ข่าวที่น่าสนใจ

ตำรวจเร่งกวดขันโต๊ะพนันบอล หวั่นเกิดเหตุอาชญากรรมรอบ มมส

 

ผกก.สภ. กันทรวิชัยสั่งตรวจเข้มโต๊ะพนันบอลรอบ มมส หวั่นเกิดเหตุอาชญากรรมเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้หนี้พนันบอล ชี้เขตท่าขอนยางเป็นกลุ่มเสี่ยงระดับต้นๆใน จ.มหาสารคามที่มีคดีลักทรัพย์หรือจีชิงทรัพย์โดยมีผู้เข้ามาแจ้งความสูงถึง60เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ฟุตบอลทำการแข่งขันด้านคณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ มมส วอนอยากให้มหาวิทยาลัยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังส่วนนิสิตเปิดใจเคยตกเป็นทาสผีพนันบอล เหตุมองว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมาก

ในขณะนี้ลีกฟุตบอลต่างประเทศกำลังเปิดศึกทำการแข่งขันทำให้เกิดธุรกิจผิดกฎหมายคือการเปิดรับเสี่ยงทายผลฟุตบอลทั้งทางโต๊ะรับพนันฟุตบอลโดยรอบมหาวิทยาลัยและทางอินเทอร์เน็ตส่งผลให้นิสิตบางกลุ่มหาเงินทางลัดโดยวิธีการเสี่ยงทายผลฟุตบอลจึงทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม และเป็นภัยใกล้ตัวกับคนรอบข้าง ในขณะที่ผู้ประกอบกิจการที่ผิดกฎหมายก็ไม่เกรงกลัวความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างหนักในการเร่งปราบปรามโต๊ะรับพนันฟุตบอล และลดปัญหาการก่อเหตุอาชญากรรม

พ. ต. อ. วีระเดช เลขะวรกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกันทรวิชัย (ผกก. สภ. กันทรวิชัย) อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามเปิดเผยว่าในพื้นที่เขต อ.กันทรวิชัย เป็นพื้นที่กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการลักลอบเล่นการพนันในเขต ต.ท่าขอนยาง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีนิสิตอาศัยอยู่จำนวนมาก และเป็นพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคามดังนั้นเราจึงมีนโยบายลงพื้นที่ตรวจสอบกวาดล้างเอาความผิดกับผู้ที่ลักลอบเปิดกิจการทายผลฟุตบอล แต่ต้องเข้าใจว่าในระบบการพนันยุคสมัยนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องเช่น การเล่นผ่านเว็บไซต์หรือการโทรศัพท์หากันโดยทางตำรวจก็มีสถิติจับกุมได้ทั้งในส่วนที่ให้สายเข้าไปล่อซื้อหรือบุกจู่โจมพื้นที่ต้องสงสัย ซึ่งพบว่ามีการจับกุมทั้งเจ้ามือ และนักพนันในเขตท่าขอนยางได้โดยแบ่งเป็นเจ้ามือ 2 รายและนักพนันมากกว่า10คน

พ. ต. อ. วีระเดช กล่าวต่อว่า ในการคำนึงถึงผลอาชญากรรมเราคิดเสมอว่าการพนันย่อมเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมเพราะคนที่เสียเงิน หรือมีหนี้สินเมื่อหมดหนทางหาเงินมาใช้หนี้สิ่งที่พวกเขาคิดอย่างแรกคือการลักทรัพย์หรือจี้ชิงทรัพย์เช่น แอบเข้าไปงัดห้องขโมยของในหอพักของนักศึกษาหรือมีการขโมยรถจักรยานยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาใช้หนี้โดยในเขตพื้นที่ท่าขอนยางนั้นถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงระดับต้นๆใน จ.มหาสารคามที่มีคดีลักทรัพย์ หรือจี้ชิงทรัพย์อยู่มากพอสมควรโดยมีผู้เข้ามาแจ้งความสูงถึง60เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ฟุตบอลทำการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งตัวของนิสิตเองได้มีการลวงทรัพย์ของตนเองคือการเอาสิ่งของตนเองไปขายแล้วมาแจ้งความเท็จเพื่อที่จะไปขอเงินผู้ปกครองมาใช้หนี้พนันฟุตบอล

“บทลงโทษของผู้ประกอบการ และนักพนันรวมถึงผู้ที่ก่อเหตุอาชญากรรมตำรวจได้มีการจับกุมและดำเนินคดีมีโทษทั้งปรับ และจำคุกโดยรอลงอาญาแต่ถ้าผู้กระทำผิดนั้นยังกระทำผิดอีกกฎหมายก็จะตัดสินให้จำคุกทันทีโดยที่ไม่ต้องรอลงอาญา และเมื่อเราได้ทำการตรวจเข้มในพื้นที่ก็มีผลตอบรับไปในทางที่ดีคือเหตุอาชญากรรมลดน้อยลงกว่าเดิม

แต่หากจะให้กวาดล้างให้หมดไปคงจะยากเพราะมันอยู่ที่จิตใต้สำนึกของเจ้ามือ และความต้องการของคนที่อยากจะเล่นอาจจะมีการลักลอบเล่นบ้างแต่เราก็จะเร่งกวาดล้าง และจับกุมอยู่เรื่อยๆ และอยากจะฝากถึงนิสิตว่าถ้าผู้เล่นไม่คิดเล่นเพราะมีความต้องการอยากรวยทางลัดเจ้ามือก็จะหมดไปเพราะหาลูกค้าไม่ได้ หากช่วยกันจะทำให้ปัญหาอาชญากรรมหมดไป และในช่วงนี้ที่ฟุตบอลลีกกำลังทำการแข่งขันเราจะมีชุดสายตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงทหาร และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จัดวันเวลาลงตรวจพื้นที่ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทุกสัปดาห์เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเปิดโต๊ะพนันบอลขึ้น” พ. ต. อ. วีระเดช กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ผศ .ดร. สุจิน บุตรดีสุวรรณ คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส)  กล่าวว่า การพนันฟุตบอลถือเป็นภัยใกล้ตัวที่อาจจะทำให้เกิดเหตุอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ทำให้นิสิตหลงงมงายอยู่กับอบายมุข อาจทำให้ความสนใจในการเรียนน้อยลง หรือมากกว่าไปกว่านั้นหากนิสิตติดหนี้พนันบอลอาจจะทำให้หมดอนาคตเลยก็ได้ ถ้าไม่มีเงินมาชดใช้หนี้สิน ทั้งนี้ อยากให้ทางมหาวิทยาลัยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังเพราะมหาวิทยาลัยไม่มีอำนาจในทางกฎหมายนอกเสียจากต้องกำชับ และประสานงานกับทางคณะต่าง ๆ ในการป้องกันปราบปรามนิสิตในคณะ และชี้ให้เห็นโทษของการพนัน ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้กำหนดในความผิดทางวินัยของนิสิตอยู่แล้ว
“หากพบเห็นนิสิตเข้าข่ายที่จะติด หรือเล่นการพนันก็คงจะต้องเรียกมาตักเตือนเบื้องต้นถ้ายังพบเห็นอีกครั้งคงต้องใช้มาตรการการลงโทษทางวินัยนิสิตอย่างเด็ดขาด และอยากฝากไปยังนิสิตขอให้ช่วยตักเตือนกันบ้างเพราะเพื่อนจะอยู่ใกล้ชิดกว่า  ถ้าตักเตือนไม่ได้หรือไม่ฟังอาจจะแจ้งทางมหาวิทยาลัยซึ่งจะมีคณะทำงานด้านการพัฒนานิสิตและวินัยนิสิตอยู่แล้ว  และท้ายสุดคงจะเป็นตัวนิสิตเองที่รู้การกระทำของตนเองว่าผิดชอบชั่วดีเป็นอย่างไร การดูกีฬาเป็นเรื่องที่ดีควรส่งเสริมแต่ถ้ามีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะส่งผลเสียต่อตัวนิสิตเองเช่นกัน” ผศ. ดร. สุจิน กล่าว

แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีตเจ้าของกิจการโต๊ะรับพนันบอลในจังหวัดมหาสารคาม เผยว่า เหตุที่เปิดโต๊ะรับพนันบอล เพราะต้องการมุ่งเน้นลูกค้าที่เป็นนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยถึงแม้นิสิตจะมีเงินไม่มากแต่ก็เล่นพนันบอลเช่นกัน และหนึ่งในนั้นอาจจะมีลูกค้ารายใหญ่ปะปนอยู่บ้าง โดยอาจจะเล่นเงินสดด้วยราคาเดิมพันที่น้อยไปจนถึงเงินเดิมพันที่สูงหรืออาจจะสมัครเป็นสมาชิก หรือ Member สำหรับเล่นที่ห้องพักโดยไม่ต้องมาที่ร้าน
แหล่งข่าว กล่าวต่อว่าส่วนมากนิสิต และชาวบ้านจะเข้ามาเสี่ยงทายผลฟุตบอลเกือบทุกวันแต่วันหยุดสุดสัปดาห์นิสิตจะเข้ามาเล่นพนันฟุตบอลเพิ่มมากขึ้นเพราะมีทีมสโมสรใหญ่ๆลงทำการแข่งขันในการทำธุรกิจแบบนี้คนเป็นเจ้ามือก็ต้องมีได้มีเสียเป็นธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ได้กำไรมากกว่าเสียเงินออกไป

“ส่วนมากคนที่มาเล่นพนันบอลนั้นจะเริ่มต้นเดิมพันที่ 50 บาท แต่จะใส่เป็นสเต็ปทีมเช่น 4 ทีมใน1บิล คือลงทุน 50 บาท จะได้เงินอยู่ที่ประมาณ 600-700 บาท หรือบางคนก็จะเล่นเต็งหรือเล่นทีมเดียวส่วนมากจะอยู่ที่ 500 บาทขึ้นสูงถึง 10,000 บาท ถ้าเป็นผู้เล่นรายใหญ่ ในบางครั้งหากวันไหนทางโต๊ะของเรามีการเสียเงินมากกว่าได้กำไรเราก็จะทำการปิดโต๊ะให้บริการสัก2-3วันเพื่อหาเงินมาทำทุนต่อใน แต่ละวันยอดเงินที่มีผู้เสี่ยงทายจะไม่เท่ากันเช่นวันธรรมดายอดเงินก็จะตกอยู่ที่ในระดับ 50,000-100,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าวันเสาร์-อาทิตย์ยอดเงินของผู้เล่นจะตกอยู่ที่ 200,000-300,000 บาทขึ้นไป แล้วแต่ช่วงที่มีลีกฟุตบอลใหญ่ ๆ ลงทำการแข่งขัน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าว กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของการติดหนี้พนันฟุตบอลส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่มาเปิดMember กับทางร้านแล้วติดเครดิตไปเรื่อยๆจนกระทั่ง USERของตนเองมียอดค้างชำระที่เกินกำหนดซึ่งทางร้านก็จะให้นำของไปจำนำหรือนำสิ่งของมาแลกแทนเงินมากกว่า แต่ส่วนใหญ่นิสิตจะนำเงินสดมาเล่นเอง

นายอภิสิทธิ์ นนกระโท อดีตผู้เล่นพนันฟุตบอล กล่าวว่าตนเคยเล่นพนันฟุตบอลเพราะเห็นว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมากถ้าถูกทุกคู่ซึ่งตอนแรกตนเริ่มจากกันเดิมพันที่50 บาทแล้วก็ทายถูกอยู่สองสามครั้ง จึงคิดว่าลองเพิ่มเงินเดิมพันอีกสักหน่อยจนกล้าวางเงินเดิมพันถึงหลักพัน โดยเคยเดิมพันมากสุด 5,000 บาท แต่โชคร้ายเสี่ยงทายไม่ถูกจนต้องได้นำสิ่งของไปจำนำ เพื่อนำเงินมาใช้ในการซื้อของใช้หรือจ่ายค่าหอพักเพราะเงินที่ผู้ปกครองให้มาได้หมดไปกับพนันฟุตบอล

นายชัชชัย  ชูศักดิ์ อดีตผู้เล่นพนันฟุตบอล กล่าวว่าตนเล่นพนันฟุตบอลเพราะอยากเล่นสนุกๆลุ้นเสี่ยงดวงเนื่องจากเป็นการลงทุนน้อยบางทีได้หลายเท่าจึงลองเล่นดู เมื่อได้เงินพนันฟุตบอลมาก็จะนำเงินที่ได้ไปใช้เช่นไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนหรือเก็บไว้ใช้ซื้อของทั่วไป แต่ขณะนี้ตนเลิกเล่นแล้วเพราะเสียมากกว่าได้บางอาทิตย์ต้องขอเงินผู้ปกครองมากพอสมควรจึงทำให้คิดได้ว่าจริงๆแล้วมันไม่คุ้มสู้เอาเงินไปใช้อย่างอื่นจะดีกว่า

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: