ข่าวที่น่าสนใจ

เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพปะปนใน มมส LIKE SHOP

กลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like Shop เป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้กับนิสิตและประชาชนทั่วไปเข้ามาโพสต์ขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ชอบสั่งซื้อของผ่านระบบออนไลน์ โดยนิสิตและประชาชนบางส่วนไม่ค่อยตระหนักถึงภัยที่แอบแฝงมากับระบบดังกล่าวนี้

มมส like shop ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2554 โดยมีนายวิทวัส รัชชุศิริ เป็นผู้ริเริ่มสร้างกลุ่มขึ้นมามีจุดประสงค์เพื่อต้องการขายของอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์ แต่เห็นว่ามีผู้คนให้ความสนใจจำนวนมาก จึงได้เปิดเป็นกลุ่มสาธารณะและได้รับความนิยมในปี พ.ศ.2559 ซึ่งในปัจจุบันกลุ่ม มมส Like shop เปิดมาได้ 6 ปีแล้ว

เหยื่อถูกโกง ในกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like shop

นางสาวศุภลักษณ์ บุตรสาว นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตนได้สั่งซื้อของออนไลน์จากในกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like shop เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 5 ในราคา 3,100 บาท เหตุที่เชื่อใจและยอมโอนเงินให้เป็นเพราะตนต้องการโทรศัพท์ใช้ และคนที่โพสต์ขายดูมีความน่าเชื่อถือ ทางคนที่โพสต์ขายโทรศัพท์ได้ส่งเลข ems ปลอมมาให้แล้วก็ได้บล็อกเฟซบุ๊กหายไป แต่ตนไม่ได้แจ้งความกับตำรวจเพราะคิดว่าคงไม่ได้เงินคืน

นางสาวรุ่งนภา วิพันทา พนักงานบริษัท ซิเลซติกา (ประเทศไทย) จำกัด จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตนได้เข้าร่วมในกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like shop จากเพื่อนที่อยู่ จ.มหาสารคาม ของที่ตนสั่งซื้อผ่านออนไลน์เป็นตุ๊กตาคิตตี้ในราคา 300 บาท ขนาดตัวประมาณเท่ากับคน ได้โอนเงินไปให้ แล้วคนที่โพสต์ขายได้บล็อกเฟซบุ๊กของตน และตนไม่ได้แจ้งความตำรวจ แต่มีการโฟสต์รูปแชทที่ตนได้สั่งของในกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like shop เพื่ออยากเตือนคนในกลุ่มให้ศึกษาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจโอนเงิน

นางสาวสุรัสวดี มุละสิวะ นิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เปิดเผยว่า ตนได้สั่งซื้อของออนไลน์เป็นรองเท้าในราคา 400 บาท เหตุที่สั่งซื้อของออนไลน์เพราะคิดว่ากลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like shop เป็นกลุ่มที่จะมีแต่นิสิต มมส ขายของเท่านั้น ตนจึงเชื่อใจที่จะโอนเงิน ผ่านไปได้รวมอาทิตย์กลับยังไม่ได้รับของ จึงทักแชทกลับไปหาคนที่โพสต์ขายของ ฝ่ายนั้นไม่ยอมตอบ และตนยังพบอีกว่าร้านที่สั่งซื้อรองเท้ายังมีอีกเพจหนึ่ง จึงตัดสินใจทักแชทไปหาอีกเพจ ซึ่งทางนั้นได้บอกว่าเฟซบุ๊กที่โพสต์ขายของในกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส Like shop ได้ถูกปิดไปนานแล้ว ดังนั้นจึงได้ถามกลับไปว่าถ้าปิดเฟซบุ๊กไปแล้วแต่ทำไมถึงสั่งของได้ และยังได้บอกกับฝ่ายนั้นอีกว่าจะแจ้งความกับตำรวจถ้ายังไม่ได้รับของที่สั่งซื้อไป เขาจึงยอมส่งของมาให้

นโยบายของผู้ดูแล

ทางด้านผู้ดูแลกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส  Like shop มีด้วยกันสามคน นางสาวชิโอริ เดโตะ หนึ่งในผู้ดูแล ได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์สื่อมวลชนว่า เกณฑ์ในการคัดเลือกคนมาเป็นสมาชิกในกลุ่ม จะเลือกเฉพาะ      เฟซบุ๊กที่มีตัวตนและเป็นคนไทยเท่านั้น ไม่จำกัดว่าต้องเป็นนิสิต มมส เรามีนโยบายให้สำหรับคนที่สั่งของแล้วถูกฉ้อโกงให้ทักแชทมาบอกผู้ดูแลกลุ่ม ทางผู้ดูแลจะบล็อกบุคคลนั้นออกจากกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส  Like shop ทันที

“ในหนึ่งเดือนจะมีผู้ที่ถูกฉ้อโกงประมาณ 3-4 ราย ในอนาคตผู้ดูแลจะจัดให้เป็นระบบมากกว่านี้ การโพสต์ขายของทุกโพสต์จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแลก่อน และจะเน้นขายของแบบนัดรับ มากกว่าการส่งของผ่านไปรษณีย์จะให้สมาชิกส่วนใหญ่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก มมส  Like shop เน้นไปทางนิสิต มมส ในการโพสต์ขายของ เพื่อที่จะได้สร้างความมั่นใจให้กับคนที่เข้ามาสั่งซื้อสินค้าภายในกลุ่ม” ผู้ดูแลกลุ่มเฟซบุ๊กมมส Like shop กล่าว

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

ในส่วนของนักวิชาการทางด้านกฎหมาย ผศ.อมรรัตน์ อริยะชัยประดิษฐ์ นิ่มหนู อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ให้ข้อมูลว่า การขายของผ่านออนไลน์จะมีด้วยกันอยู่สองรูปแบบ รูปแบบที่หนึ่งคือมีการรับรองจากทางบริษัท ถ้าสินค้าที่ได้สั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางบริษัทไม่ได้มาตรฐาน สามารถเปลี่ยนและคืนได้ ในส่วนของรูปแบบที่สองจะไม่ได้รับการรับรอง เพราะเป็นการโพสต์ขายสินค้าที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับทางบริษัท ในรูปแบบที่สองนี้จะมีความเสี่ยงที่จะถูกฉ้อโกงได้ง่าย

ผศ.อมรรัตน์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ในกรณีที่ถูกฉ้อโกงด้วยการสั่งซื้อของผ่านออนไลน์ จะมีอยู่สามช่องทางในการให้ความช่วยเหลือ ช่องทางแรกเป็นการแจ้งความกับทางสถานีตำรวจ แต่ทางเราต้องรวบรวมหลักฐานเช่น การพูดคุยสั่งของผ่านทางแชท เพราะสามารถเจาะผ่านหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ IP address (ISP) ของผู้ขายได้และหลักฐานการโอนเงินอีกช่องทางคือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เบอร์โทรสายด่วน1166 และช่องทางที่สามคือกระทรวงไอซีที เบอร์โทรสายด่วน 1212 หรืออีเมล occ@etda.or.th ซึ่งสองช่องทางสุดท้าย ผู้ที่ถูกฉ้อโกงสามารถเข้ามาปรึกษาปัญหาที่เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้

ผศ.อมรรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า การกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การทำงานในส่วนของ ตำรวจ

พ.ต.ท.ณกรณ์ รักเร่ รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สถานีตำรวจเขวาใหญ่ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์อย่างมากประชาชนประสบกับปัญหาจากการถูกหลอกลวงจากผู้ไม่ประสงค์ดีจากการซื้อขายออนไลน์ การโอนค่าสินค้าไปแล้ว แต่ได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ สินค้าชำรุด สินค้าไม่ครบถ้วน หรือผู้ขายไม่ส่งสินค้ามาให้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่หวังดีของผู้ขายอย่างชัดเจน

พ.ต.ท.ณกรณ์ กล่าวต่อว่ามีผู้เข้ามาแจ้งความกับทางสถานีตำรวจเฉลี่ย 3-4 รายต่อเดือนกับสถานีตำรวจเขวาใหญ่ ในแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไปบางรายต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลที่จะเอาผิดกับผู้ฉ้อโกงได้ ในส่วนของนิสิตและประชาชนทั่วไปที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ สามารถเข้าร้องเรียนและขึ้นบันทึกประจำวันไว้ที่โรงพักได้ เพื่อที่จะได้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.ท.ณกรณ์ ได้กล่าวต่ออีกว่า ก่อนจะติดต่อแจ้งความกับทางตำรวจ ต้องรวบรวมหลักฐานที่มีทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นประกาศขาย หลักฐานการโอนเงิน หมายเลขบัญชีธนาคารของผู้ประกอบการ และข้อความที่แสดงให้เห็นถึงการติดต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อช่วยยืนยันความผิดคดีเข้าข่ายฉ้อโกงผู้บริโภค เพราะหากไม่ทำการบันทึกหลักฐานเหล่านั้นไว้ก็เป็นเรื่องยากที่จะดำเนินคดีได้

ทั้งนี้กลุ่มเฟซบุ๊ก มมส  Like shop เป็นกลุ่มที่เปิดเป็นสาธารณะในการโพสต์ขายสินค้าในรูปแบบออนไลน์ บุคคลที่เข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่มไม่ได้มีแค่นิสิต มมส แต่ยังมีบุคคลภายนอกที่สามารถเข้ามาโพสต์ขายของได้ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีมิจฉาชีพ เข้ามาปะปนหลอกขายสินค้าในกลุ่ม ซึ่งประชาชนและนิสิตที่ชอบสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ควรศึกษาหาข้อมูลและประวัติของผู้ที่โพสต์ขายสินค้าอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจโอนเงิน เพื่อป้องกันการถูกฉ้อโกงจากเหล่ามิจฉาชีพ

หนังสือพิมพ์สื่อมวลชน : รายงาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: