ข่าวที่น่าสนใจ

เปิดฤดูกาล รับลมหนาวที่เขาค้อ

 

ทิ้งท้ายฤดูฝนพร้อมต้อนรับลมหนาวในเดือนพฤศจิกายน สายลมเย็นที่พัดมาสัมผัสผิวกาย เหมาะแก่การเปิดหัวใจ พักร่างกาย เก็บกระเป๋าเพื่อรับประสบการณ์จากการเดินทางในช่วงนี้ ถือเป็นการพักผ่อนสมองจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทางเลือกที่น่าสนใจคือการไปรับลมบนภูเขาสูง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเรา “กระเป๋าเดินทาง” ได้มายืนอยู่บน “เขาค้อ” ดินแดนแห่งขุนเขาและทะเลหมอก สถานที่ท่องเที่ยวพิเศษชวนต้องมนต์และชวนให้มาสัมผัส

กางแผนที่

เขาค้อเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ภาคเหนือตอนล่าง มีภูเขาน้อยใหญ่ล้อมรอบสลับกับแม่น้ำลำธารป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,174 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นกว่าปกติ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20–24 องศา นับเป็นสถานที่ที่มีทะเลหมอกและภูเขาที่สวยงามขึ้นชื่อของประเทศไทย

เขาค้อกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2534 โดยกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ก่อตั้ง จากกิ่งอำเภอจึงเปลี่ยนเป็นอำเภอเขาค้อ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสร้างรายได้อันดับต้น ๆ ของประเทศ และเปลี่ยนความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นจากเดิมมีอาชีพเป็นเกษตรกร เปลี่ยนเป็นแม่ค้าโดยปริยาย

เราเริ่มออกเดินทางจาก จ.มหาสารคาม มุ่งหน้าสู่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างทางเต็มไปด้วยโค้งมากมายที่ชวนเวียนหัว ไม่ว่าจะโค้งธรรมดา โค้งหักศอกหรือหักเข่า โค้งนับร้อยสลับด้วยเนินเขาไปมา ถนนถูกตัดผ่านภูเขา ความรู้สึกเหมือนคนทำถนนเก็บกดจากการแพ้พ่ายเกมงูในมือถืออย่างไรอย่างนั้น การเดินทางกว่า 5 ชั่วโมง สิ้นสุดลงพร้อมกับภาพทะเลภูเขาที่อยู่เบื้องหน้า ความสวยงามจากเสน่ห์ของธรรมชาติทำให้เราตกหลุมรักหมอกจาง ๆ ที่ลอยปกคลุมอยู่บนยอดเขาหลายลูกไกลสุดลูกหูลูกตา สองข้างทางเต็มไปด้วยภูเขา คาดว่าเป็นพื้นที่ทำกินของเกษตรกรชาวเหนือซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าว สตรอเบอร์รี่ ข้าวโพด หัวไชเท้า และมันเทศสีม่วง

ทางลาดชัน

วัดเล่ากี เป็นวัดที่มีจุดชมวิว และไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว เราชื่นชมและถ่ายรูปกันอยู่นานสองนาน จนรู้สึกว่าไม่ได้เห็นแค่จุดชมวิวที่เป็นที่นิยมเท่านั้น แต่ยังได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขาค้อ ซึ่งไม่ค่อยมีใครได้สัมผัส เพราะไม่ต้องแย่งชิงถ่ายรูปหรือเซลฟี่แข่งกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ไม่ได้เห็นเพียงบ้านเรือน แต่สิ่งที่เห็นคือดินแดนแห่งขุนเขาและทะเลหมอก

สถานที่ที่เป็นจุดเด่นอีกแห่งหนึ่งคือวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วหรือที่คนพื้นถิ่นเรียกว่า วัดผาซ่อนแก้ว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2547 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชย์

ครบ 60 ปี โดยมีความเชื่อมายาวนานว่าถ้ำที่อยู่บนยอดเขาในบริเวณที่ก่อตั้งวัดนั้น มีคนเห็นลูกแก้วลอยอยู่เหนือท้องฟ้า และหายเข้าไปในถ้ำ ถือเป็นสถานที่ที่พระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาและมีความศักดิ์สิทธิ์ จนมีชื่อเรียกกันว่า “ผาซ่อนแก้ว”

ระหว่างทางไปวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นถนนเลนเดียวโค้งตามแนวเขา น่าหวาดเสียวสุด ๆ เพราะฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาและอีกฝั่งเป็นหน้าผาสูง หากขับรถพลาดนิดเดียว อาจได้ไปเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาแถวนี้กันแน่ แต่ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายจนได้ แน่นอนว่าเราขึ้นมาไกลขนาดนี้มีหรือจะผิดหวัง ความงามของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขามากมาย สิ่งแรกที่เราเห็นคือเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว ประดับประดาตกแต่งด้วยหินสีต่าง ๆ ดูแปลกตา ไม่ได้มีให้เราได้เห็นบ่อย ดูงดงามไปอีกแบบ และมหาวิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ เป็นพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้าสีขาว นั่งซ้อนกันอยู่บนฐานดอกบัว ตั้งเด่นตระหง่าน มีภูเขาสีเขียวชอุ่มเป็นพื้นหลัง ดูสวยงามดั่งภาพวาดก็มิปาน

จากนั้นเรายังแวะชมและบูชาพระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ ซึ่งตั้งอยู่ยังใจกลางของตัวอำเภอ ภายในพระบรมสารีริกธาตุมีพระพุทธรูปตั้งอยู่เรียงราย ไว้ให้ญาติโยมได้มาสักการบูชาโดยการบูชาเทียนรอบบริเวณพระบรมสารีริกธาตุ ร่มเย็นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ปลูกเรียงรายกันไป และยังมีระฆังนับร้อยใบไว้ให้เราได้ตีเพื่อเป็นสิริมงคล

รับลมเหนือ

จากนั้นเรามุ่งหน้าไปยัง เขาค้อ บูติค แคมป์ ซึ่งเป็นที่พักในคืนสุดท้าย เมื่อมาถึงลมเย็นพัดเข้าที่ใบหน้าของเราอย่างจัง ทำให้ได้มองเห็นรอบ ๆ ได้แต่พูดออกมาว่า ยินดีต้อนรับสู่ใจกลางภูเขา เพราะรอบ ๆ นั้นโอบล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียวน้อยใหญ่บวกกับอากาศเย็นที่ทำให้ผ่อนคลาย แถมยังอยู่ติดกับทุ่งกังหันลมพลังงานไฟฟ้า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่นิวซีแลนด์ แต่ไม่เคยไปหรอกนะ แค่รู้สึกว่ามันน่าจะประมาณนั้น

ทุ่งกังหันลมเขาค้อ เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานลม จากกังหันลมขนาดใหญ่จำนวน 24 ต้น มีความสูง 110 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของวงพัดยาว 120 เมตร เป็นใบพัดกังหันลมที่มีขนาดยาวที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าสะอาด สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปีราว 140 ล้านหน่วย (ข้อมูลจาก http://www.mediastudio.co.th)

ในเร็ววันนี้จะมีการประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านถึงเรื่องการจัดตั้งให้โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมเขาค้อ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.เขาค้อ เพราะปัจจุบันได้เปิดให้เยี่ยมชมแค่ภายนอกเท่านั้น คาดว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังในเรื่องสภาพแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง เพราะเมื่อเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบแล้ว สิ่งที่ตามมาคือรีสอร์ทและโรงแรม เพราะได้ทราบข้อมูลจากชาวบ้านในละแวกนั้นว่า ที่ดินบริเวณนั้น ส่วนใหญ่ได้ถูกกว้านซื้อโดยนายทุนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาขยะและการทำลายสภาพแวดล้อม เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากเกินไปอาจส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนั้นเกิดความเสียหายได้

DSC_0187.jpg

เช้าวันสุดท้าย เริ่มขึ้นตั้งแต่ตี 5 เรานั่งรถแทร็คเตอร์ของทางโรงแรมที่นัดกับชาวบ้านแถบนั้นให้พาไปยังจุดชมวิวในบริเวณยอดเขาสูง ระหว่างการเดินทาง เต็มไปด้วยเสียงร้องโอดโอย เพราะทางขึ้นไปจุดชมวิวเต็มไปด้วยหลุมและถนนขรุขระ แต่สองข้างทางนั้นมีลำธารใสที่ไหลลงมาจากน้ำตกบนภูเขา แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของหุบเขาลูกนี้ และในที่สุดภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงยอดเขากับเวลาเหมาะเจาะที่พระอาทิตย์ขึ้นพอดิบพอดี เราสามารถมองเห็นเมืองเขาค้อได้จากจุดนี้ บ้านเรือนเล็กจิ๋วเหมือนของเล่นเด็ก แสงแรกของวันออกมาทักทายอย่างร่าเริง บวกกับหมอกสีขาวหนาจนบดบังบางส่วนของยอดภูเขาลูกใหญ่ ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นสวยงาม ดูลงตัวคล้ายภาพสีน้ำที่วาดขึ้นมา ความเหนื่อยที่สะสมมานาน บัดนี้เราลืมความเหนื่อยล้า ลืมทุกอย่างไปชั่วขณะ และรู้สึกว่าไม่มีกล้องถ่ายภาพตัวใด ที่จะบันทึกความรู้สึกตอนนี้ได้ดีเท่ากับตัวเราเองอีกแล้ว เรายืนนิ่งและใช้สัมผัสทางกายซึมซับเอาบรรยากาศตรงหน้าเข้าสู่ความทรงจำ เพราะภาพถ่ายไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอย่างที่ได้สัมผัส ถึงเวลาที่แสงแดดไล่ให้ลงไปจากเขา และถึงเวลาที่ต้องบอกลาเขาค้อแล้ว

ประสบการณ์จากการเดินทางหนึ่งครั้ง เท่ากับความทรงจำที่ดีหนึ่งกระปุก เขาค้อก็นับเป็นที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ดี เพราะแม้จะถูกพัฒนาขึ้นอย่างมากไปในทิศทางท่องเที่ยว ค้าขาย หรือทางอุตสาหกรรม แต่ก็ยังคงเป็นแหล่งที่รักษาธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงวัฒนธรรม เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ที่หลากหลาย และเขาค้อยังมีอีกหลายที่ที่ยังรอให้เราไปค้นหาและสัมผัส หากมีโอกาสจะกลับไปเก็บประสบการณ์และความทรงจำที่ดีอีกครั้ง “เขาค้อ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: