ข่าวที่น่าสนใจ

ไขปัญหา พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 ให้แยกชายหญิง

 

คุ้มครองสวัสดิภาพนิสิตหรือแก้ปัญหาปลายเหตุ

หอพัก

ในปัจจุบันธุรกิจหอพักบริเวณโดยรอบเขตมหาวิทยาลัยมหาสารคามผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับนิสิตที่มีจำนวนราว 54,172 คนในปีการศึกษา 2559 แต่ยังมีปัญหาในเรื่องการแยกหอพักชายและหอพักหญิงอย่างชัดเจน ดังนั้น จึงมีการออกพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2558 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้

พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2558 ออกมาใช้แทนพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยเริ่มมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2558 เป็นต้นมา ระบุว่า หอพักมี 2 ประเภท ได้แก่ (1) หอพักชาย (2) หอพักหญิง ผู้ประกอบกิจการหอพักผู้ใดรับผู้พักไม่เป็นไปตามประเภทของหอพัก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีผลบังคับใช้ เมื่อกฎกระทรวงออกมารองรับอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับการประกอบกิจการหอพักในสังคมปัจจุบัน และคุ้มครองสวัสดิภาพของบุคคลที่อยู่ในระหว่างการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ประกอบกับแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจควบคุมหอพักในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายนี้

การบังคับใช้ พ.ร.บ.หอพัก ชี้ให้แยกชายหญิง

ว่าที่ ร.ต.อำนาจ สมน้อย รองปลัดเทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 ฉบับใหม่ ถ่ายโอนอำนาจจากเดิม ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในระดับจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบออกใบอนุญาต จากนั้นจึงถ่ายโอนลงมาให้ท้องถิ่นทุกประเภทรับผิดชอบเป็นผู้กำกับดูแลและออกใบอนุญาต กำหนดให้หอพักแยกชายหญิงอย่างชัดเจน ทั้งยังกำหนดบทลงโทษที่หนักและรุนแรงขึ้น หลังจากที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2558 หลังจากบังคับใช้แล้วเทศบาลฯ ได้มีการจัดประชุมผู้ประกอบการหอพักและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง คือ ตำรวจ พนักงานฝ่ายปกครองหรืออำเภอ พัฒนาสังคม และตัวแทนจากมหาวิทยาลัย ผู้ที่มีหน้าที่ บทบาทในการดูแลหอพัก มาร่วมประชุมและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติให้ทราบ

ว่าที่ ร.ต.อำนาจ เผยต่อว่า  พ.ร.บ.หอพักดังกล่าว ยังไม่มีผลบังคับใช้แบบสมบูรณ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อมีกฎกระทรวงออกมารองรับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่จะต้องปฏิบัติ เช่น กรณีหอพักชายและหอพักหญิงแยกกันเด็ดขาดอย่างไร บางรายก็มีตึกสองฝั่งในลักษณะดังกล่าว ก็ต้องรอกฎจากกระทรวงออกมารองรับ ซึ่งขณะนี้กฎกระทรวงได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขั้นตอนต่อไปจึงจะสามารถประกาศบังคับใช้ ขณะนี้ยังรอผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ส่งผลให้การแยกหอพักหญิงและชายในทางปฏิบัติจึงยังไม่เกิดขึ้น

“แต่ในการเตรียมพร้อม เทศบาลฯ ได้แจ้งทุกหอพักในเขตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้จดทะเบียนและต่อใบอนุญาตหอพักใหม่ เพราะแบบเดิมมีการต่อแบบปีต่อปี แต่แบบใหม่จะเป็น 5 ปีต่อครั้ง ซึ่งจะมีข้อกำหนดย่อยและมีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น โดยโทษของการที่หอพักไม่แยกผู้เข้าพัก ซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา เพศชายและเพศหญิงออกจากกัน ตาม พ.ร.บ.หอพัก มาตรา 77 กำหนดไว้ว่า ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ว่าที่ ร.ต.อำนาจ กล่าว

รองปลัดเทศบาลตำบลท่าขอนยาง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากกฎหมายออกมาแล้วยังพบนิสิตชายหญิงพักรวมกัน สามารถร้องเรียนได้ กฎหมายใหม่นี้จะให้สิทธิกับนิสิตเป็นส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการต้องจัดบริการและความปลอดภัยให้กับนิสิตอย่างเต็มที่ เพื่อให้นิสิตได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างสมบูรณ์ กฎหมายตัวนี้จะเข้มในลักษณะดังกล่าว แต่ก็ยังมีข้อทักท้วงกลับไปยัง สนช. ว่าหลักเกณฑ์และข้อบัญญัติที่กำหนดขึ้น จะขัดกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหรือไม่ เนื่องจากว่านิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย ฉะนั้นจึงมีสิทธิในการตัดสินใจเองได้ และยังคงเป็นข้อกังวลอยู่ ขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังพิจารณา จึงทำให้กฎหมายออกมาล่าช้า ซึ่งจะสมบูรณ์ได้ต้องมีองค์ประกอบกฎหมายอื่น ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องดูสิทธิของนิสิตก่อน ว่าผู้บรรลุนิติภาวะแล้วกฎหมายให้สิทธิอะไรบ้าง หากไปละเมิดสิทธิ์ นิสิตก็สามารถโต้เถียงด้วยกฎหมายได้เช่นกัน

“การแยกหอพักนิสิตนักศึกษากับหอพักเอกชนทั่วไป คือหอพักนิสิตจะมีป้ายบอกอย่างชัดเจนและจะขึ้นต้นด้วยคำว่า หอพัก และหอพักที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพักได้จะมีลักษณะเป็นห้องเช่า บ้าน หรือตึกอาคารพาณิชย์ เป็นต้น โดย พ.ร.บ.หอพักฉบับนี้ องค์กรมีหน้าที่จัดเก็บรายได้มาเป็นฐานในการพัฒนา และจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากว่า พ.ร.บ. บังคับให้ผู้ประกอบการต้องยื่นหนังสือสัญญา ซึ่งมีค่าเช่า จำนวนคนเข้าพัก เป็นฐานในการเรียกเก็บภาษี ส่วนประโยชน์ในทางอื่นโดยเฉพาะตัวนิสิตนักศึกษา ทำให้นิสิตมีสิทธิ์ มีอำนาจหน้าที่มากขึ้น มีสิทธิในการปกป้องตนเอง ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่” ว่าที่ ร.ต. อำนาจ กล่าว

.ร.บ.หอพัก สวนทางกับความเป็นจริง

แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการหอพักเอกชนใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เปิดเผยว่า หอพักของตนจดทะเบียนเป็นหอพักหญิง แต่ว่าบางคนก็ไม่อยากอยู่คนเดียว เพราะไม่ไหวในเรื่องของค่าใช้จ่ายหรือบางคนต้องการที่จะพักอยู่กับเพื่อน บ้างก็เป็นพี่น้องพักอยู่ด้วยกัน การที่จะแยกให้เป็นหอหญิงสำหรับผู้หญิง หอพักชายสำหรับผู้ชายเป็นเรื่องที่ยาก ในความเป็นจริงก็อาจจะไม่มีคนเช่า เพราะบางคนก็อยากอยู่กับแฟนหรือเพื่อน หากมีกฎหมายออกมาบังคับใช้อย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อคนที่ทำหอพักอยู่เดิม ทำให้มีห้องว่างมากขึ้นจนนำมาสู่การขาดรายได้

“แต่ถ้าถามว่าชอบทำตามกฎระเบียบไหม ตอบได้เลยว่าชอบ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าจะรอให้แค่ผู้หญิงมาเช่า ก็ไม่มีคนมาเช่า เพราะนิสิตส่วนมากก็อยากอยู่หอพักที่อยู่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย” แหล่งข่าวกล่าว

ผู้ประกอบการหอพัก กล่าวต่ออีกว่า  เหตุผลที่รับนิสิตผู้ชายเข้ามาพัก เพราะมีความเห็นใจผู้ปกครองของนิสิต เนื่องจากพ่อแม่บางคนต้องการให้ลูกชายห่างไกลจากกลุ่มเพื่อนผู้ชายด้วยกัน เพราะกลัวจะเสียคน พ่อแม่ของนิสิตชายบางคนมาขอร้องกับหอพัก หอพักจึงอนุญาตให้เช่าอยู่ คนที่มาเช่าหอพักก็มีคนวัยทำงานด้วย แต่เขามาอยู่ในฐานะนิสิตที่มาเรียนต่อปริญญาโทที่ มมส และก็มีคนที่เป็นวัยทำงานจริง ๆสาเหตุที่เขาเช่าอยู่ที่นี่เพราะเช่ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กำลังศึกษาจนจบการศึกษา ทุกวันนี้ทางหอพักก็ไม่ได้ปล่อยให้เช่ารายวัน แต่จะมีการเปิดให้เช่ารายวันเฉพาะช่วงที่มีเด็กมาพักเพื่อรอสอบหรือช่วงรับปริญญาตามที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเช่าเท่านั้น

หอพักที่ยังยึดมั่นปฏิบัติตามกฎระเบียบ

แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้ประกอบการหอพักหญิงแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า หอพักจดทะเบียนเป็นหอพักหญิงและเปิดให้ผู้ที่เข้าพักเป็นผู้หญิงตามเพศสภาพเท่านั้น ห้ามผู้ชายหรือเพศที่สามเข้ามาภายในตัวอาคาร เนื่องจากตนเองเป็นคนหัวโบราณ จึงตั้งปณิธานว่า ถ้าทำหอพักหญิงต้องเป็นหอพักหญิงล้วนเท่านั้น เพื่อที่จะให้ความสบายใจแก่ผู้ปกครองว่าส่งลูกมาเรียนแล้วลูกได้อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามศีลธรรมทำอันดีและบทบาทหน้าที่ของนักศึกษาอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้ของหอพักที่น้อยกว่าหอพักอื่นที่จดทะเบียนเป็นหอพักหญิง แต่มีการรับผู้เช่าที่เป็นผู้ชายหรือเพศที่สามเข้าพักก็ตาม

“ยอมรับว่าปีแรกที่ทำหอพักเป็นแบบหญิงล้วน ตอนนั้นขาดทุนจำนวนมาก จึงกลับมาทบทวนอีกครั้งว่าเราควรอนุญาตให้ผู้ชายเข้าพักหรือไม่ เพื่อความอยู่รอดของหอพัก แต่เมื่อกลับมาคิดอีกครั้ง เราทำหอพักหญิงล้วนเพื่อรองรับนิสิตนักศึกษาที่ต้องการมาเล่าเรียนศึกษาอย่างจริงจัง ถึงขาดทุนก็ไม่เป็นไร แต่ทุกวันนี้หอพักก็เต็มทุกห้องนะ” แหล่งข่าวกล่าว

ผู้ประกอบการหอพักหญิง กล่าวต่ออีกว่า เมื่อมี พ.ร.บ.หอพักฉบับใหม่ออกมา จึงไม่มีผลกระทบใด ๆ กับหอพักตน เพราะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว และมีการพัฒนาหอพักให้ดีขึ้นอยู่เรื่อย ๆ หาก พ.ร.บ.หอพัก ฉบับนี้ประกาศใช้อย่างสมบูรณ์ก็จะเป็นเรื่องดี ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อีกทั้งจะลดปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่กฎหมายไทยในปัจจุบันยังอ่อนในเรื่องของบทลงโทษ จึงทำให้ความกลัวกฎหมายมีไม่มากเท่าที่ควร

พ.ร.บ.หอพัก แก้ปัญหาปลายเหตุ

นายทินาคม ณรงค์เปลี่ยน นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ. 2558 เพราะเป็นการละเมิดสิทธิการตัดสินใจต่าง ๆ ตามกฎหมาย เช่น สำหรับคนที่อยู่ด้วยกันเป็นคู่หรือคนที่เป็นพี่น้อง ถ้ากฎหมายบังคับใช้จริงๆ จะมีผลกระทบในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้องแยกกันอยู่คนละห้อง ซึ่งตนมองว่ายังไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

นางสาวพัชรินทร์ ชานอก นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า หอพักที่ตนพักอยู่เป็นหอที่จดทะเบียนเป็นหอพักหญิง ตนเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หอพักฉบับใหม่ที่ให้แยกชายหญิงอย่างชัดเจน เป็นการป้องกันการทะเลาะวิวาทหรือก่ออาชญากรรมในหอพัก และอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เพราะเด็กหอส่วนมากมักจะอยู่กันเป็นครอบครัว อย่างไรก็ตาม คิดว่าหอพักส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ทั้งหมด ยกเว้นหอพักที่เจ้าของหอเข้มงวดกับกฎระเบียบจริง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาหอพักส่วนใหญ่จะติดป้ายเป็นหอพักหญิงหรือหอพักชาย แต่ในทางปฏิบัติกลับตรงกันข้าม คือการอยู่กันเป็นคู่ รวมถึงผู้ชายและผู้หญิงอยู่รวมกันในหอเดียวกัน

แหล่งข่าวซึ่งเป็นพี่น้องต่างเพศพักอยู่ด้วยกัน เผยว่า ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หอพัก เพราะโดยพื้นฐานครอบครัวของตนแล้วปลูกฝังให้พี่น้องต้องรักกัน ดูแลซึ่งกันและกัน จึงพักอยู่ร่วมกัน ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง หาก พ.ร.บ.หอพักดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ก็จะทำให้ตนกับน้องจะต้องแยกหอพัก ซึ่งจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นจากเดิม และไม่สามารถดูแลน้องได้อย่างเต็มที่

ด้านแหล่งข่าวชายหญิงที่อยู่ด้วยกัน เปิดเผยว่า ตนมองกรณีนี้เป็น 2 มุม คือเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 เพราะตามความเหมาะสมหอพักนิสิตควรแยกชาย-หญิง เพื่อความปลอดภัย และในอีกมุมคือไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หอพัก ที่กำลังจะออกมาบังคับใช้ เพราะคิดว่าการแยกหอพักชายหอพักหญิงอย่างชัดเจนนั้น หากมีเพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม มันเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นทุกอย่างอยู่ที่ตัวบุคคลว่าจะรู้จักป้องกันตัวเองมากน้อยแค่ไหน

ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งแต่งงานแล้ว เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หอพักที่ออกมาใหม่ มองว่ามันเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนที่ตนมีอยู่ หาก พ.ร.บ.นี้ออกมาบังคับใช้จริง ก็จะมีผลกระทบกับตนโดยตรง คือต้องหาที่พักใหม่ เพราะถ้าหอพักไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเช่า ตนก็ต้องไปหาบ้านเช่า ซึ่งค่าเช่าก็จะแพงขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว สิ่งที่ตามมาคือภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะยังคงมีหอพักบางแห่งที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย แล้วเปิดให้บุคคลทั่วไปเช่า เพื่อให้หอพักมีรายได้อย่างต่อเนื่อง

เพศที่สามควรอยู่ตรงไหน

นายณัฐพงษ์ ชูกลิ่นหอม นิสิตคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีการแยกหอพักชายหอพักหญิงอย่างชัดเจนตาม พ.ร.บ.หอพักฉบับใหม่ เพราะมองว่าจะได้มีความปลอดภัยและไม่เสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทหรือการข่มขืน แต่ตนก็เกิดข้อสงสัยว่าหากเพศที่สามที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายผู้หญิง ควรอยู่ในหอพักไหนระหว่างชายหรือหญิง ซึ่งถ้าให้ตอบตนต้องการอยู่หอพักหญิง เพราะตนก็มีร่างกายคล้ายคลึงกับเพศหญิง ถ้าให้อยู่หอพักชายก็จะขัดต่อความรู้สึกและกังวลเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

นายชิตณรงค์ ไชยภักดี นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า ตนเห็นด้วยกับการแยกหอพักชายหญิงอย่างชัดเจน เพราะคิดว่าเป็นการจัดระเบียบหอพักและช่วยลดความเสี่ยงในการถูกข่มขืน ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้หญิง และยังช่วยให้ผู้ปกครองอุ่นใจอีกด้วย

“สำหรับเพศที่สาม ตนคิดว่าถ้าผ่านการแปลงเพศหรือมีรูปร่างที่บ่งบอกว่าเป็นหญิง ก็ควรอนุโลมให้อยู่หอพักเดียวกับผู้หญิงได้ หรือถ้าหากว่ามีความเป็นชายอยู่ เช่น การแต่งกาย หรือที่เรียกว่าเกย์ น่าจะอยู่หอพักผู้ชาย ซึ่งหากมองในทางกลับกันคือ เพศหญิงที่มีจิตใจเป็นชาย หรือที่เรียกว่าทอม แต่เขาก็คือผู้หญิง เสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือถูกข่มขืนไม่ต่างจากผู้หญิง ควรให้เขาอยู่หอพักหญิง” นายชิตณรงค์ กล่าว

นายชิตณรงค์ กล่าวต่ออีกว่า การแยกหอพักสำหรับตน ไม่เป็นการจำกัดสิทธิ แต่ควรมองว่าเป็นการจัดระเบียบ เพราะหากทุกคนคิดว่าเป็นการจำกัดสิทธิ ก็จะเกิดข้อโต้แย้งในสังคมไม่หยุด ซึ่งในการแยกหอพักชายหญิง ในความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐที่ดูแลในเรื่องนี้ มีการควบคุมการจัดระเบียบตามข้อบังคับหรือไม่ เจ้าของหอพักก็ต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐด้วย โดยรวมแล้วต้องเกิดจากการร่วมมือของหลาย ๆ ฝ่ายด้วยกันถึงจะทำได้ตามที่ พ.ร.บ.หอพัก กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 จะสมบูรณ์และประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้ก็ต้องรอกฎกระทรวงออกมารองรับจึงจะมีผลบังคับใช้ แต่ในระหว่างนี้เจ้าของหอพักหรือนิสิตควรเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนที่หน่วยงานรัฐกำหนดขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: