ข่าวที่น่าสนใจ

ปลูกผักบุ้งส่งร้านรอบม.ใหม่ โกยรายได้หลักหมื่นต่อเดือน

เขตพื้นที่ตำบลขามเรียง  อำเภอกันทรวิชัย  จังหวัดมหาสารคาม  หรือที่ตั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ( ม.ใหม่ ) มีประชากร 3-4 หมื่นคนส่งผลให้เศรษฐกิจรอบมหาวิทยาลัยขยายตัวอย่างรวดเร็ว   เกษตรกรในชุมชนใกล้เคียงเล็งเห็นถึงโอกาสหารายได้เสริม ปลูกผักบุ้งส่งขายให้ร้านค้าบริเวณมหาวิทยาลัย  สามารถสร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน

นายสมพงษ์ บุญหล้า เกษตรกรชาวบ้านมะกอก  ตำบลขามเรียง  อำเภอกันทรวิชัย  จังหวัดมหาสารคาม  ผู้ปลูกผักบุ้งรายใหญ่ของหมู่บ้าน  กล่าวว่า เริ่มทดลองทำเกษตรสวนชีวภาพผักบุ้งตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2551  รวมระยะเวลา 9  ปี  ใช้พื้นที่ปลูกจำนวน  1 ไร่  เพื่อส่งขายให้กับร้านค้าบริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นายสมพงษ์ เปิดเผยว่า เหตุที่เลือกปลูกผักบุ้ง  เพราะเป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาในการปลูกน้อย  ประมาณ  15 – 16  วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้  ทำให้มีรายได้ทุกวันและหมุนเวียนได้ตลอดทั้งเดือน  อีกทั้งเป็นพืชที่ปลูกง่ายทนต่อสภาพแวดล้อม  แต่จะมีช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูหนาวเป็นฤดูที่ผักบุ้งค่อนข้างปลูกยาก  ส่งผลให้ผักบุ้งมีราคาแพงขึ้นเพราะขาดตลาด  ถึงแม้จะปลูกยากแต่ก็สามารถขายได้ในราคาที่แพงกว่าฤดูอื่น ซึ่งในฤดูร้อนและฤดูฝนราคาผักบุ้งจะอยู่ที่มัดละ  10  บาท  แต่ฤดูหนาวราคาจะจะอยู่ที่มัดละ  30 – 40  บาท

ส่วนต้นทุนในการปลูกถือว่าไม่สูงมาก เพียงเดือนละ 10 –  20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้  ซึ่งต้นทุนจะเป็นในเรื่องการซื้อเมล็ดและสปริงเกอร์ และใช้มูลหมูเป็นปุ๋ยแทนปุ๋ยเคมี ในส่วนของการนำไปขาย จะกระจายไปยังร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะร้านเนื้อย่างที่รับซื้อผักบุ้งทุกวันในปริมาณมาก ร้านละ 300 – 400 บาท ซึ่งในแต่ละวันจะส่งให้ประมาณ 3 – 4 ร้าน และตอนนี้ตนมีแผนจะขยายพื้นที่ในการปลูกให้มากขึ้น  ให้เพียงพอต่อความต้องการของร้านค้าบริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เกษตรกรคนเดิม   กล่าวต่ออีกว่า  การขายผักบุ้งสามารถสร้างรายได้ต่อเดือน  ประมาณ  20,000 – 25,000  บาท  ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี  และไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น  ทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกผักบุ้งขาย  แต่ส่วนใหญ่จะขายตามตลาดนัดทั่วไป  การปลูกผักบุ้งถือว่ามีต้นทุนที่ต่ำมาก  แต่ก็ต้องมีการดูแลเป็นอย่างดีโดยเฉพาะการปลูกแบบชีวภาพ  แต่ถึงอย่างไรอาชีพนี้ก็ยังประสบปัญหาในช่วงมหาวิทยาลัยมหาสารคามปิดภาคเรียน  รายได้ในช่วงนั้นจะลดลง  เพราะร้านค้ารับผักน้อยลง

IMG_2558

 

 

นางวันเพ็ญ  บุญหล้า เกษตรชาวบ้านมะกอก  ตำบลขามเรียง  อำเภอกันทรวิชัย  จังหวัดมหาสารคาม ผู้ปลูกผักบุ้งรายย่อยของหมู่บ้าน กล่าวว่า เริ่มต้นปลูกผักบุ้งมาได้ 2-3 ปี มีพื้นที่ในการปลูกจำนวน 1 งาน ได้ทำการค้าขายผ่านนายทุนที่มารับซื้อผักบุ้งตามตลาด ณ ตลาดขามเรียง , ตลาดท่าสองคอน บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ซึ่งตลาดที่ไปขายจะมีทุก วันอังคาร วันพุธ วันศุกร์ และวันเสาร์

นางวันเพ็ญ  กล่าวต่ออีกว่า เหตุที่เลือกปลูกผักบุ้งเพราะเป็นพืชที่ปลูกขายง่ายและได้ราคาที่ดี   ถ้าหากมีผลผลิตอย่างต่อเนื่องก็สามารถส่งออกขายได้ทุกวัน แต่ในช่วงหน้าฝนผักบุ้งมักโดนน้ำแล้วใบจะเป็นสีเหลือง ทำให้นายทุนไม่ค่อยรับผลผลิตและขายไม่ได้ราคา ในช่วงปกติราคาขายครั้งละ 700 – 800 บาท  หรือ ขายกำละ 5-10 บาท มัดเป็นกำเล็กๆเพียงเท่านั้น โดยส่วนตัวแล้วนางวันเพ็ญ จะทำการถอนและส่งขาย ราย 15 วัน ต่อ 1 ครั้ง ส่วนต้นทุนในการปลูกก็ได้แก่ การซื้อเมล็ด  ซื้อปุ๋ย และการใช้น้ำ   จึงส่งผลให้มีค่าน้ำ ตกอยู่ที่เดือนละ 300-400 บาทในการลงทุนในแต่ละเดือน

ส่วนนายสมบูรณ์ บุญหล้า  เกษตรกรชาวบ้านมะกอก ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ผู้ปลูกผักบุ้งรายย่อยของหมู่บ้าน กล่าวว่า เริ่มปลูกผักบุ้งเป็นระยะเวลา  2  ปีแล้ว  มีพื้นที่ในการปลูก  1  งาน  ส่งขายที่ตลาดสดบริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการขายแต่ละครั้งจะได้เงินประมาณ  500  บาท  แต่ถ้าสามารถตัดส่งทันช่วงที่นายทุนมารับผักบุ้งที่ตลาด  จะได้เงินประมาณ  1,000  บาท ในช่วงหน้าหนาวผักบุ้งจะมีราคาแพง  เพราะปลูกยากทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด  ตนจะส่งผักบุ้งขายในราคาเดิม  แต่ละลดปริมาณลง

นายสมบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขายผักบุ้งจะ ขายแบบหมุนเวียนตัดขายเรื่อยๆ แต่จะไม่ตัดยกแปลง เพราะทำเป็นอาชีพเสริม  และจะไม่ได้ส่งในปริมาณมาก  ผักบุ้งเป็นพืชที่ปลูกง่ายก็จริง  แต่จะใช้เวลาในการล้างและมัดนาน  ทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ทำให้ปลูกส่งขายไม่ทัน เพราะทำคนเดียว การปลูกผักบุ้งขายถือได้ว่าเป็นอาชีพที่ทำเงินได้พอสมควรส่วนการลงทุนถือว่าลงทุนน้อยมาก  ปุ๋ยที่ใช้ในการปลูกผักบุ้งจะใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ทำเอง ในแต่ละครั้งไปขายผักบุ้งที่จะตลาดไม่เคยได้รับการปฏิเสธจากนายทุนเลย จึงทำปีนี้มีชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกผักบุ้งมากขึ้น

IMG_2546

 

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.  กิตติ  ศรีสะอาด  สาขาเทคโนโลยีการเกษตร  คณะเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  กล่าวว่า  ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามถือได้ว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีเงินสะพัดสูง  เพราะมีนิสิตทั้งหมดประมาณสี่หมื่นคน  ทำให้ระบบเศรษฐกิจ  ร้านค้าบริเวณมหาวิทยาลัยมีเงินหมุนเวียนตลอดทั้งปี  เมื่อ อุปสงค์(Demand)  ความต้องการซื้อมีมาก  จึงมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทำอาชีพเกษตรกร  อาจจะเริ่มจากการใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้านธรรมดาที่ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้  หนึ่งในนั้นก็อาจจะเป็นผักบุ้ง  และมีการปรับตัวปลูกผักขายส่งให้กับร้านค้าในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  หรือขายให้กับประชากรส่วนใหญ่นั่นก็คือนิสิต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร. กิตติ  กล่าวต่อว่า  การขายผักบุ้งของชาวบ้านถือว่าเป็นการสร้างรายได้อีกระดับหนึ่ง  ที่ตลาดมีความต้องการมาก  จึงทำให้ชาวบ้านส่งผักบุ้งขายตามร้านค้าบริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้จำนวนมาก  เช่น  ร้านเนื้อย่าง ร้านอาหารตามสั่ง เนื่องจากในการปลูกจะมีขั้นตอนที่ง่ายมาก แต่ที่สำคัญคือการปลูกที่ปลอดสารเคมี  เป็นสิ่งที่น่าส่งเสริม  เพราะสินค้าของชาวบ้าน  ส่วนมากเป็นสินค้าที่ราคาไม่แพงและยังปลอดภัย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: