ครั้ง ทางแม่ค้าก็ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับเป็นอย่างดี

ทางด้านนายเทพนรินทร์ ทึนรถ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกก่อ (อบต.โคกก่อ) อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า อบต.โคกก่อเก็บภาษีร้านค้า 20-30 บาท ต่อภาษีแพ ๆ ละ 5 บาท เนื่องจากนี้ อบต. ไม่มีเอกสารที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรให้ชาวบ้าน ทั้งนี้พื้นที่สาธารณะเป็นส่วนรับผิดชอบของ อบต. ส่วนหนึ่ง และอีกกึ่งหนึ่งเป็นของโครงการชลประทานมหาสารคาม ซึ่งมีกรณีความขัดแย้งกันเพราะบริเวณที่ชาวบ้านลอยแพเป็นพื้นที่การดูแลของโครงการชลประทานมหาสารคาม ซึ่งชาวบ้านที่ไปทำธุรกิจเช่าค้าขายขาดเอกสารโฉนด ไม่มีเอกสารอ้างอิง ทำให้ดำเนินการกับโครงการชลประทานมหาสารคามที่มีเอกสารแสดงสิทธิ์การเป็นเจ้าของอย่างถูกต้อง ปัญหาความขัดแย้งจึงเกิดขึ้น  20160331_135149

“ถึงแม้ อบต. จะเป็นผู้เก็บภาษีกับชาวบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ อบต. ที่ต้องมารับผิดในกรณีความขัดแย้งอ่างเก็บน้ำโคกก่อ เงินที่เก็บมาจากชาวบ้านเป็นส่วนของภาษีร้านค้า ไม่ได้เอาเงินไปทำนุบำรุงพัฒนาชุมชนโคกก่อด้านใด เพราะอยู่ในส่วนที่ อบต. ต้องดำเนินการตามหน้าที่อยู่แล้ว และภายในปีนี้เมื่อทาง อบต. ได้รับหนังสือจากโครงการชลประทานมหาสารคามและชาวบ้านที่ร้องเรียนว่า สถานที่ท่องเที่ยวลอยแพโคกก่อทำให้เกิดปัญหาขยะและแหล่งมั่วสุม อย่างไรก็ตาม แนวความคิดในปีหน้า หาก อบต. มีการรวบรวมเอกสารหลักฐานและทำหนังสือเช่าที่สาธารณะกับโครงการชลประทานผ่านการอนุญาตจากกรมธนารักษ์และอำเภอเมือง ในพื้นที่สาธารณะดอนปูตาว่าทาง อบต.จะเป็นช่วยดูแลและจัดการพื้นที่อ่างเก็บน้ำโคกก่อ” นายเทพนรินทร์ กล่าว

ด้านนางพิมพ์ลัดดา ซิ้มเจริญ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกก่อ (อบต.โคกก่อ) อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวอีกว่า การลอยแพในอ่างเก็บน้ำโคกก่อ นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้คนในชุมชนเรียนรู้ที่จะรักบ้านเกิดและนำความรู้มาพัฒนาร่วมกันโดยการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบกิจการ สร้างอาชีพในท้องถิ่นของตนเพื่อให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัวและชุมชน

นายสุเขตร์ พรหมรักษา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งมาจากผู้ประกอบธุรกิจในอ่างเก็บน้ำโคกก่อกับชาวบ้านที่ใช้น้ำเป็นหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้น้ำไม่สะอาด สิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะ และปัญหาที่เห็นได้อย่างชัดคือการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทพบขึ้นมากในกลุ่มวัยรุ่นที่มาเที่ยวในอ่างเก็บน้ำโคกก่อ สร้างความวุ่นวายให้กับคนในชุมชน การเปิดแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนนอกจากจะมีข้อดีคือเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนแล้ว ข้อเสียที่ปรากฏให้เห็นภายใน 3-4 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด คือเรื่องของน้ำประปา ซึ่งพบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด

นายสมเกียรติ ตติยรัตน์ รองผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า การเกิดแพลอยลงอ่างมีมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ปัญหาที่มีการร้องเรียนเพิ่งมีมา 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะมีจำนวนผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้นและรายได้ก็มีส่วน ชาวบ้าน ม.1 เป็นชาวบ้านที่ใช้น้ำจากเขื่อนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และชาวบ้านหมู่ 12 เป็นผู้ประกอบการ โดยส่วนใหญ่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกัน น้ำสะอาดไม่พอใช้ทำให้ชาวบ้านหมู่ 1 บางส่วนมาร้องเรียนการเกิดแพลอยอ่าง ถือว่าเป็นการสร้างรายได้และธุรกิจให้กับคนในชุมชน

พันโทนพสิทธิ์ พงศ์วราพิศาล รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบความเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม เผยอีกว่า ทางกองกำลังได้รับจดหมายร้องเรียนและลงพื้นที่ดำเนินสถานการณ์ตามที่ผู้ร้องเรียนได้รับผลกระทบเรื่องความไม่สะอาดของน้ำ ว่าทุกกระบวนการดำเนินงานทางฝ่ายผู้ค้าได้ปฏิบัติตามคำสั่งให้มีการรื้อถอนเอาแพออกเดือนละ 20 ลำหรือไม่หรือพบผู้ประกอบได้ปฏิบัติตามคำสั่งการรื้อถอนได้อย่างดี โดยทางกองกำลังได้ไปตรวจสอบการดำเนินงานทุกระยะ โดยปลายเดือนเมษายนเหลือแพอยู่เพียง 18 ลำ และในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำโคกก่อซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะก็จะไม่มีธุรกิจการแผงลอยให้พบเห็นอย่างปัจจุบัน

 

 

เรื่องและภาพ  สุภาวดี  ครุฑสิงห์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: