ข่าวที่น่าสนใจ

ปัญหาที่แก้ไม่ตก ถนนท่าขอนยาง – มมส (2202)

ขับรถย้อนศร  กลับรถในที่ห้ามกลับ เลี้ยวในที่ห้ามเลี้ยว จอดในที่ห้ามจอด ขับรถด้วยความเร็ว เป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ปัญหาไม่ตกมาหลายปีบนถนนเส้นท่าขอนยาง-มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส (2202) ทั้งมีเสียงสะท้อนปัญหาจากหลายๆฝ่ายจากกลุ่มเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตและชาวบ้านใกล้เคียงที่ขับรถโดยใช้ความระมัดระวังถูกกฎระเบียบจราจรก็มักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง จากผู้ขับขี่มักง่าย แม้จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบเห็นปัญหาเหล่านี้อยู่เรื่อยมา

อุบัติเหตุบนโค้งหักศอก  

จากที่มีการนำเสนอข่าวทางโทรทัศน์ มีคลิปวิดีโอการเกิดอุบัติเหตุจากโค้งหักศอกบริเวณตลาดคลองถม ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ใกล้ มมส วิทยาเขตขามเรียงซึ่งมีลักษณะเป็นทางโค้ง120 องศานั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง
พ.ต.อ.วีระเดช เลขะวรกุลผกก.สภ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด ซึ่งสัญญาณไฟจราจรจะเป็นไฟกระพริบ ผู้ใช้รถใช้ถนนขี่มาด้วยความเร็วสูงประกอบกับเป็นเส้นโค้งค่อนข้างที่จะหักศอก รถจึงไถลล้มลง กลางวันมักจะไม่เกิดอุบัติเหตุเพราะบริเวณนั้นมีสัญญาณไฟจราจรเป็นปกติ
“กล้องวงจรปิดที่ใช้การไม่ได้ มีการแจ้งไปยังทางเทศบาลตำบลท่าขอนยางและจังหวัดแล้ว ขณะนี้กำลังติดตั้งกล้องใหม่ ในช่วงนี้หากเกิดเหตุร้ายก็ขอความร่วมมือจากห้างร้านเอกชน โดยการขอภาพจากกล้องวงจรปิดของทางร้านซึ่งหันกล้องไปทางถนนที่เป็นพื้นที่สาธารณะซึ่งได้ปรากฏในข่าวที่เคยออกอากาศทางโทรทัศน์”พ.ต.อ.วีระเดช กล่าว
สถิติอุบัติเหตุไม่สัมพันธ์กับที่เกิดขึ้นจริง
พ.ต.อ.วีระเดช กล่าวเสริมว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนถนนเส้นท่าขอนยาง ตั้งแต่ช่วงต้นปี2560จะไม่สัมพันธ์กันกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง เพราะบางครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เช่น รถเฉี่ยวกันล้มเอง แต่เป็นในลักษณะที่บาดเจ็บไม่มาก ไม่ได้รับความเสียหายก็ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่แจ้งคือบาดเจ็บจนไม่สามารถลุกเดินได้ ต้องมีรถกู้ชีพมา ซึ่งกรณีนี้ถึงจะเก็บสถิติได้ ดังนั้นสถิติตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยประมาณเดือนละไม่เกิน 10-15 ราย เนื่องจากช่วงนี้ยังเป็นช่วงหน้าแล้งอยู่ หากเป็นช่วงหน้าฝนจะเกิดเหตุบ่อย

รถยนต์จอดรถช่องเดินรถจักรยานยนต์

บริเวณถนนเส้น 2202 จากปากทางบ้านท่าขอนยางไปยัง มมส มีการแบ่งช่องเดินรถออกเป็นสองฟากซึ่งเป็นถนนสี่เลน คือเส้นทางหลักและเส้นทางขนานซึ่งเส้นทางขนานจะติดกับบริเวณร้านค้ามักจะพบรถจักรยานยนต์จอดเรียงรายข้างถนนและเกิดคำถามของผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ว่าสามารถจอดได้หรือไม่ เพราะเนื่องจากทำให้ถนนแคบลงไปอีก
พ.ต.อ.วีระเดช ชี้แจงว่า รถยนต์สามารถจอดได้ เนื่องจากด้านหลังร้านของผู้ประกอบการไม่มีพื้นที่ถนน มีเฉพาะบริเวณหน้าของร้าน ช่องทางเดินรถช่องทางหลักมีเส้นขาวแดงอยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะจอดได้ช่วงนี้ก็พยายามบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่จอดได้คือ ทางคู่ขนาน ส่วนใหญ่ก็ช่องทางที่ติดกับขอบทางก็อนุญาตให้จอดได้ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณห้าม
ทั้งนี้ สัญญาณห้ามหมายถึงสัญญาณซึ่งขีดกับขอบทางมีลักษณะ ขาวแดงคือห้ามหยุดหรือห้ามจอด ขาวเหลืองให้จอดส่งคน ส่งสินค้าเป็นการชั่วคราวหรือรถประจำทางเท่านั้น ซึ่งในช่องทางคู่ขนานจะไม่มีขาวเหลือง ขาวแดงมีเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นขาวดำหรือไม่มีเส้นก็สามารถจอดได้

ขับรถย้อนศรโรคเรื้อรังของผู้ใช้รถ

ผกก.สภ.กันทรวิชัย เผยเพิ่มเติมว่าการขับรถย้อนศรยังเป็นโรคเรื้อรังของผู้ใช้รถใช้ถนน แม้ถนนเส้นนี้จะอยู่ใกล้เขตรั้วมหาวิทยาลัย จนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุไม่เว้นแต่ละวัน และมีการบังคับใช้กฎหมาย ต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ไม่สามารถมาเฝ้าได้ตลอด
“เจ้าหน้าที่เองก็กดดันมักจะถูกบ่นจากผู้ที่กระทำผิดว่า จะย้อนไปแค่นี้เองทำไมต้องจับ ทำไมไม่ไปจับยาบ้าโน่น ทำไมไม่เข้าใจกันบ้าง ใจจริงก็อยากกำหนดให้เป็นที่ให้สวนทางกันได้ แต่เนื่องจากว่าด้วยสภาพพื้นที่มันอาจจะทำไม่ได้” ผกก.สภ.กันทรวิชัยกล่าว
ด้านรถยนต์ที่จอดข้างทางช่องทางหลักก็เป็นอีกปัญหาที่ก่อให้รถติด ซึ่งเป็นการกระทำผิด เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายโดยการล็อคล้อ ต้องเสียค่าปรับ 400-500 บาท

สาเหตุที่ปิดทางกลับรถ

เรามักจะได้ยินเสียงบ่นจากผู้ใช้รถใช้ถนนว่าที่กลับรถถนนหลัง มมส ไกลมากและหลายคนก็ต้องการรู้สาเหตุที่ทางเจ้าหน้าที่กับเทศบาลนำเหล็กมากั้น เพราะปัจจุบันกลายเป็นข้ามได้เฉพาะคนเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ข้อมูลว่า เมื่อก่อนเปิดเป็นทางข้ามจุดมุ่งหมายก็คือเป็นทางซึ่งมีลักษณะเรียบยาวมาทั้งหมด เป็นช่องทางม้าลาย ซึ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการที่ต้องนั่งรถเข็น (วิลแชร์) ที่ต้องการข้ามทางม้าลายก็สามารถข้ามได้เลย ไม่ต้องยกขึ้นยกลงเกาะกลางถนน แต่กลับกลายเป็นว่าไปอำนวยความสะดวกให้แก่รถจักรยานยนต์แทน จึงจำเป็นต้องนำแผงเหล็กกั้นมาปิดทาง
“บริเวณเกาะกลางถนนจะมีเหล็กกั้นตามจุดเลี้ยวและจุดบริเวณที่มีทางม้าลาย แล้วจะมีคนบางส่วนลอบถีบออก ในส่วนนี้ถือว่ามีความผิดเกี่ยวกับเรื่องการทำลายทรัพย์สินทางราชการ ซึ่งทางเทศบาลฯ ก็ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์มาหากเป็นในกรณีที่ไม่ได้เป็นผู้เอาเหล็กกั้นออก แต่ใช้เส้นทางนี้ ก็ถือว่ามีความผิดเพราะกลับรถในที่ห้ามกลับซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก” พ.ต.อ.วีระเดช กล่าว

เลี้ยวรถไม่เข้าวงเวียน

แม้ปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับถนนท่าขอนยางแต่ก็ยังพบพฤติกรรมของผู้ขับขี่ บริเวณวงเวียนก่อนเข้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม (หลัง ม.) ผู้ใช้รถใช้ถนนมักจะกลับรถโดยไม่เข้าวงเวียนซึ่งถือว่าอันตรายและมีความผิด หากเจ้าหน้าที่พบเห็นจะถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งในการกลับรถโดยไม่เข้าวงเวียนก็อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
พ.ต.อ.วีระเดช เปิดเผยว่า มาตรการป้องกันอย่างแรก จะรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวัง ลดความเร็ว โดยเฉพาะการเข้าโค้ง มาตรการที่ 2ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลท่าขอนยางที่รับผิดชอบถนน 2202 ตั้งแต่สี่แยกไฟแดงร้านสะดวกซื้อ ถึงบริเวณวงเวียนตรงหน้ารร.ท่าขอนยางพิทยาคม ให้ทำแถบลูกระนาดเพื่อให้ชะลอความเร็ว ส่วนหนึ่งจะทำป้ายประชาสัมพันธ์ว่าข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุบ่อย แต่กลัวตอนกลางคืนจะมองไม่เห็นป้าย เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดกลางคืน ยืนยันว่ากลางวันไม่เกิดแน่นอน
ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นจะคลี่คลายได้ หากนิสิตและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีจิตสำนึก เคารพกฎจราจรและยึดถือกฎหมายเป็นสำคัญ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: