ข่าวที่น่าสนใจ

กรมขนส่งเตือนโหนท้ายรถมีความผิด เสี่ยงอุบัติเหตุ

 

นักวิชาการขนส่งจังหวัดมหาสารคามชี้ ห้อยโหนบนรถรับส่งนักเรียนมีความผิดตาม พรบ. การขนส่งทางบกทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ด้านผู้ขับรถรับส่งนักเรียน ได้กล่าวตักเตือนผู้ที่ห้อยโหนบนรถอยู่เสมอเพราะคำนึงถึงความปลอดภัย

นายศุภวัฒน์ จันทร์รัตน์ นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่ารถรับส่งนักเรียนนั้นมักจะมีอยู่ 2-3 ลักษณะ ลักษณะแรกเป็นรถโรงเรียน ความหมายคือเป็นรถบัสที่มีสีเหลืองคาดดำ รถหกล้อเหลืองคาดดำและมีชื่อโรงเรียนนั้น ๆ อยู่ อีกประเภทหนึ่งคือรถตู้ เป็นรถรับส่งนักเรียนอีกประเภทที่สามารถยื่นขออนุญาตให้รับส่งนักเรียน มีป้ายที่หน้ารถและด้านหลังของรถติดคำว่ารถโรงเรียน และจะต้องมีไฟกระพริบสีเหลืองอำพันหรือสีแดงสี่ดวงติดอยู่บนหลังคารถ อีกประเภทคือรถกระบะ เป็นประเภทที่ต้องจดทะเบียนเพื่อเป็นป้ายทะเบียนเป็นสีน้ำเงินพื้นขาว โดยบรรจุผู้โดยสารได้ไม่เกินสิบสองคน และต้องมีป้ายคำว่ารถโรงเรียน ต้องมีไฟกระพริบสีเหลืองอำพันหรือสีแดงสี่ดวงติดอยู่บนหลังคารถ และปิดฝาท้าย

นายศุภวัฒน์ กล่าวต่อว่า ใบอนุญาตขับรถรับส่งนักเรียนต้องต่อทุก ๆ หนึ่งภาคเรียน พร้อมเอกสารรายชื่อนักเรียน และผู้ขับขี่รถนั้นจะต้องมีใบขับขี่อายุไม่ต่ำว่าสามปีและต้องเสียภาษีรถอย่างถูกต้อง อีกทั้งต้องมีผู้คุมนักเรียนอยู่บนรถเพื่อควบคุมนักเรียนที่โดยสารมาบนรถรับส่งนักเรียน และการห้อยโหนบนรถรับส่งนักเรียนจะมีความผิดทั้งสองฝ่ายคือ ส่วนผู้ขับรถและส่วนของผู้โดยสาร ทั้งผู้ใหญ่หรือนักเรียน นับว่ามีความผิดตามกฎหมาย ตามพรบ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดว่าต้องปฏิบัติ ว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง มาตรา102 ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ ต้องแต่งกายสุภาพ ไม่แสดงกิริยาเสียดสี ดูหมิ่น ไม่เสพยาเสพติด ต้องปฏิบัติตามความปลอดภัยที่ขนส่งกำหนด ต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกิน และมีโทษตามกฎหมายคือปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นายศุภวัฒน์ เสริมว่า ในส่วนของผู้โดยสาร ตามพรบ.จราจรทางบก ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยตลอดเวลาที่โดยสาร ก็คือไม่สูบบุหรี่ ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ ก้าวร้าว หรือส่งเสียงที่ก่อให้เกิดความรำคาญให้กับผู้โดยสารคนอื่น ไม่โดยสารรอบตัวรถหรือห้อยโหนหรือยื่นมือ แขน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายออกไปนอกตัวรถ ทั้งนี้ผู้ขับรถได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้วผู้โดยสารไม่ยอมปฏิบัติตาม มันก็จะมีความผิดคือปรับไม่เกิน 5,000 บาท ผู้ที่มีอำนาจในการปรับคือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั่นก็คือเจ้าหน้าขนส่งหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนรถรับส่งนักเรียนที่มีลักษณะเป็นรถหกล้อหรือเป็นรถสองแถวนั้น หากมี

พฤติกรรมการห้อยโหนหรือยื่นอวัยวะออกนอกตัวรถจะมีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการโดยสาร ผู้รับรถเองจะมีความผิดฐานปล่อยปะละเลยผู้โดยสาร ซึ่งผู้ขับรถจะโดนข้อหาบรรทุกเกิน

“ด้านกรมขนส่งเองจะมีการเข้าตรวจทุกสัปดาห์ โดยมีการตั้งด่านตรวจสัปดาห์ละสองครั้ง ซึ่งนอกจากทางกรมขนส่งแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับได้ในกรณีที่กระทำผิด หากพบเห็นผู้กระทำความผิดสามารถถ่ายรูปและแจ้งมายังกรมขนส่งได้ ทางกรมขนส่งจะเรียกเข้ามาตรวจสอบว่ารถที่กระทำความผิดนั้นเป็นของใคร” นายศุภวัฒน์กล่าว

นายจันทร์ นนตรี คนขับรถรับส่งนักเรียนประเภทรถตู้โดยสาร กล่าวว่า กรณีที่เด็กนักเรียนจะห้อยรถสองแถวนั้น ปัจจุบันมีให้เห็นน้อยมาก หากมีให้เห็นคงมีสาเหตุมาจากในช่วงเลิกเรียนรถบางคันไปรับนักเรียนที่โรงเรียนก่อนหน้าจนนักเรียนนั้นเต็มรถ พอมาถึงโรงเรียนหลังก็ต้องโหนรถกันไป ส่วนใหญ่ช่วงวัยที่โหนรถสองแถวนั้นมักจะเป็นช่วง ม.1 – ม.3

นายนะพล นาย่อ คนขับรถรับส่งนักเรียนประเภทรถหกล้อ กล่าวว่า “เด็กบนรถที่ตนรับผิดชอบนั้นไม่ได้มีมากเท่าไหร่ หากมีการโหนรถก็ต้องมีการตักเตือนให้เข้ามานั่งข้างใน เพราะกรมขนส่งฯเองเข้ามาตรวจความเรียบร้อยเป็นประจำเสมอ ที่ต้องเตือนเด็กที่ห้อยโหนนั้นเป็นเพราะต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย”

นางมยุรีย์ สีเฉลียว ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม กล่าวว่า นักเรียนส่วนใหญ่นั้นจะกลับรถตู้ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่จะมาจากต่างอำเภอ หากเป็นนักเรียนที่อยู่ในตัวเมืองนั้นผู้ปกครองจะเป็นคนมารับ นักเรียนส่วนใหญ่ก็จะเห็นห้อยกันเป็นปกติเพราะจากต้นทางก็มีคนขึ้นรถเยอะอยู่แล้วพอมาถึงก็ไม่มีที่ให้นั่ง

นางมยุรีย์ กล่าวต่อว่า ถึงแม้มันจะดูอันตรายโดยเฉพาะตอนที่รถเบรก แต่พอยืนไปซักพักหนึ่งคนที่นั่งก่อนหน้าก็จะลง แต่จะไม่มีใครได้ยืนตลอดเส้นทาง เพราะเด็กนักเรียนส่วนใหญ่จะรู้ปลายทางของตัวเองจะได้ขึ้นระยะสั้น ๆ นางมยุรีย์กล่าวเสริม

เด็กชายสิทธิพล พาแดง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารคามพิทยาคม กล่าวว่า ปกติตนจะกลับบ้านเร็วก็ต่อเมื่อทางโรงเรียนเลิกเร็ว ทุกวันตนจะเห็นนักเรียนที่ขึ้นไปนั่งบนหลังคารถ ซึ่งตนคิดว่ามันอาจจะเกิดอันตราย ถ้าหากอุบัติเหตุเกิดขึ้น

“ขึ้นหลังคาขึ้นได้ แต่ขอให้ขึ้นอย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะไปเกี่ยวกับอะไร อาจทำให้ตกรถได้ ทางรถก็เสียหาย ด้านพ่อแม่อาจจะคิดมากว่าลูกของตัวเองเป็นอะไรไป ทำไมกลับบ้านช้า อาจจะทำให้พ่อแม่เป็นห่วง เพราะพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกกลับบ้านเร็วๆ” เด็กชายสิทธิพล กล่าวเสริม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: