ข่าวที่น่าสนใจ

ย้ำคิดย้ำทำ โรคทางจิต ภัยใกล้ตัวที่ไม่เคยรู้

 

โรคย้ำคิดย้ำทำ พฤติกรรมทำอะไรซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือคิดในเรื่องเดิม ๆ วนไปวนมา เป็นโรคทางจิตที่ผู้ป่วยยังสามารถควบคุมอารมณ์และจิตใจตนเองได้อยู่ โดยได้เกิดขึ้นกับ นางสาวชนัตพรถ์ พอกพูน นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และจิตแพทย์เผยว่าสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนที่มีความเครียดสูง

ทั้งนี้อัตราการเกิดโรคย้ำคิดย้ำทำในประชากรทั่วไปมีอยู่ประมาณร้อยละ 2-3 และตามสถิติพบว่าจะเริ่มมีอาการโดยเฉลี่ยที่อายุประมาณ 20 ปี อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเท่ากันทั้งเพศชายและเพศหญิง

อ้างอิง : [http://health.kapook.com/view3146.html]

นอกจากนี้ยังพบร่วมกับโรคจิตเวชอื่น ๆ ได้ เช่น โรคซึมเศร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำสูงถึงร้อยละ 60-90 รวมไปถึงโรคกลัวสังคม โรควิตกกังวลทั่วไป โรคแพนิค และการดื่มสุราก็อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคย้ำคิดย้ำทำได้เช่นกัน

นางสาวชนัตพรถ์ เล่าว่า ตนเองมีความวิตกกังวลกับทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ใช้ชีวิตอยู่บนความเครียดทุกวัน จนมีอาการแทรกซ้อน คือ ไมเกรน และมีอาการกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่คนปกติไม่กังวล เช่น ตนได้เดินไปส่งข้อสอบ แต่พอเดินออกจากห้องเรียน ตนกลับไม่แน่ใจว่าตนได้ส่งถึงมืออาจารย์หรือยัง และมีความเครียดสะสมนานเป็นสัปดาห์ หรือมากที่สุดคือยาวนานเป็นเดือน หรืออาจเป็นปีกับความรู้สึกบางเรื่อง เมื่อหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตจึงพบว่ามีคนเป็นเหมือนตนเอง จึงตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ และได้ผลมาว่า ตนเองป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

พญ.ธรรมิกา เทพพาที จิตแพทย์ประจำคลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง อ.เมือง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า อาการย้ำคิดย้ำทำเป็นโรคชนิดหนึ่งที่สร้างความทุกข์ให้ผู้ป่วยไม่น้อย ซึ่งบางครั้งไม่สามารถแยกออกได้ว่าคืออาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ หรือเป็นแค่ความวิตกกังวลธรรมดา ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่บนโลกไม่มีความสุข บางรายอาจมีโรคซึมเศร้ามาร่วมด้วย จึงส่งผลให้เกิดความรู้สึกต้องการฆ่าตัวตายได้

พญ.ธรรมิกา กล่าวต่อว่า อาการย้ำคิดย้ำทำบางครั้งอาจเกิดขึ้นได้ในคนปกติ เช่น เพิ่งปิดก็อกน้ำในห้องน้ำไป แต่อยู่ ๆ กลับมีความคิดว่า เมื่อครู่นี้ปิดก็อกน้ำเรียบร้อยหรือยัง หรือคิดว่าปิดยังไม่สนิท จนต้องมาปิดน้ำซ้ำอีก 1-2 ครั้ง เพื่อลดความกังวล อาการเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป หากบ่อยจนกลายเป็นความเครียด อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคดังกล่าวได้

“อาการในผู้ที่ป่วย มักเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ส่วนใหญ่มักกลัวใน 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ กลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับตัวเองและคนที่ตนรัก และกลัวว่าตนจะได้รับเชื้อโรค จนทำให้เกิดการเจ็บป่วย ทั้งนี้ทราบว่าสิ่งที่กลัวนั้นไร้สาระ แต่ไม่สามารถหยุดการย้ำคิดหรืออดที่จะกลัวไม่ได้ และไม่กล้าฝืนที่จะไม่ย้ำทำ”พญ.ธรรมิกากล่าวเสริม

การรักษาด้วยยา

ยาแก้ซึมเศร้า ยาที่รักษาได้ผลดีใน OCD เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อ ระบบซีโรโตนิน เช่น clomipramine และยาในกลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRI) ทุกตัว ได้แก่ fluoxetine, fluvoxamine, paroxetine, sertraline และ escitalopram โดยทั่วไปมักใช้การรักษาโรคซึมเศร้า อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

ยาคลายกังวล ในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลอยู่สูง อาจใช้ยากลุ่ม benzodiazepine ในระยะสั้น ๆ ยากลุ่มนี้ไม่มีผลในการรักษาอาการย้ำคิด หรืออาการย้ำทำ

ยาต้านโรคจิต ในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการรักษาด้วยยาแก้เศร้าแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านโรคจิต เช่น risperidone ควบคู่ไปกับยาแก้ซึมเศร้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

อ้างอิงจาก : http://med.mahidol.ac.th/

การรักษาวิธีอื่น

การรักษาที่ได้ผลดีคือ พฤติกรรมบำบัด โดยการให้ผู้ป่วยเผชิญกับสิ่งที่ทำให้กังวลใจและป้องกันไม่ให้มีพฤติกรรมย้ำทำ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มักล้างมือ ก็ให้จับของที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าสกปรก ให้รออยู่ช่วงหนึ่งจึงอนุญาตให้ล้างมือ การฝึกจะทำตามลำดับขั้น เริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกกังวลน้อยไปหามาก และระยะเวลาที่ไม่ให้ล้างมืออาจเริ่มจาก 10-15 นาที ไปจนเป็นชั่วโมง หากการรักษาได้ผลผู้ป่วยจะกังวลน้อยลงเรื่อยๆ จนสามารถจับสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องรีบไปล้างมือเช่นเดิม

นอกจากนี้การให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวผู้ป่วย ถือมีความสำคัญอย่างยิ่ง แพทย์ควรแนะนำสมาชิกในครอบครัว ถึงอาการของโรค แนวทางการรักษาและการดูแลผู้ป่วย รวมทั้งแนะนำให้มีท่าทีเป็นกลางต่ออาการของผู้ป่วย โดย ไม่ร่วมมือและช่วยเหลือเมื่อผู้ป่วยมีอาการ ในขณะเดียวกันก็ไม่ต่อว่าเนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วยเครียดและยิ่งกระตุ้นให้อาการเป็นมากขึ้น

ทั้งนี้สามารถรักษาด้วยการทำจิตบำบัดรายบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวกับอาการได้ กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ในรายที่อาการรุนแรง อาจมีการรักษาได้หลายแนวทาง เช่น การฝังแท่งกำเนิดไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นสมองส่วนลึก ( deep brain stimulation ) หรือ การผ่าตัด ( cingulotomy )

อ้างอิงจาก : http://med.mahidol.ac.th/

สรุป ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ มีอาการย้ำคิดและย้ำทำที่มากจนทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมาน ผู้ป่วยพยายามเลิกหรือต่อต้านต่ออาการ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับอาการที่เกิดขึ้นอาการย้ำคิด (obsession) เป็นความคิด ความรู้สึก หรือจินตนาการ ที่มักผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ผู้ป่วย เองก็ทราบว่าเป็นความคิดที่เหลวไหล ไม่เข้าใจว่าเกิดความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร รู้สึกรำคาญต่อความคิดนี้ เช่น มีความคิดจะจุดไฟเผาบ้าน คิดว่ามือสกปรก คิดด่าทอพระพุทธรูปที่ตนเคารพ ผู้ป่วยรู้สึกผิดต่อความคิดที่เกิดขึ้น มีความกังวลใจ พยายามที่จะไม่ใส่ใจหรือเลิกคิด บางครั้งอาจแก้หรือหักลัางความคิดนี้ด้วยความคิดหรือการกระทำต่าง ๆ เช่น ถ้าคิดว่าไม่ได้ปิดแก๊ส ก็จะตรวจเช็คเตาแก๊สวันละหลาย ๆ ครั้ง ไปล้างมือเมื่อคิดว่าสกปรก หรือท่องนะโมในใจทุกครั้งที่คิดในทางไม่ดีต่อพระพุทธรูป

คนเราปกติก็อาจมีความคิดหรือพฤติกรรรมเช่นนี้ได้ แต่ในผู้ป่วย OCD อาการเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ผู้ป่วยพยายามฝืนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มักผืนไม่ได้ เสียเวลาไปกับความคิดหรือพฤติกรรมค่อนข้างมากในแต่ละวัน (มากเกินกว่าวันละ 1 ชั่วโมง) อาการย้ำทำ (compulsion) เป็นพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ผู้ป่วยก่อกระทำขึ้น โดยเกี่ยวเนื่องกับความย้ำคิด หรือตามกฎเกณฑ์บางอย่างที่ตนกำหนดไว้ การที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมนี้เพื่อหักล้างความคิดย้ำในทางลบ หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ตามที่ตนหวั่นเกรง อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของผู้ป่วยนั้นมักจะเกิดจากความคิดแบบเด็ก ๆ ซึ่งจะต่างไปจากแนวทางที่คนทั่วไปใช้ในการแก้ไขหรือป้องกันปัญหา

โรคย้ำคิดย้ำทำสารมารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะฉะนั้นสิ่งที่หลายคนสามารถทำได้ขณะนี้คือ การทำให้ร่างกายและจิตใจของตนเองมีความสดชื่นอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นโรคร้ายนี้อาจเกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรักก็เป็นได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: