ข่าวที่น่าสนใจ

มมส รณรงค์สวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ ชี้ทำผิดโดนหักคะแนนความประพฤติ ย้ำครบ 40 คะแนนโดนพักการเรียน

 

มมส ผุดโครงการสวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ เล็งรณรงค์ให้นิสิตสวมหมวกกันน็อคอีกครั้ง เพื่อลดและป้องกันอุบัติเหตุภายในมหาวิทยาลัย  พร้อมออกมาตรการหักคะแนนความประพฤตินิสิตที่ไม่ปฏิบัติตาม  ชี้หักครั้งละ 5 คะแนน  ากถึง 40 คะแนนจะถูกพักการเรียน  ย้ำเมื่อครบ 100 คะแนนจะพ้นสภาพนิสิตทันที

จากประเด็นที่มีการโพสต์ภาพพนักงานรักษาความปลอดภัย  ชูป้ายให้นิสิตในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  อ่านบทความรณรงค์สวมหมวกกันน็อคในวันที่ 12 กันยายน 2559 ลงในกลุ่มเฟชบุ๊กมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  หากฝ่าฝืนจะมีการหักคะแนนความประพฤติ  ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มนิสิตถึงประเด็นดังกล่าวหลายด้าน  มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  โดยผู้ที่เห็นด้วยมองว่าเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้น  เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนรอบ มมส ให้ลดลง  และเป็นการปฏิบัติตามกฎจราจร หากมีการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะไม่เสียค่าปรับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค  ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยมองว่าหากมีการรณรงค์โครงการนี้ ปัญหาเรื่องหมวกกันน็อคหายหรือถูกขโมยก็จะเพิ่มขึ้น และมองว่าเป็นการรณรงค์ระยะสั้นเท่านั้น อีกทั้งมีคำถามเกิดขึ้นว่าคะแนนความประพฤติที่จะหักมีจริงหรือไม่

นายจรัญ วิชาคุณ หัวหน้างานวินัยนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า นิสิตทุกคนในมหาวิทยาลัยมีคะแนนความประพฤติติดตัวคนละ 100 คะแนน ไม่เกี่ยวกับคะแนนในการเรียน  ซึ่งหากตรวจพบนิสิตกระทำความผิดโดยไม่สวมหมวกกันน็อคจะถูกตัดคะแนน  หากถูกตัดเกิน 40 คะแนน  จะถูกพักการเรียน 1 ภาคการศึกษา  หากโดนตัดเต็ม 100 คะแนน จะถูกไล่ออกให้พ้นสภาพนิสิตและกลับมาเรียนที่ มมส อีกไม่ได้

นายจรัญ  กล่าวต่อว่า การตัดคะแนนความประพฤติเป็นไปตามข้อบังคับว่าด้วยวินัยนิสิตปี 2554   ซึ่งอยู่ในคู่มือที่ทุกคนมี  แต่นิสิตไม่ทราบเนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่าน  หากใครทำผิดจะมีตารางให้ดู ประกาศเรื่องของจราจรตั้งแต่ปี 2554 เหมือนกันทั้ง 2 ฉบับ  ซึ่งในคู่มือมีระบุไว้คือมาตรการวินัยจราจรในเขตมหาวิทยาลัย  และมาตรการดำเนินการบังคับใช้วินัยจราจรในเขตมหาวิทยาลัยปี 2554 ทั้งสองมาตรการนี้จะกล่าวถึงวินัยจราจรในเขตมหาวิทยาลัย  วิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่  และวิธีปฏิบัติของนิสิตเมื่อเข้าไปในพื้นที่การตรวจ  เช่น  “ด่าน” ซึ่งมี รปภ. และงานสวัสดิภาพนิสิตกับงานวินัยนิสิตไปร่วมด้วย

“เมื่อประมาณปี 2551  ริเริ่มโครงการครั้งแรก มีการนำนิสิตที่ถูกจับเรื่องวินัยจราจรมาช่วยงานและช่วยตั้งด่าน  ขณะนั้นใช้วิธีการจดชื่อทุกคนที่ไม่สวมหมวกกันน็อค  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย  ซ้อนสาม  ขับรถย้อนศร  แต่ก่อนเราคิดเป็นกระทง  โดนโทษฐานละ 5 คะแนน ซ้อนสามคนและไม่ใส่หมวกกันน็อคก็จะโดนคนละ 10 คะแนน  เป็นเรื่องจริง   มีการประชุมคณะกรรมการวินัยระดับมหาวิทยาลัย  ซึ่งมีทุกคณะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย  โดยจะประชุมกันก่อนว่าจะดำเนินโครงการทางวินัยจราจร  อีกทั้งได้เชิญรองคณะบดีฝ่ายพัฒนานิสิตของแต่ละคณะมาร่วมประชุมเรื่องดังกล่าว” นายจรัญ กล่าว

นายจรัญ เผยต่อว่า มาตรการดังกล่าวจะมีการรวบรวมรายชื่อนิสิตที่ทำผิดวินัยจราจรมาตัดคะแนน แล้วแยกเป็นแต่ละคณะ จากนั้นก็แจ้งไปยังคณะ ถ้าโดนตัดคะแนนต้องมีการบำเพ็ญประโยชน์ 2 คะแนนต่อ 1 ชั่วโมง ถ้าโดน 10 คะแนนก็บำเพ็ญประโยชน์ 5 ชั่วโมง  หลังจากส่งรายชื่อไปที่คณะ  ก็แล้วแต่ว่าคณะจะให้บำเพ็ญประโยชน์อย่างไร  เช่น  ทำความสะอาดคณะ เป็นต้น  หากถูกตัดเกิน 40 คะแนนจะถูกพักการเรียน 1 ภาคการศึกษา หากโดนตัดเต็ม 100 คะแนนจะพ้นสภาพนิสิต

“มาตรการนี้ทำตั้งแต่ช่วงประมาณปี 2551 คิดว่านิสิตคงใส่หมวกกันน็อคเป็นปกติดีแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจึงเน้นเรื่องอื่น  เช่น  ยาเสพติด  การพนัน  ที่เริ่มมาแรง  ส่วนเรื่องขโมยกับเรื่องหมวกกันน็อคหาย  ปัญหานี้มีมานาน  ทางมหาวิทยาลัยไปเฝ้าให้ไม่ได้  ที่จริงอยากลองเสนอให้แต่ละคณะ  ทำที่เก็บให้นิสิต” หัวหน้างานวินัยนิสิต กล่าว

นายจรัญ  กล่าวอีกว่า ประมาณ 2 ปีที่แล้วนิสิตที่ไม่ใส่หมวกกันน็อคจะไม่ให้เข้ามหาวิทยาลัย นับเป็นมาตรการที่ไม่ได้ตัดคะแนน  ซึ่งก็เห็นแล้วว่าดีขึ้น  นิสิตคงจะตระหนักได้แล้ว  แต่ก็หายไปอีก  ดังนั้น  มหาวิทยาลัยจึงอยากกลับมาทำอีกอย่างจริงจัง  แต่ปีนี้ไม่ตัดคะแนนก่อนแล้วค่อยไปบำเพ็ญประโยชน์  จะจดรายชื่อรวบรวมแล้วให้บำเพ็ญประโยชน์ก่อน  มีการให้เป็นชั่วโมงจิตอาสาของ กยศ. ด้วย แต่ถ้าทำผิดวินัยซ้ำ  ยังมีรายชื่อเดิมจึงจะตัดคะแนน  ซึ่งแต่เดิมตัดคะแนนก่อนค่อยบำเพ็ญประโยชน์ จุดประสงค์ของการรณรงค์ เนื่องจากนิสิตได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางการจราจรจำนวนมาก

“ปีที่แล้วมียอดนิสิตเสียชีวิต 21 ราย  ซึ่งมหาวิทยาลัยจ่ายค่าอุบัติเหตุให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รายละ 150,000 บาท  กรณีผู้บาดเจ็บที่นำใบเสร็จมาเบิกค่ารักษาพยาบาลมีจำนวนนับ 100 ราย   จึงอยากให้นิสิตสวมหมวกกันน็อคทุกคน ความจริงก็ขึ้นอยู่กับตัวนิสิตว่ามีจิตสำนึกหรือไม่  เพราะวินัยนิสิตคล้ายกับกฎจราจร  คนที่ซ้อนก็ต้องสวมหมวกกันน็อคและก็ห้ามซ้อน 3 คน  อยากฝากถึงนิสิตอีกเรื่องคือ ถนนเส้นหน้าตึกบรมราชราชกุมารีหรือทางหลวงชนบท 2202 ตำรวจมีอำนาจตั้งด่านได้ หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถตั้งด่านในมหาวิทยาลัย” นายจรัญ กล่าว

นายจรัญ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ระยะเวลาของการรณรงค์จะยาวนานเพียงใดขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของนิสิต  อยู่ที่จิตสำนึก  ถ้านิสิตทำตัวดี  ก็ไม่ต้องมีมาตรการอะไรมาบังคับ  ถ้าห่วงตัวเองก็ใส่หมวกกันน็อกหรือคาดเข็มขัด  ส่วนระบบการจดชื่อเนื่องจากนิสิตมีจำนวนมาก  ทางมหาวิทยาลัยลงมติกันไว้ว่าอยากเอาแบบสแกนบัตร  ยิงบาร์โค้ด  แต่ต้องดูก่อนว่าระบบสามารถเซ็ตได้เลยหรือไม่ และสามารถทำได้เร็วที่สุดแค่ไหน เพราะการฝ่าฝืนกฎจราจรหรือวินัยนิสิต  นำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากฝ่าฝืนเท่ากับเราเจ็บและตายฟรี  เนื่องจากกฎหมายและวินัยนิสิตไม่มีการคุ้มครอง  อยากให้นิสิตตระหนักว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุ นิสิตควรมีจิตสำนึกในเรื่องจราจรให้มาก ๆ  ดังนั้น  ควรสวมหมวกกันน็อคขณะขับขี่ เพื่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่น”

นายประเสริฐ ชุ่มอภัย หัวหน้างานจราจรและรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า จุดเริ่มต้นของการตรวจหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์  เป็นโครงการของมหาวิทยาลัยโดยกองกิจการนิสิตเป็นผู้รับผิดชอบ  กองอาคารสถานที่กับฝ่ายจราจรเป็นผู้เข้าประชุมร่วม โดยมีนโยบายตรวจหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์  ขั้นตอนแรกจะเป็นการตักเตือนคือการประชาสัมพันธ์ในระยะแรกประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝ่ายจราจร  เป็นผู้ร่วมดำเนินการโบกรถนิสิตที่ไม่สวมหมวกกันน็อค ให้กับเจ้าหน้าที่กองกิจการนิสิตที่ดำเนินการตั้งโต๊ะลงบันทึกว่าไม่สวมหมวกกันน็อค เพื่อที่จะดำเนินการในเรื่องหักคะแนนความประพฤติ

“แต่เนื่องจากตอนนี้การที่เราจะดำเนินการตั้งด่านจับหมวกกันน็อคได้  ต้องครบองค์ประกอบ บุคลากรต้องครบ  ต้องมีกองกิจการนิสิตและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝ่ายจราจรเป็นหลัก  ซึ่งหากกองกิจการนิสิตไม่มา  ก็ไม่สามารถตั้งด่านได้  เพราะไม่มีใครมารองรับในเรื่องการตรวจหรือลงบันทึกให้ เพราะกองกิจการนิสิตเป็นเจ้าภาพหลักในการรณรงค์ครั้งนี้  เราใช้อำนาจไม่ได้  ต้องเป็นกองกิจการนิสิตฝ่ายวินัยเข้ามาดูแลตรงนี้” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มติมว่า เมื่อก่อนเราดำเนินการในช่วงที่เป็นนโยบาย  ฝ่ายจราจรเป็นผู้รับผิดชอบ  ผลกระทบที่ตามมาคือชาวบ้านที่สัญจรผ่านมหาวิทยาลัยบอกว่าเราเข้มงวดเกินไป  ทำให้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกัน จึงมีการดำเนินการผ่อนปรน  จึงตัดปัญหาโดยตัดระบบนี้ออกไป  เนื่องจากมองว่าตอนนั้นประสบความสำเร็จแล้ว  และนิสิตส่วนใหญ่ปฎิบัติตาม จึงผ่อนปรนเพื่อที่จะนำบุคคลากรไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนอื่น  เรื่องสวมหมวกกันน็อคขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึก  หากคำนึงถึงเรื่องระเบียบวินัย ถือเป็นสิ่งที่ควรปฎิบัติตาม

“เรื่องตั้งด่านหากมีคำสั่งเราก็พร้อมจะปฏิบัติ  แต่ไม่สามารถทำเองได้  ต้องรอให้กองกิจการนิสิตทำหนังสือมา  เนื่องจากบุคลากรมีภาระงานไม่สามารถดำเนินการตรงนี้  การขอความอนุเคราะห์ให้ดำเนินการต้องตกลงกันอีกทีว่าจะยึดบัตรนิสิตหรือทำโทษนิสิตอย่างไร” นายประเสริฐ กล่าว

นายปริญญา มหาโคตร นิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นระเบียบของมหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติตาม  แต่รู้สึกไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไร  เพราะต้องหาซื้อหมวกกันน็อคมาใส่  เช่น   ถ้าต้องรีบร้อนไปเรียนแล้วลืมหมวกกันน็อค  ก็จะเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้  จึงเป็นอุปสรรคพอสมควร  แต่เข้าใจว่าเป็นความหวังดีของมหาวิทยาลัยที่อยากให้นิสิตมีระเบียบวินัย  ลดความเสี่ยง  หากนิสิตปฏิบัติตามก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคมากนัก  แต่การหักคะแนนถือว่าหนักพอสมควร ส่วนตัวไม่ทราบว่ามหาวิทยาลัยมีคะแนนความประพฤติด้วย

นายธิชากร เอกทัศน์ นิสิตคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงการรณรงค์ใส่หมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ของมหาวิทยาลัย  แต่การที่จะทำให้โครงการนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  ต้องบังคับใช้กฎเกณฑ์ให้เด็ดขาด  หากมีการหักคะแนนก็ต้องทำจริง ๆ  แต่ตามที่เห็นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรสักอย่าง ทั้งนี้ ช่วงแรกเห็นว่าจะหักคะแนนความประพฤติและบำเพ็ญประโยชน์ แต่ช่วงหลังผ่านมาหลายวันแล้ว  ยังไม่เห็นมีความคืบหน้าของโครงการ  ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องเด็ดขาดในการใช้มาตรการที่ทำขึ้นมากว่านี้

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: