ข่าวที่น่าสนใจ

จากประชามติสู่การสัมปทานเหมืองแร่

 

จากกรณีประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาปรากฏว่าเสียงข้างมากเลือกที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2559 คำถามคือเมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ซึ่งการศึกษาพบว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมาพร้อมกับการแก้ไขพระราชบัญญัติเหมืองแร่ พ.ศ.2558 ซึ่งจะส่งผลต่อมติคณะรัฐมนตรี ในการตัดสินใจปล่อยสัมปทานเหมืองแร่เพราะอ้างจากกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา178 ว่าด้วยเรื่องกฎหมายที่ส่งผลต่ออาณาเขต สัมปทาน สัญญาการค้า ถ้ารัฐสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 60 วันถือว่าเห็นชอบด้วย ซึ่งถ้ามองอีกแง่หนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เอื้อต่อกลุ่มทุน

จากกรณีดังกล่าวจึงส่งผลให้ชาวบ้านวานรนิวาส อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ในภาคอีสานที่เกิดการปล่อยสัมปทานเหมืองแร่โปแตซ (ซึ่งเป็นแร่ที่ใช้ในส่วนประกอบเคมีภัณฑ์ในระบบอุตสาหกรรมการเกษตร) ได้เกิดการจัดเวทีเสวานาเล่าถึงผลกระทบที่เกิดจากการทำเหมืองแร่โปแตซโดยใช้สถานที่คือหอประชุมโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 10 สิงหาคาม พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา

เป็นที่น่าสังเกตว่าในบริเวณจังหวัดอุดรธานีซึ่งไม่ไกลจากอำเภอวานรนิวาส กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีได้ทำการคัดค้านการทำเหมืองแร่โปแตซ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน เช่น คุณภาพน้ำฝนที่ไม่ได้มาตรฐานเพราะหากทำเหมืองแร่โปแตซแล้วไอน้ำที่ระเหยจากเกลือที่ขุดขึ้นอาจส่งผลให้น้ำฝนนั้นมีความเค็มสูงและทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย และน้ำใต้ดินที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามประสิทธิภาพที่เกิดจากการผันน้ำใต้ดินไปใช้ในระบบอุตสาหกรรมเหมืองแร่

นางสาวบี (นามสมมติ) หนึ่งในคณะผู้ดำเนินการจัดงานเวทีเสวนากล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลดีและผลเสียของการทำเหมืองแร่โปแตซ โดยมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครจำนวนสองท่านคือ อ.บำเพ็ญ ไชยรักษ์ และ อ.พสุธา โกมลมาลย์ เป็นผู้บรรยาย โดยการจัดงานในครั้งนี้กลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประมาณ 1,500-2,000 คน

. นายพิชิต. พลจิตต์ หนึ่งในกลุ่มสมาชิกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนครกล่าวว่า เวทีเสวนาดังกล่าวมีผลตอบรับที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากสามารถทำให้เด็ก

เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการขุดเจาะเหมืองแร่ เพราะในส่วนของผู้ปกครองเองนั้นไม่ค่อยสนับสนุนให้เด็กแสดงถึงการคัดค้านเหมืองแร่โปแตซมากนัก

“สาเหตุที่คัดค้านนั้นเพราะ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังทำเหมืองแร่นั้นผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่ในประชาชนหรือประเทศโดยตรง หากแต่เอื้อผลประโยชน์ให้ทุนต่างชาติ ส่วนปัญหาน้ำเค็มที่ตามมาก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะแก้ปัญหาได้ อีกอย่างหนึ่งคือ พื้นที่ 99% ล้วนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและเกษตรกรส่วนใหญ่นั้นมีอาชีพทำนา หากเกิดสภาวะน้ำเค็มหรือแผ่นดินยุบหลังจากการทำเหมืองใครจะเป็นคนรับผิดชอบ” นายพิชิตกล่าว

จากบทวิเคราะห์ของอ.บำเพ็ญ ไชยรักษ์ ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ prachatai.com ที่อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559 พบว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 โครงการสำรวจแร่โพแทช ของบริษัท ไชน่าหมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในด้านเหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน

นอกจากนี้ในลุ่มน้ำสงคราม จังหวัดสกลนครยังพบว่ามีอีก 3 บริษัท (จากทั้งหมด 30 บริษัทที่ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ และยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองโพแทชในภาคอีสานรวมพื้นที่ประมาณ 3.5 ล้านไร่) ทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวปัจจุบันคำขอสำรวจยังอยู่ระหว่างพิจารณาเปิดพื้นที่ตามมาตรา 6 ทวิ ของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้แก่บริษัทพีที มายด์ แอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ยื่นขอสำรวจในเขตอำเภอสว่างแดนดิน 12 แปลงพื้นที่ 120,000 ไร่ และบริษัทโรงปัง ไมนิง จำกัด ยื่นขอสำรวจในเขตอำเภอวานรนิวาส อำเภอพังโคน และอำเภอพรรณานิคม

ด้านนางสาวณัฐพร อาจหาญ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติเหมืองแร่ฉบับใหม่นี้จะมีอยู่ 2 ลักษณะคือ Mining Zone คือพื้นที่ที่รัฐประกาศว่ามีสินแร่อยู่และปล่อยสัมปทานให้กับบริษัทผู้ได้รับสิทธิ์ในการสัมปทานโดยไม่คำนึงว่า พื้นที่นั้นจะเป็นแหล่งน้ำหรือป่าไม้ สุดท้ายคือการที่รวบขั้นตอนการพิจารณาเหมืองแร่ให้อยู่แค่เพียงระดับจังหวัด กล่าวคือจังหวัดสามารถพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อการขุดเจาะเหมืองแร่ได้โดยไม่ต้องมีประชาพิจารณ์

ทั้งนี้เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการเหมืองแร่และผู้ที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลที่ถือว่าเป็นผู้อนุญาตประทานบัตร ควรมีมาตรการดูแลความปลอดภัยจากการทำเหมืองแร่ และให้ทางผู้ประกอบการเหมืองแร่ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (EHIA)EI) อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งอาจจะส่งผลกระทบภายหลังการทำเหมืองแร่ อย่างไรก็ดีเมื่อเกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นจะมีมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างไร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: