ข่าวที่น่าสนใจ

อำนาจของป้ายชื่อ กับรุ่นน้อง

 

การรับน้อง เป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักศึกษาเฟรชชี่ปี 1 ของทุก ๆ ปี ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมก่อนเปิดภาคเรียนเสมอ เพื่อต้องการทำให้นักศึกษาเฟรชชี่นั้นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาใหม่กับรุ่นพี่ ให้สามารถอยู่ร่วมกันตลอด 4 ปี ในรั่วมหาวิทยาลัย เห็นได้ชัดจากการที่รุ่นพี่ให้รุ่นน้อง แขวนป้ายชื่อตัวเอง มาเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อบ่งบอกว่าตนเองนั้นมาจากคณะไหนตลอดทั้งภาคเรียนแรก ในมุมมองของแต่ละคนจึงเกิดการตั้งคำถามว่า ป้ายชื่อจำเป็นหรือไม่

อาจารย์ นิรันดร คำนุ ภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า “หากจะรับน้องอย่างสร้างสรรค์ ก็ต้องรื้อระบบโซตัสที่ฝังอยู่ในความคิด และแฝงอยู่ในกิจกรรม การรับน้องแบบสร้างสรรค์มักถูกจำกัดโดยกรอบความคิดเห็นเดิมผ่านรูปแบบการรับน้องและการทำกิจกรรมแบบเก่า ๆ ที่ทำกันมาโดยประเพณีปฏิบัติ โดยที่นิสิต นักศึกษาก็ไม่สามารถตอบคำถามให้กับตัวเองได้อย่างชัดเจนนักว่า ทำไปแล้วเกิดประโยชน์อะไรบ้าง ซึ่งบางกรณีก่อให้เกิดความขัดแย้ง เกลียดชัง ระหว่างนิสิต นักศึกษาแต่ละชั้นปีโดยแบ่งบทบาทหน้าที่กันทำสร้างสำนึกใหม่ว่ากิจกรรมต่างๆเป็นหน้าที่ของทุกคนเชื่อว่าผลของการทำกิจกรรมนั้น ๆ จะประสบความสำเร็จดีกว่า มากกว่าการออกแบบในลักษณะเดิมอย่างแน่นนอน วิธีคิดแบบเก่า ๆ จึงควรที่จะถูกรื้อใหม่ให้เกิดความสร้างสรรค์อย่างแท้จริงกับระบบการรับน้องในรั้วมหาวิทยาลัยที่เราเรียกกันว่าเป็นอุดมศึกษาที่สร้าง ปัญญาชนอย่างแท้จริง”

จากที่รุ่นน้องแขวนป้ายชื่อ ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่าทำเพื่ออะไร ถ้าทำให้รู้จักกัน รุ่นพี่ก็ต้องทำด้วยน้องก็จะได้รู้จักชื่อพี่ ให้น้องทำฝ่ายเดียวอาจไปละเมิดสิทธิของรุ่นน้อง อาจมีวิธีอีกหลายทางที่จะทำให้น้องรู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมถามตอบโดยใช้ความคิดเพื่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ สาขา ยังมีอีกหลายคนอาจมองวิธีแบบนี้เป็นการแฝงระบบโซตัส

อาจารย์ที่เห็นด้วย ให้เหตุผลว่า การที่ให้รุ่นน้องนั้นแขวนป้ายชื่อทำให้รุ่นพี่สามารถรู้จักชื่อ ของน้องและน้องก็ได้แนะนำตัวเองไปด้วย โดยอย่างน้อยพี่ก็จะได้รู้จักชื่อของรุ่นน้องด้วยจากการแขวนป้าย

อาจารย์ วิภารัตน์ ข่วงทิพย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า “โดยส่วนตัวแล้วการติดป้ายชื่อเป็นสัญลักษณ์เพื่อให้น้องปี 1 ได้แนะนำตัว ฉะนั้นคณะไหนที่ติดป้ายชื่อโดยการออกแบบหรือเป็นวิธีการต่าง ๆ ที่รุ่นพี่หรือคณะให้ติดป้ายชื่อ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะอย่างน้อย รุ่นพี่ก็จะได้รู้จักชื่อของรุ่นน้อง สำหลับวิชาเอกของนาฎศิลป์แล้วจะให้เด็กติดป้ายทุกคนเพราะเด็กมีจำนวนเยอะ ดังนั้นการติดป้ายชื่อใน คลาสเรียนหรือในห้องเรียนก็จะเป็นการเรียกชื่อเล่นไปเลย แล้วการจำชื่อจริงมันก็จะตามมา”

นางสาวจิราภรณ์ เจริญภาพ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม สาขาการท่องเที่ยว ปี1 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า “มันก็ดีที่รุ่นพี่ให้ใส่รุ่นพี่จะได้รู้ว่าเราเรียนคณะอะไรแล้วถ้าเรามีปัญหารุ่นพี่เห็นจะได้มาช่วยเหลือ แต่บ้างทีมันก็ลำบากเวลาขึ้นรถเวลาซื้อของเพราะป้ายมันใหญ่มาก แล้วมันเกะกะหนูคิดว่ามันไม่จำเป็นควรปรับปรุงให้ติดเป็นเข็มกลัดเล็ก ๆ มากกว่าป้ายใหญ่ ๆ ”

ซึ่งตอนนี้มีหลายสาขาใน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการรับน้องจากเดิมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งเกลียดชัง ระหว่างนิสิต นักศึกษาแต่ละชั้นปีไปแล้ว ซึ่งก็ทำให้ พี่ยังรักน้อง น้องก็เคารพพี่เหมือนเดิม

นางสาวสุวรรณวิภา เจริญภาพ คณะวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สาขาการเมืองการปกครอง ปี 4 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า “ มันก็มีทั้งดีและไม่ดี ในแง่ดี ก็คือการที่น้องๆและรุ่นพี่ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม กัน เพราะต่างคนต่างที่มาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้สนิทและรู้จักกันมากขึ้นผ่านป้ายชื่อ บางครั้งการแขวนป้ายก็บ่งบอกถึงตัวตนของน้องๆว่าเป็นคนลักษณะใด เพราะในป้ายมีการตกแต่งและวาดรูปลงไป มันก็เป็นการดีที่จะได้รู้จักกันผ่านป้าย ในแง่ไม่ดี มันก็เป็นภาระที่เราต้องเอาป้ายชื่อไปในทุกที่ที่เราไป ไม่ว่าจะกินข้าว เรียน เราก็ต้องมาห่วงป้ายว่าจะขาดหรือไม่ เพราะในตอนที่แขวนป้ายรุ่นพี่บอกให้รักษาให้ดีๆ ไม่งั้นจะถูกทำโทษ ก็เหมือนเป็นการเอาภาระมาให้น้องที่ต้อง”

นายจิตริน เปลี่ยนบำรุง นายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นว่า “ กิจกรรมที่ให้น้องนิสิตชั้นปีที่หนึ่งแขวนป้ายชื่อ เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นสัญญาลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่จะทำให้นิสิตชั้นปีต่างๆ ได้รู้ว่านิสิตที่แขวนป้ายเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 เเต่สิ่งที่ยังควรปรับปรุงคือเรื่องขนาดควรไม่ให้มีขนาดที่ใหญ่เกินไป เพราะจะให้น้องนิสิตชั้นปีที่ 1 ไม่อยากแขวนป้ายชื่อ

ในส่วนวันที่ 1 กันยายน 2559 จะเป็นวันปลดป้ายชื่อน้องนิสิตใหม่ชั้นปีที่ 1 เนื่องจากที่ปลดป้ายชื่อ เพราะ ว่าวันที่ 1 เป็นวันไหว้ครูมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความหมายว่า ครูได้รับนิสิตเหล่านั้นเป็น ศิษย์แล้ว จึงไม่ต้องสวมใส่ป้ายชื่อ”

ถ้ามองในรูปแบบสืบทอดในจารีตประเพณีรับน้องของมหาลัย มุ่งเพื่อให้รุ่นน้องแสดงถึงความเคารพต่อรุ่นพี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้รุ่นพี่รู้จักชื่อของรุ่นน้อง ถ้าจากการที่รุ่นน้องไม่ได้โดนบังคับให้ทำจากรุ่นพี่ ถ้ากิจกรรมเหล่านี้ยังจำเป็นต่อสังคมอยู่ สังคมก็ต้องสามารถตอบโจทย์ได้ด้วยว่าจำเป็นแบบไหน

ถึงอย่างไรก็ตาม การที่ให้รุ่นน้องนั้นแขวนป้ายชื่อสามารถมองได้หลากหลายมุมมอง การที่จะให้รุ่นน้องเคารพนั้น อาจไม่ได้เกิดจากการที่พยายามให้รุ่นน้องทำตามรูปแบบการแขวนป้ายชื่อหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในประเพณีรับน้องในอดีตอีกต่อไปแต่ควรตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการรับน้องอาจเป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุเวลาขับขี่รถ หรือจะเป็นการละเมิดสิทธิต่างๆ ระบบเหล่านี้ควรเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงในเรื่องของขนาดของป้ายให้มีขนาดที่เล็กลงให้อย่างเหมาะสม

สำหลับทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของกิจกรรมรับน้องด้วยวิธีต่างๆที่เกิดขึ้น ว่าไม่ได้เกิดแค่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพียงมหาลัยเดียว ถ้าทุกฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกันปัญหาทุกอย่างคงมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: