ข่าวที่น่าสนใจ

“ถ้ำค้างคาว”  ความกล้าชนะความกลัว 

 

หน้าต่างบานแรก

แสงแรกของวันใหม่สาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่ อาคารสิ่งปลูกสร้างสะท้อนแสงแดดนิด ๆ ตามการดูดกลืนของแสง กระจกด้านในรถสะท้อนให้เห็นภาพวันใหม่ที่เวียนมาถึง ฉันและกลุ่มเพื่อนสาวอีก 4 คน เดินทางมาแสนไกล ผ่านหุบเขาและดินแดนที่แสนสงบ ภาพต้นไม้สีเขียวสดซ้อนทับกับความมืดจากหน้าผา ความตื่นเต้นปนสงสัย นำทางเราให้มาพบกับสถานที่แห่งนี้ “ถ้ำค้างคาว” แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน บ้านภูผาม่าน ต.ภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น

เหล่าต้นข้าวเขียวขจีโบกระบำล้อไปกับสายลมอย่างช้า ๆ บนแผ่นดินสีเขียวชอุ่มอันกว้างใหญ่เบื้องหลังคือหน้าผาอันสูงชัน จากระดับพื้นดินประมาณ 100 เมตร ความสูงเท่ากับตึก 20 ชั้น ปากถ้ำสามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในถ้ำมีค้างคาวขนาดเล็กอาศัยอยู่นับล้านตัว

นางเดือนเพ็ญ ภูวนนท์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภูผาม่าน จ.ขอนแก่น หญิงสาววัยกลางคน รูปร่างสมส่วน ผมยาวสลวยถูกรวบมัดตึง ดวงตาฉายแววมุ่งมั่น ปากเรียวหนาเผยรอยยิ้มพร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวให้เราฟังอย่างตั้งใจ

“ค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นค้างคาวหน้าย่นที่มีขนาดลำตัวเล็ก เมื่อบินอยู่บนท้องฟ้ากระทบกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า จะเห็นลำตัวค้างคาวเป็นสีแดง ชาวบ้านแถวนี้จึงเรียกว่า ค้างคาวแดง หรือ อีเจีย บริเวณเชิงเขาใกล้ปากถ้ำจึงเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวมาชมฝูงค้างคาวบินออกไปหากินยามเย็น”หญิงวัยกลางคนเล่าด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

ย่ำเท้าสู่ลำเนาไพร

สองเท้าของฉันก้าวเดินอย่างมุ่งมั่น ข้างทางคือป่ารกทอดยาวต้นไม้น้อยใหญ่ ขึ้นกันเบียดเสียดจนถึงหน้าผา มือของเราต่างประคับประคองกันเพื่อไต่ขึ้นไปยังจุดหมาย เศษดินค่อย ๆ แตกระแหงพังลงตามรอยเท้า รากไม้ที่ดูเกะกะรกตาถูกใช้เป็นสิ่งยึดเพื่อกันพลาดหากตกลงไป บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและมีความสุขจนออกนอกหน้า ร่างกายเริ่มสั่นเนื่องจากเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก

ยามเมื่อย่ำเท้าก้าวเดินต่อไปข้างหน้า พนาวัลย์รอบกายเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หากแต่ยังคงคล้ายคลึงเดิม ยังมีต้นไม้ที่มีลำต้นเปลือกสีเข้ม ประกอบใบไม้สีเขียวเข้มสลัว เล็กบ้างใหญ่บ้างสลับกันไป กลิ่นสาปของค้างคาวเริ่มโชยมาเป็นระยะ เพียงไม่กี่อึดใจ ฉันและเพื่อนสาวก็เดินทางมาถึงจุดที่สูงที่สุดของถ้ำค้างคาว เมื่อหันหลังมองย้อนกลับไป จะเห็นภาพวิวในไพรกว้าง สายลมพัดแผ่วช่วยให้ใบไม้ระริกไหวอย่างสวยงาม อากาศกำลังเย็นสบาย หินงอกหินย้อยต่างวาดลวดลายอวดกันอย่างสวยงาม ธรรมชาติบนโลกช่างน่าประทับใจ

 

img_1574

 

แขกไม่ได้รับเชิญ

ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก!! เสียงดังมาจากด้านบนของถ้ำ ด้านหลังหินจากผนังถ้ำที่ตั้งเด่นตระหง่าน มีเพียงความมืดสลัวที่แผ่ขยายไปรอบทิศ เราเริ่มลดเสียงเจื้อยแจ้วเพื่อหาต้นตอของเสียงลึกลับ ในใจเริ่มหวาดหวั่นถึงภัยอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า

ฉันและเพื่อนสาวอีกคนตัดสินใจนำเพื่อนปีนขึ้นไปยังด้านหลังหินใหญ่ นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงสังเกต เมื่อเห็นบางอย่างลิบ ๆ เบื้องหน้านั้นมีอะไรซ่อนกายอยู่ท่ามกลางความมืด ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เท้าก้าวยาวขึ้น ถี่ขึ้น อะไรกัน…เบื้องหน้านั้นมีบางอย่างรออยู่ เร็วเข้า !!

ฝ่าเท้าหยุดชะงักกึกราวกับถูกตรอกตรึงด้วยตะปูอันยาวใหญ่ ยามเมื่อกายโผล่พ้นหินใหญ่กว้างที่บดบัง ลมหายใจราวกับจะขาดห้วง ภาพแรกที่อยู่เบื้องหน้า คือชายหนุ่มสองคน อายุราว ๆ 18 – 19 ปี คนหนึ่งใส่เสื้อสีส้ม ผิวดำเข้มกำลังยืนด้อม ๆ มอง ๆ แทรกตัวอยู่ในความมืด ส่วนอีกคนใส่เสื้อสีน้ำเงิน ฟุบหมอบราบตัวไปกับพื้นถ้ำ อำพรางตัวไม่ให้เห็น ทั้งสองหนุ่มทำตัวลุกลี้ลุกลนคล้ายกับคนมีความผิด ฉันส่งสายตาเป็นสัญญาณเตือนเพื่อนให้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว

ความมืดที่อยู่เบื้องหลังทำพวกเราขวัญกระเจิง เราตัดสินใจค่อย ๆ ขยับฝีเท้าเข้าไปดู  แต่ไม่ว่าจะเข้าใกล้เพียงใด ความมืดก็ยังคงทำหน้าที่อำพรางได้ดีเช่นลำแสงจากโทรศัพท์ที่เราพยายามสาดส่องเข้าไปหวังจะเห็นใบหน้าของคนแปลกหน้า ก่อนเพื่อนอีกคนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าเราเข้าไป เสียเปรียบเขาแน่ ๆ เขาอยู่ในที่มืด เราอยู่ในที่สว่าง” คำพูดของเพื่อนสาวช่วยเตือนสติฉัน สองเท้าค่อย ๆ ก้าวถอยหลังกลับมายังกลุ่มเพื่อน ขณะที่บางคนก็กำลังเก็บภาพความงดงามนี้ไว้ อีกคนกำลังตื่นตาตื่นใจกับค้างคาตัวน้อยที่ตกลงมาตายตรงหน้า ถุงปุ๋ยที่เปื้อนคราบดินขาดหลุดรุ่ย เศษขวดน้ำที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ยิ่งตอกย้ำว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่เรา 5 คน

เราต่างรีบและลนลาน สองมือหอบสัมภาระ สองเท้าก้าวลงอย่างทุลักทุเล เผลอลื่นไถลลงไปตามกัน  เสื้อผ้าเลอะเทอะ เต็มไปด้วยขี้ดินสีแดง กลิ่นดินฟุ้งกระจาย เสียงกระแอมที่ดังไล่หลังเหมือนอยากประกาศให้รู้ว่า ควรรีบออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

เมื่อลงมาถึงด้านล่างเราไม่รอช้า ควบคุมสติ และเข้าไปถามเจ้าหน้าที่เทศบาลภูผาม่าน จึงทราบว่า อาจเป็นชาวบ้านที่ลักลอบเข้ามาเก็บขี้ค้างคาว เพื่อนำไปขายเพราะมีราคาดี สาเหตุที่ต้องหลบ เป็นเพราะกลัวความผิด เนื่องจากอุทยานภูผาม่าน ได้สั่งห้ามชาวบ้านเก็บขี้ค้างคาวเป็นอันขาด

ถึงตอนนี้ฉันยังคงเฝ้ามองผืนป่าแห่งภูผาม่าน เหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ต่างร่าเริงและเต้นรำพลิ้วไหวไปตามสายลม แต่ละสิ่งที่ประกอบขึ้นบนอาณาจักรนี้ ล้วนเอื้อประโยชน์สู่กันและกัน ตราบใดที่อาณาจักรชีวิตแห่งนี้ยังดำรงอยู่ ทุกสิ่งก็จะยังดำเนินวิถีของตน เสมือนจะเป็นพันธะสัญญาระหว่างกันและกัน ร่วมขับขานบทเพลงแห่งธรรมชาตินี้จนนิรันดร์

 

เรื่อง  วาสนา เพิ่มสมบูรณ์ ,สิริพร ประสานเวช

ภาพ  อภัสรา เการัมย์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: