ข่าวที่น่าสนใจ

” เจาะ ขุด อุด ถม ” ปิดกั้นทางระบายน้ำ ต้นเหตุน้ำท่วมขังถนนรอบ มมส

ผอ.กองช่างฯ ชี้เหตุน้ำเจิ่งนองรอบ มมส เกิดจากสร้างถนนแต่ไร้ทางระบายน้ำลงน้ำชี วิศวกรโยธาฯ ย้ำเมืองเติบโตเร็ว ผู้ประกอบการสร้างอาคาร-หอพักขวางทางน้ำ ด้านนักวิชาการสถาปัตย์ฯ วอนเจ้าของที่ดินอย่าแข่งกันถมที่สูงซ้ำเติมปัญหา ควรหันหน้าวางแผนร่วมกัน

จากกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตปัญหาน้ำซึมออกมาเจิ่งนองท่วมขัง บนถนนหลายสายรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จ.มหาสารคาม ซึ่งไม่ได้มีปัญหาเฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น แต่พบน้ำเจิ่งนอนบนถนนเกือบตลอดทั้งปี จนหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุของปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะเหตุใด

            ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจพบว่า สภาพถนนพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) พบปัญหาน้ำเจิ่งนองและท่วมขังในหลายพื้นที่ เนื่องจากบริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่ม และเมื่อมีการปรับปรุงถนนให้มีเหมาะกับการใช้งานที่มากขึ้นเมื่อมีการสร้างมหาวิทยาลัย แต่ถนนส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบการวางท่อและทางระบายน้ำที่ดี จึงส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำเจิ่งนองอยู่บ่อยครั้ง และจุดที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดที่มีน้ำเจิ่งนองคือ ถนนหมู่บ้านเมธา(เส้นด้านหลังหมู่บ้าน) ทาวน์โฮม2 อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

นายไพรัตน์ ทัศน์ศรี ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เผยว่า สาเหตุที่มีน้ำขังเจิ่งนองตลอด แม้ไม่ใช่ช่วงฤดูฝนถนนเส้นหมู่บ้านเมธา-วัดป่าดอนนา ซึ่งเป็นเขตความดูแลสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากสมัยก่อนสองข้างทางจะมีทางระบายน้ำ แต่ทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดมหาสารคาม มีการปรับปรุงสภาพถนน แต่ยังไม่การต่อเชื่อมให้มีทางระบายน้ำเหมือนเดิม ทำให้เกิดน้ำขังเจิ่งนองขึ้น”

นายไพรัตน์ กล่าวต่อว่า ทางเทศบาลได้ดำเนินการประสานงานกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดมหาสารคามให้ดำเนินการสร้างทางระบายน้ำ ซึ่งบริเวณนั้นเป็นเขตแบ่งระหว่างตำบลท่าขอนยางและตำบลขามเรียง แม้มีการแก้ไขปัญหาโดยการขุดลอกหลายครั้ง แต่ผลตอบรับยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคามก่อนมีการสร้างมหาวิทยาลัย พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นที่ลุ่ม ที่เกิดน้ำท่วมขังได้ง่ายอยู่แล้ว และเมื่อมีการสร้างมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีการสร้างอาคารเรียนและหอพักต่างๆ จำนวนมาก ทำให้พื้นที่ดินดูดซับน้ำ ถูกนำไปสร้างหอพักและอาคารต่างๆจนมีพื้นที่ระบายน้ำน้อยมาก และปิดทางเชื่อมในการระบายน้ำลงแม่น้ำชี เมื่อน้ำไม่สามารถระบายได้จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขังตลอดเวลา และส่งผลให้การแก้ไขปัญหาต้องดำเนินการวางท่อระบายน้ำใหม่ให้เพียงพอในการระบายน้ำได้ทั้งหมด จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำเจิ่งนองได้อย่างถาวร

ด้านนางสาวปฐมา พุทธคุยนาถ วิศวกรโยธาเทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า สภาวะปัญหาน้ำเจิ่งนองมีส่วนเกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่ขาดการวางแผนในด้านการระบายน้ำอย่างเหมาะสม เช่น ในการก่อสร้างมหาวิทยาลัยควรต้องศึกษาพื้นที่อย่างละเอียดก่อนว่ามีความเหมาะสมที่จะทำการก่อสร้างหรือไม่ เพราะเมื่อประชากรของมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีมากขึ้น เกิดการก่อสร้างหอพักหรือสถานที่อำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้น มีการสร้างอาคารและหอพักขวางทางระบายน้ำเดิมและไม่มีการสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่

“เช่น นาย ก. ถมที่ขึ้นสูงเพื่อไม่ให้น้ำท่วม แต่นาย ข. และนาย ค. เพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆต้องรับภาระน้ำแทน คราวนี้เวลาใครจะสร้างบ้านหรือหอก็จะถมที่ให้สูงกว่าคนอื่นๆเสมอ และความคิดนี้ได้กลายมาเป็นชุดความคิดมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว”นางสาวปฐมา กล่าว

นางสาวปฐมา กล่าวต่อว่า จากปัญหาข้างต้นจึงเป็นเหตุให้ เมื่อฝนตกและเกิดน้ำท่วม น้ำจึงไม่มีทางระบายออกสู่แหล่งระบายน้ำรอบข้าง ทำให้เกิดเป็นสาเหตุของน้ำเจิ่งนอง เมื่อกล่าวถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพราะต้องทำการรื้อถนนและวางท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านระแวกนั้น ฉะนั้นต้องให้ชาวบ้านยินยอมหรือเห็นด้วยในการปรับปรุง

ทางด้านอาจารย์ศุภธิดา สว่างแจ้ง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ สาขาผังเมือง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวชี้แจงว่า จากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ สาเหตุหลักคือพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคามส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นเนิน มีแม่น้ำชีไหลผ่าน (ลุ่มน้ำชี) ต่อมาภายหลังได้มีบ้านเรือน และที่พักอาศัยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ต้นตอของปัญหาคือ การไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน เช่น ถนน ที่ระบายน้ำ โครงการการประปา การกำจัดขยะ และรวมถึงสาธารณูปโภค เพื่อไว้รองรับการดำรงชีวิตของประชาชน

อาจารย์ศุภธิดา กล่าวต่อว่า ภายหลังได้มีการสร้างหอพักหลายแห่งนอกเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อรองรับนักศึกษาจำนวนมากขึ้น โดยเมื่อก่อนพื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่น้ำไหลผ่านหรือเป็นพื้นที่ลุ่ม สังเกตได้จากพื้นที่บริเวณนั้นมีคูหรือคลองน้ำ แต่เกิดการสร้างถนนและบ้านเรือนจากการถมที่ดิน และไม่มีที่ระบายน้ำ เกิดปัญหาตามมาคือน้ำขัง น้ำท่วมตามฤดู จึงเกิดผลกระทบในระยะยาวคือการถมที่ให้สูงขึ้น เพื่อให้บ้านเรือนของตนรอดพ้นจากวิกฤต โดยการใช้งบประมาณในการวางท่อระบายน้ำค่อนข้างสูง และจะต้องได้รับอนุมัติจากกรมโยธาจังหวัดมหาสารคาม ปัญหาเหล่านี้จึงมักจะเกิดในสถานที่รอบนอกมหาวิทยาลัยเท่านั้น

“อีกประการหลักคือ เกิดจากการเห็นแก่ตัวของตน การถมที่สูงขึ้นเพียงเพราะให้บ้านเรือนของตนเองอยู่รอด จนไม่คำนึงถึงผลกระทบตามมา น้ำจึงมักจะท่วมขังบริเวณที่เดิมๆไม่สามารถระบายไปไหนได้ และในปัจจุบันยังมีการแบ่งที่ขายเพื่อสร้างหอพัก จะลืมคำนึงถึงการวางโครงสร้างของทางระบายน้ำ เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและมีการเจิ่งนองของน้ำขึ้นมา” อาจารย์ศุภธิดา กล่าวทิ้งท้าย

นางสาวปวัณรัตน์ พายัพสถาน นิสิตชั้นปีที่4 สาขาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเคยเห็นน้ำขังบนถนนทั้งที่ในขณะนั้นฝนไม่ตก คิดว่าเกิดจากสภาพผิวหน้าถนนที่เป็นแอ่งเลยเป็นเหตุทำให้น้ำขังเจิ่งนอง และอีกประเด็นคือการขยายตัวของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มีจำนวนนิสิตเพิ่มขึ้นทำให้มีการสร้างหอพักทับแอ่งน้ำ และไม่มีทางระบายน้ำออกจึงเป็นสาเหตุทำให้น้ำเจิ่งนอง และเกิดอุบัติเหตุบนถนน เพราะเมื่อมีน้ำขังก็จะเกิดตะใคร่น้ำทำให้ลื่น ส่งผลให้ผู้ขับขี่สัญจรไปมาต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: