ข่าวที่น่าสนใจ

ชุมชนท่าขอนยางปล่อยน้ำทิ้งลงแม่น้ำชี ชี้กระทบระบบนิเวศและสุขภาพประชาชน

 

บ้านท่าขอนยางปล่อยน้ำทิ้งลงแม่น้ำชี หวั่นส่งผลกระทบระบบนิเวศ เทศบาลตำบลท่าขอนยางเผยทำประชาพิจารณ์และประชาคม 15 หมู่บ้านในเขต ต.ท่าขอนยาง เพื่อยื่นเสนองบ 170 ล้านบาทในการวางท่อ และก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาสารคามชี้การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำชีอาจส่งทบกระทบต่อการควบคุมการผลิตน้ำประปา เหตุน้ำในแม่น้ำชีมีคุณภาพลดลง ด้านสำนักงานสาธารณสุขมหาสารคามเผยปัญหาการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำชีส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อม

จากกรณีที่ชุมชนบ้านท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาเขตขามเรียง มีการปล่อยน้ำทิ้งที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคของชาวบ้านในเขต ต.ท่าขอนยาง และละแวกใกล้เคียงลงสู่แม่น้ำชีอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ระบบนิเวศถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพน้ำในลุ่มแม่น้ำชี เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงประชากรแฝงที่เข้ามาอาศัยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการปล่อยน้ำทิ้งที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคของชาวบ้านในเขต ต.ท่าขอนยาง และละแวกใกล้เคียงลงสู่แม่น้ำชี ทั้งนี้ อาจส่งต่อผู้ใช้น้ำที่จะได้รับกระทบต่อสุขภาพอนามัย

นายสมนึก สีโกสอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ปัญหาการปล่อยน้ำทิ้งลงแม่น้ำชียังไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้งเป็นปัญหายืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน หลังจากมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทำให้มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำนวนหอพักเพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงน้ำทิ้งจากการอุปโภคบริโภคของผู้คนในหอพัก อาคาร ที่พัก และห้างร้านต่าง ๆ ทั้งหมดใน ต.ท่าขอนยาง ต่างไหลมารวมอยู่ที่บ้านท่าขอนยาง หมู่ 3 แห่งเดียว สุดท้ายถูกระบายลงสู่แม่น้ำชี ทั้งนี้ ขั้นต้นได้จัดทำประชาคมร่วมกับชาวบ้าน 15 หมู่บ้าน เพื่อเสนอเรื่องไปยังเทศบาลตำบลท่าขอนยางให้หน่วยงานเข้ามาจัดการแก้ไข และหามาตรการในการรองรับปัญหา เนื่องจากมีชาวบ้านในเขต ต.ท่าขอนยางบางส่วนที่อาศัยอยู่บริเวณท่อน้ำทิ้งซึ่งได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำชี

“บ้านท่าขอนยางรออนุมัติงบประมาณในการจัดทำโครงการวางท่อระบบน้ำล้นเสริมเพื่อป้องกันน้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำชี แต่ช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนที่เทศบาลตำบลท่าขอนยางยื่นของบประมาณต่อสภาท้องถิ่นในงบประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ.2559-2560 จำนวนเงิน 3-4 ล้านบาท” นายสมนึก กล่าว

ด้านนายสมพร (นามสมมติ) ชาวบ้านหมู่ 3 ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า น้ำทิ้งที่ถูกปล่อยลงสู่น้ำชีส่งกลิ่นเหม็นรบกวน อีกทั้งเวลาฝนตกทำให้เกิดฟองเป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนเคยลงไปอาบน้ำ ตักน้ำที่แม่น้ำชีมาใช้ในครัวเรือน แต่ปัจจุบันได้ซื้อน้ำสะอาดไว้สำหรับบริโภค และรองน้ำฝนใส่ตุ่มไว้เพื่อใช้ในการอุปโภคต่าง ๆ ส่วนน้ำประปาใช้บ้างแต่ไม่ใช้ประจำ เพราะเกรงว่าจะได้รับสารปนเปื้อน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากเคยร้องเรียนผ่านผู้ใหญ่บ้านไป

แล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นางสุดา เหล่าโผน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เผยว่า จากปัญหาการปล่อยน้ำทิ้งลงแม่น้ำชี ทางเทศบาลมีการทำประชาพิจารณ์และทำประชาคม 15 หมู่บ้าน ในเขต ต.ท่าขอนยาง เพื่อยื่นเสนองบประมาณ 170 ล้านบาทในการวางท่อ และก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแบบระบบเติมอากาศ (Aerated Lagoon หรือ AL) ที่ บ.กุดน้ำใส อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ระหว่างเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2559 เข้าสู่สภาท้องถิ่น เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นางสุดา เผยต่อว่า จุดวางท่อเริ่มจากบริเวณวงเวียนท่าขอนยาง ชุมชนท่าขอนยาง สิ้นสุดที่ บ.กุดน้ำใส อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม เพื่อรองรับน้ำเสียหรือน้ำทิ้งจากหอพักและชุมชนท่าขอนยางทั้งหมด ขนาดท่อระบายน้ำเท่ากับท่อประปา ระบบบำบัดน้ำเสียแบบระบบเติมอากาศใช้ในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของน้ำเสียค่อนข้างสูง อีกทั้งระบบมีประสิทธิภาพสูงในการแยกตะกอน และปรับสภาพน้ำทิ้งด้วยวิธีการปั่นสู่บ่อพักที่ 1 บ่อพักที่ 2 บ่อพักที่ 3 ก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม รองรับน้ำได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตลอดจนรองรับการใช้งานได้ในระยะเวลา 20 ปี

นางสาวรจนา เวียงปฏิ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำชีทำให้มีสิ่งสกปรกที่ถูกพัดพามาสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ส่งผลให้ช่วงหน้าแล้งน้ำลดต่ำลง และน้ำมีสภาพนิ่ง แม่น้ำไม่มีการไหลเวียน ใต้ท้องลำน้ำชีเกิดการสะสมของตะกอนและเศษอาหารจนเกิดการเน่าเสีย อีกทั้งในฤดูฝนเกิดการชะล้างหน้าดินทำให้สิ่งสกปรกและสารเคมีต่าง ๆ ที่เกิดจากการเกษตรไหลลงสู่แม่น้ำชีส่งผลให้ปลาช็อคตาย เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของค่า DO (Dissolved Oxygen : ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ) ในน้ำลดลง

นางสาวรจนา กล่าวต่อว่า จากรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำชี ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2559 พบว่า ค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand : ค่าบ่งชี้ถึงสิ่งสกปรกในน้ำในรูปของสารอินทรีย์) อยู่ระหว่าง 3.30-6.71 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ค่ามาตรฐาน BOD ต้องมีค่าไม่เกินกว่า 2.0 มิลลิกรัมต่อลิตร_dsc0090

“จากสภาวการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำบริเวณท่าขอนยางและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น แต่อาจเป็นปัญหาขยายวงกว้างไปสู่ระบบนิเวศทั้งลำน้ำ เนื่องจากหากเกิดความเสียหายต่อพื้นที่จุดใดจุดหนึ่ง สิ่งสกปรกที่ถูกพัดพาไปสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศของพื้นที่ท้ายน้ำได้เช่นกัน นอกจากนี้การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำชีอาจส่งทบกระทบต่อการควบคุมการผลิตน้ำประปาใน 2-3 ปีให้หลัง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำชีที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปามีคุณภาพลดลง” นางสาวรจนา กล่าว

นางเยาวลักษณ์ บูระวัฒน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เผยว่า ผลกระทบที่ชาวบ้านอาจได้รับจากปัญหาการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำชี ส่งผลได้ทั้งในทางตรง และทางอ้อม ผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านทางตรง เมื่อสัมผัสน้ำบริเวณที่มีการปล่อยน้ำทิ้งส่งผลให้ มีผื่นแดง คัน มีตุ่มพุพอง ผิวหนังเปื่อย หน้ามืดเป็นลม เนื่องจากอาจสูดดมสารเคมีบางอย่างเข้าไป ส่วนผลกระทบทางอ้อมที่ได้รับส่วนมากจะมาในรูปแบบสารปนเปื้อนในอาหาร เช่น บริโภคปลาที่อาศัยอยู่บริเวณที่มีการปล่อยน้ำทิ้ง ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง หรือบริโภคหอยแล้วเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีได้ เนื่องจากร่างกายได้รับสารเคมีสะสม ซึ่งหากร่างกายได้รับสารเคมีเข้าไปในปริมาณที่ร่างกายสามารถขับของเสียออกมาได้หมด อาจไม่แสดงอาการหลังบริโภคเนื้อปลาและหอย

“นอกจากนี้ หากมีอาการดังกล่าวหลังสัมผัสน้ำให้ใช้น้ำเปล่าชำระล้างทำความสะอาดในเบื้องต้น ห้ามใช้ยาล้างแผลทาหรือเช็ด เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง ควรพบแพทย์และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ทางสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามได้มีการปฏิบัติการเชิงรุกเฝ้าระวังหาสาเหตุและลงพื้นที่ร่วมกับเทศบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความรู้รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติแก่ชาวบ้านและชุมชนที่เกิดปัญหา” นางเยาวลักษณ์ กล่าว

นายศุภชัย มหาจันทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า น้ำดิบจากแม่น้ำชีที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาจะอยู่ที่ความลึก 2 เมตร และจะถูกสูบส่งผ่านระบบเส้นท่อส่งไปยังโมบายที่ผลิตน้ำประปาบริเวณ ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนจำหน่ายน้ำประปาให้แก่ผู้บริโภค

“กระบวนการผลิตน้ำประปาเริ่มจากการสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยผสมสารเคมีโพแทสเซียมอะลัม (Potassium Aluminum) หรือสารส้มลงไป เพื่อให้น้ำตกตะกอนหลังจากน้ำตกตะกอนให้ผสมปูนขาวลงไป เพื่อให้น้ำกับสารเคมีรวมตัวกันจะช่วยให้มีการจับตัวของตะกอนได้ดียิ่งขึ้นก่อนนำน้ำไปกรอง และพักน้ำเก็บไว้ในถังใสเพื่อใส่คลอรีนร่วมกับใช้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ในการกำจัดเชื้อโรค รวมถึงก่อนจำหน่ายน้ำประปาให้แก่ผู้บริโภคต้องผ่านการวิเคราะห์ตรวจสอบอีกครั้งจากนักวิทยาศาสตร์ และมีการดำเนินการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้น้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย สำหรับการอุปโภคบริโภค” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า กระบวนการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค สาขามหาสารคาม มีกระบวนการผลิตน้ำประปาที่ได้รับมาตรฐาน มีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ตลอดจนไม่มีสิ่งเจือปนในน้ำประปา ทั้งนี้ ทางหน่วยงานได้ทำการยื่นขอการรับรองมาตรฐานการผลิต ISO (International Standards Organization : การรับรองมาตรฐาน) ปี 2015 ต่อองค์การ ซึ่งอยู่ระหว่างการอนุมัติภายในปี พ.ศ.2559 เพื่อรับรองว่ากระบวนการผลิตน้ำประปาของทางหน่วยงานมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งทางหน่วยงานมีการเฝ้าระวัง คอยตรวจสอบวัดค่า DO (Dissolved Oxygen : ปริมาณออกซิเจนที่ละลายใน

น้ำ) และค่า pH (Potential of Hydrogen Ions : แสดงความเป็นกรดหรือเบสของน้ำ) ของน้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยค่า pH ในเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 6.5-8.5 มิลลิกรัมต่อลิตร หากต่ำกว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร แหล่งน้ำเข้าสู่ขั้นวิกฤต

“นอกจากนี้ หากพบว่าน้ำประปามีกลิ่นเหม็น มีสีเหลือง และรสเปรี้ยว อาจเกิดจากระบบเส้นท่อที่มีการตกตะกอน เมื่อมีการระบายน้ำเพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้บริโภค ส่งผลให้ตะกอนเส้นท่อฟุ้งไหลรวมกับน้ำ เป็นเหตุให้น้ำมีสีเหลืองและมีกลิ่น ควรระบายน้ำทิ้งไว้สักพักเพื่อให้หมดตะกอน หากผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงแล้วน้ำยังเป็นสีเหลือง และมีกลิ่นอยู่ให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่การประปาเข้ามาดำเนินการแก้ไขหาสาเหตุโดยด่วน” นายศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: