ข่าวที่น่าสนใจ

ไปกระบี่ มีอะไร?

เช้าวันที่อากาศไม่เป็นใจให้ออกไปข้างนอก เพราะว่าฝนตก แต่มันก็แค่พรำลงมาเบา ๆ เท่านั้น หลังจากเรา 3 คนอยู่ที่จังหวัดกระบี่อย่างไร้ทิศทางมาได้สองสามวัน เราจึงตัดสินใจกันไว้ว่าวันนี้จะไปพายเรือคายักและไปเดินชมน้ำทะเลและน้ำจากภูเขาที่ไหลมาบรรจบกันให้ได้ เพราะเห็นจากภาพในโบรชัวร์ มันสวยงามและดูอุดมสมบูรณ์มาก ๆ ที่นั่นก็คือ อ่าวท่าเลน และคลองสองน้ำ ตั้งอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองกระบี่มากนัก

โดยเราได้ตกลงซื้อทัวร์ และทัวร์จะมารับเราตอน 8.30 น. เราออกมาตามนัด แต่รอแล้วรอเล่า เวลาล่วงเลยมาถึง 9.30 น. บริษัททัวร์ก็ยังไม่มาซักที อาจจะเป็นเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างไม่คิดจะหยุด หรือไม่ทัวร์ก็อาจจะเทเราแล้วก็ได้/me นั่งเขี่ยพื้นอยู่มุมห้อง (ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้) แต่ทว่าหน้าที่พักของเราก็มีร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ เราจึงพยักหน้าให้กันเหมือนในโฆษณาขายมอเตอร์ไซค์และตกลงกันว่าไปขโมยมา แล้วเอามอเตอร์ไซค์ไปขาย และเอาเงินไปใช้ชีวิตชิค ๆ คูล ๆ กันที่…พอแล้วโว้ย เราตกลงกันว่าจะขับมอเตอร์ไซค์ไปพายเรือเองซะเลย! ทัวร์เทลูกค้าเหรอ คราวนี้เจอลูกค้าเททัวร์มั่ง…นี่แน่ะ

ระยะทางจากที่พักเราที่อ่าวนางจนถึงอ่าวท่าเลนนั้นประมาณ 40 กิโลเมตร เราก็ขับแบบฝ่าฝนกันไปเรื่อยเปื่อย เพราะในช่วงสาย ๆ ฝนตกไม่ค่อยแรงนัก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเรานัก เพราะระหว่างทางนั้นมันสวยมากกกกกกก ภูเขาสีเขียวรายล้อมอยู่สองข้างทาง อากาศเย็น ๆ ชุ่มชื้นไปด้วยฝน ไหนจะมีก้อนเมฆบาง ๆ ที่ลอยต่ำจนเหมือนกับว่าเราจะสามารถยื่นมือไปคว้ามันได้ และมันเป็นแบบนั้นอยู่ตลอด 40 กิโลเมตร จนต้องร้องว่า โอ้โห อยู่ซ้ำ ๆ ด้วยความตะลึงเพราะคำว่า ‘สวยแบบสดชื่น’ ได้ครอบงำเราอยู่ทั้งกายและใจ โอ้โห…

1

หลังจาก โอ้โห กันจนหนำใจ ในที่สุดก็ถึงที่หมายก็คืออ่าวท่าเลน พอถึงปุ๊ป ฝนก็ตกหนักปั๊ป แหม บรรยากาศช่างเป็นใจให้พายเรือจริง ๆ เลยนะ เรารีบไปถามพี่บ่าวคนขายทัวร์ถึงเรื่องค่าใช้จ่าย

“พี่คะ ถ้าจะพายคายักนี่เท่าไหร่คะ” เราถามไปด้วยน้ำเสียงสดใสระดับ 8

“คนละ 600 ครับ” พี่บ่าวตอบกลับมาด้วยสีหน้าเรียบ ๆ

“……….” หกหนึ่งหก หกสองสิบสอง หกสามสิบแปด 18… 1,800 บาท!!!!!!!!

“แล้วพายไปที่ไหนบ้างคะ?” เราถามต่อแบบแกล้ง ๆ เพื่อไม่ให้พี่บ่าวเสียหน้า

“โห หลายที่ครับ เข้ามาดูก่อนได้ครับ” พี่บ่าวพูดพลางกวักมือเรียกพวกเรา

เส้นทางข้ามทะเลน้ำกร่อยไปยังเกาะที่มีภูเขาและป่าที่สมบูรณ์ และต้นโกงกางประมาณเกือบ 10 กิโลเมตรที่ต้องพาย ถือว่าไม่ไกลเท่าไหร่ และน่าสนใจมาก แต่มันก็แพงอยู่ดี แต่ด้วยมารยาของพวกเรา สุดท้ายเรา 3 คนก็ต่อพี่บ่าวจนเหลือแค่ 1,300 เท่านั้น ต่อได้ตั้ง 500 แน่ะ (โดยที่ไม่ได้ผลไม้และน้ำดื่ม) เย้ พร้อมแล้วก็ลุยโลด

เราได้เจอกับพี่ไกด์ที่จะพาเราไปท่องโลกกว้างในวันนี้ ชื่อพี่เสือ พี่เสือเป็นหนุ่มใต้หน้าคม สอนวิธีพายเรือคายักให้เรา วิธีเดินหน้าถอยหลังเลี้ยวซ้ายดริฟท์ขวาต้องทำยังไง พอเสร็จก็ถึงเวลาต้องลงสนามจริงกันแล้ว ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ แต่เราก็บ่อยั่น ไปมันทั้งที่ฝนตกนี่แหละ

2

เราออกเรือจากท่าเรือเพื่อข้ามไปยังภูเขาที่มีทางให้น้ำทะเลไหลผ่าน พายเรือตามพี่ไกด์ไปเรื่อย ๆ จนได้เข้าไปในใจกลางเขา น้ำทะเลไม่ใส ฝนเริ่มเบาลง แต่มันก็ไม่สามารถทำลายความสวยงามของสองฝั่งได้เลย หน้าผาที่เหมือนจะอยู่ที่นี่มานาน เต็มไปด้วยต้นไม้ใบเขียวที่ขึ้นตามซอกหินเล็ก ๆ แถมต้นไม้พวกนั้นยังดูชุ่มชื่นเพราะฝนที่เพิ่งตกลงมาหมาด ๆ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ใจกลางธรรมชาติค่ะ…

น่าเสียดายที่เราไม่สามารถนำกล้องหรือโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปได้เพราะกลัวว่าสายฝนที่พรำลงมาอาจจะทำให้อุปกรณ์ของเรามีน้ำขังได้

พายต่อไปเรื่อย ๆ ก็เจอป่าโกงกาง ซึ่งนับเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการพายเรือคายักเลยล่ะ เพราะมันต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ดริฟท์เรือให้ท้ายปัดไปอีกทาง นอนราบลงเพื่อหลบกิ่งไม้ แถมจับกิ่งไม้ก็ไม่ได้ เพราะอาจจะมีหนอนเกาะอยู่ ทำไมมันยุ่งยากแบบนี้นะ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ รู้สึกผจญภัยสุดๆ สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ จนกระทั่งพี่เสือพาเราเข้าไปในถ้ำที่มีน้ำตื้น ๆ อยู่ และเล่าว่า ถ้ำนี้ชื่อว่าถ้ำจระเข้ เพราะมีจระเข้อยู่ที่นี่ ……. เฮ้ยย แล้วจะพาพายเข้ามาทำไม จากนั้นเราก็รีบพายออกรัว ๆ ไม่สนใจทฤษฎีการพายเรืออะไรที่เรียนมาเมื่อตอนต้นเลย ฮือ กลัวมาก พอออกมาได้พี่เสือก็หัวเราะชอบใจ…คือไร หลอกหนูเหรอ (แต่พี่เสือไม่ได้หลอกนะคะ ในนั้นมันมีจระเข้อยู่จริง ๆ แต่อยู่ในส่วนลึกของถ้ำ)

3

ถึงคราวต้องบอกลาพี่เสือแล้วค่ะ เพราะกิจกรรมพายเรือจบลงแล้ว เราใช้เวลาพายอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็นช่วงที่รู้สึกมีความสุขกับการที่มีฝนตกมากที่สุดแล้ว

จุดหมายที่สองของเราคือ คลองสองน้ำ เมื่อถามทางจากพี่เสือ ได้ความว่าไม่ไกลมาก เลี้ยวไม่กี่ทีก็ถึงแล้ว เราขอบคุณพี่เสือและบอกลากัน  ตอนนี้ฝนไม่ตกแล้ว เราขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาเพื่อไปยังที่หมายต่อไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางยังคงสวยเหมือนเดิม ดูไม่เบื่อเลยจริง ๆ

เมื่อมาถึงคลองสองน้ำแล้ว เราหาข้อมูลมา ที่ต้องเรียกว่าคลองสองน้ำเพราะเป็นที่ที่น้ำทะเลและน้ำจากภูเขาไหลมาบรรจบกัน และแบ่งแยกตัว น้ำขุ่นจะอยู่ข้างล่าง ส่วนน้ำใสจะอยู่ข้างบน ท่าทางคงต้องสวยมากแน่ ๆ เลย แต่เดี๋ยวนะ…ทำไมเงียบมาก…ไม่มีใครเลย…ปิดป่าววะเนี่ย…แต่ที่นี่เป็นอุทยาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนะ ต้องเปิดสิ! เราเดินเข้าไปและพบคุณลุงคนหนึ่ง ตอนนั้นก็โล่งใจที่เขาเปิดให้เข้า และไม่เสียเที่ยว เย้ ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าเยี่ยมชมอุทยานคนละ 20 บาท ก็ไม่แพงอะไรมากนัก คุณลุงเล่าว่าช่วงนี้มันไม่ใช่ช่วง High Season และอีกอย่างเค้ามากันช่วงเช้า เพราะน้ำขึ้น …แต่คือตอนนี้จะ 4 โมงเย็นแล้ว นี่สรุปว่าเราเสียเที่ยวเหรอเนี่ย ฉันหน้าเสียเพราะคิดว่านี่มันไม่ใช่เวลาจะมาเที่ยว แต่อยู่ ๆ คุณลุงก็พูดขึ้นมาว่า แต่ตอนนี้น้ำก็ขึ้นแล้วนะครับ สวยกว่าตอนเช้าอีก พลางยิ้มอ่อนให้ … โธ่ลุง ทำไมไม่รีบบอกกันเล่า

ทางเดินข้างในเป็นสะพานไม้ใหม่เอี่ยม ที่ตัดผ่านต้นไม้ ป่า และน้ำ แรก ๆ น้ำจะขุ่น ๆ สีน้ำตาล ดูเหมือนน้ำคลอง แต่พอเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเห็นน้ำขุ่นที่อยู่ข้างล่าง น้ำใสที่ลอยอยู่ข้างบน เหมือนในที่ดูในโบรชัวร์เลย สวยมาก ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บลูลากูนที่วังเวียงอย่างไรอย่างนั้น เราถ่ายรูปกันไปเยอะจนหนำใจ และตัดสินใจจะกลับกันแล้ว เพราะเดี๋ยวจะมืดเสียก่อน และฝนก็ตั้งเค้าอีกแล้ว…

  • 4

หลังจากใกล้ชิดกับธรรมชาติจนพอใจ เราก็ต้องขับรถกลับไปยังที่พักแล้ว เมื่อออกจากคลองสองน้ำได้สักพัก ฝนก็มาอีกแล้ว คราวนี้มาห่าใหญ่เลย ตกแรงมากแบบแสบแขนแสบหน้าไปหมด ทั้งจะดูแผนที่จากโทรศัพท์ ทั้งจะบอกทางกัน มองถนนก็ไม่เห็น แม้ฝนจะตกแรงมาก แต่เราก็ไม่หยุดพัก ยิงยาว ๆ จนถึงที่พักกันเลย เนื้อตูดตายไปกว่า 76.3 เปอร์เซ็นต์ แล้วในที่สุดเราก็ขี่รถตากฝนจนถึงที่พัก สภาพเหมือนลูกหมาเพิ่งจมน้ำและไม่มีใครไยดี…

แต่มานั่งคิด ๆ ดูแล้ว การมาเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝนก็สนุกไปอีกแบบ แถมมันก็สวยคนละสไตล์กับช่วง High Season ฝนที่ตกจนเปียกไปถึงกางเกงในก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของพวกเราลดลงไป ด้วยความที่พวกเราเป็นคนที่ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องเห็นทะเลสีฟ้าน้ำใสหรือถ่ายรูปวิวสวย ๆ กันจนเมมฯ เต็ม และเคยได้ยินมาบ่อย ๆ ว่า “ระหว่างทางมันสำคัญกว่าปลายทาง” แล้วพวกเราก็ได้รู้แล้วว่ามันเป็นอย่างที่เขาว่าไว้จริง ๆ

 

เรื่องและภาพ กรกนก เกียรติสมวงศ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: