ข่าวที่น่าสนใจ

มรดกวิชาปั้นของคนบ้านหม้อ ที่รอการสืบทอด

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่ กระทบลงบนใบหน้าพร้อมกับเสียงไก่ขันเป็นจังหวะที่คุ้นหู ในบริเวณเพิงไม้ที่เต็มไปด้วยหม้อดินเผานับร้อยใบวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เตือนให้รู้ว่าเรากำลังอยู่ที่ ชุมชนบ้านหม้อ  ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

โคราชพลัดถิ่น

เมื่อเกือบ 200 ปีมาแล้ว บรรพบุรุษของชุมชนบ้านหม้อแห่งนี้ได้อพยพหนีความแห้งแล้งมาจาก อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา จนได้เจอทำเลที่ตั้งที่สอดคล้องกับวิชาความรู้ความสามารถในการปั้นหม้อปั้นไหที่ติดตัวมา จึงตัดสินใจตั้งรกรากที่ “หนองเลิ้ง” ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน หนองเลิ้งมีดินเหนียวจำนวนมากอยู่ในหนองน้ำ ชาวบ้านจึงใช้ภูมิปัญญาที่ติดตัวมานำดินเหนียวมาปั้น หม้อดินเผาแต่ละใบจึงเกิดจากความตั้งใจและฝีมือที่บรรพบุรุษส่งมอบให้

ผู้หญิงเท่านั้นที่ปั้นได้

หญิงวัยกลางคนผมหยิกส่งยิ้มทักทาย ในมือถือไม้ชนิดหนึ่งมีลักษณะแบน และมีก้อนดินเผาที่ปั้นเป็นรูปโค้งวงกลมมีด้ามจับ ดันไว้ข้างในหม้อพร้อมกับใช้ไม้ตีหม้อด้านนอกเพื่อให้หม้อมีลักษณะกลม ก่อนจะนำไปเผากลางแจ้งเพื่อให้หม้อแข็งทนทาน ซึ่งวิธีการปั้นหม้อและเผาแบบนี้หาชมได้ยากมากในปัจจุบัน

นางเรณู ไชยโยชน์ หญิงผู้ที่ก้มหน้าก้มตากับงานปั้นหม้อที่อยู่เบื้องหน้า เล่าด้วยรอยยิ้มว่า ลักษณะการปั้นหม้อแบบนี้ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นลักษณะการปั้นแบบโบราณและมีลายที่เป็นเอกลักษณ์คือ ลายขนุนและลายเลื้อย  มีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถปั้นได้ เพราะในสมัยก่อนชาวบ้านที่เป็นผู้ชายจะมีหน้าที่ออกไปหาดินเหนียวหาฝืนหาฟางเพื่อเป็นวัสดุผู้หญิงมีหน้าที่ปั้นเท่านั้น วิชาการปั้นหม้อแบบโบราณนี้จึงมีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นเป็นผู้สืบทอด

“การปั้นหม้อแบบโบราณนี้อีกไม่กี่สิบปีก็หายไปแล้วลูก เหลือผู้หญิงแค่ 20 กว่าคนในหมู่บ้านที่ปั้นเป็นแต่ละคนอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ อีกทั้งไม่มีคนคิดที่จะสืบทอดต่อ ลูกหลานก็ไปทำงานอย่างอื่นกันหมดแล้ว ”

ในสมัยก่อนการปั้นหม้อถือเป็นอาชีพหลักและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่งของยุคสมัย ได้หอบเอาวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามาบดบังวิถีชีวิตดั้งเดิม คนรุ่นหลังหันไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้การปั้นหม้อแบบโบราณยังคงติดตัวคนรุ่นเก่าไร้ผู้สืบทอด

DSC00570

การเปลี่ยนแปลงของหม้อจากวิถีชีวิตดั้งเดิม

นายสุดสาคร ไชยโยชน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ของชุมชนบ้านหม้อ เล่าว่า สาเหตุที่ชุมชนแห่งนี้ได้ชื่อว่าบ้านหม้อนั้น เพราะเราปั้นหม้อหาแลกหาขายตามหมู่บ้านต่างๆ จนหมู่บ้านข้างเคียงเรียกว่าบ้านหม้อ จนทำให้เป็นที่รู้จักที่มีผู้มาติดต่อซื้อขายเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนที่นี่จึงเปลี่ยนไป ได้มีการนำแป้นหมุนซึ่งเป็นเครื่องจักรมาใช้ในการปั้นเพื่อทำให้ทันตามออเดอร์ของลูกค้า โดยการปั้นโดยใช้เครื่องจักรนี้มีเฉพาะผู้ชายที่ทำ ส่วนผู้หญิงยังคงอนุรักษ์วิธีการปั้นแบบโบราณอยู่ถึงแม้จะทำได้ช้าก็ตาม

DSC00564

เมื่อวิถีชิวิตเปลี่ยนจากผู้ชายที่ต้องคอยหาวัสดุต่างๆ ต้องมานั่งปั้นหม้อ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดได้ จึงเกิดอาชีพอีกอาชีพหนึ่ง นั่นก็คือ คนผสมหัวเชื้อ

นายสังเวียน หวังทิวกลาง คนผสมหัวเชื้อแห่งชุมชนบ้านหม้อ เล่าว่า “สมัยเมื่อก่อนก็มีคนทำกันเยอะ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่ทำกัน ” ลุงสังเวียนกล่าวพร้อมกับผสมหัวเชื้อดินเหนียวที่ขุดมาจากหนองเลิ้งผสมกับแกลบเพื่อปั้นก้อนขนาดลูกตระกร้อ ส่งขายในราคาลูกละ 2 บาท ลุงสังเวียนเล่าต่อว่า “ดินเหนียวที่หนองก็เริ่มน้อยลง ปริมาณที่ทำได้วันละ200 กว่าลูกก็เหลือ 100 กว่าลูก ปัจจุบันเหลือลุงคนเดียวที่ยังทำ”

DSC00558

DSC00561

คนรุ่นใหม่สานต่อลมหายใจบ้านหม้อ

คนปั้น แหล่งดิน คนผสมหัวเชื้อ สามสิ่งที่หลอมรวมกันกว่าจะเป็นหม้อหนึ่งใบกำลังจางหายไปกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม สภาพแวดล้อม และสังขารของมนุษย์ ซึ่งเหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ทุกสิ่งอนิจจัง ไม่มีความแน่นอนในทุกสิ่ง ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ล้วนเป็นอนิจจังทั้งนั้น

นายอิศรา ไชยโยชน์ หรือ พี่อิศ ชายหนุ่มผู้สืบทอดกรรมวิธีการปั้นจากพ่อ บอกเล่าว่า “ผมอยากผลักดันส่งเสริมช่วยพ่อ ให้การปั้นหม้อยังคงอยู่คู่บ้านหม้อต่อไป อยากเปิดคอร์สการสอนปั้น เพื่อให้เด็กหรือคนรุ่นหลังได้รู้จักกรรมวิธีการปั้นหม้อ แล้วก็ผลิตหม้อ”

พี่อิศเล่าต่อว่า ปัจจุบันคนในชุมชนที่รุ่นเดียวกันนั้นคือ 30 ต้นๆ ซึ่งเหลือแค่ผมคนเดียวที่ทำ ผมจึงเป็นห่วงว่าภายภาคหน้าการปั้นหม้อคงจะเลือนหายไป ผมเลยมีความคิดที่อยากจะพัฒนาเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การปั้นหม้อยังคงอยู่ จากความรู้ที่ผมได้เรียนมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในเมื่อรักษาการปั้นหม้อแบบโบราณไว้ไม่ได้ผมจึงมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนมาสนใจมากขึ้น นั่นก็คือการเปิดคอร์สการสอนปั้น ซึ่งการสอนปั้นก็จะประยุกต์ให้เข้ากับปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ปั้นหม้ออย่างเดียว อาจจะมีการปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น เช่น การปั้นรูปเหมือน ปั้นแจกันทรงต่างๆ เพื่อให้การปั้นหม้อที่ชาวบ้านยึดถือเป็นอาชีพตั้งแต่บรรพบุรุษยังคงอยู่ต่อไป

กระบวนการปั้นหม้อดินเผาถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ทางบรรพบุรุษของชุมชนบ้านหม้อมอบให้ ถึงแม้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เข้ามา จะทำลายวิถีดังเดิมเกือบหมดไป ทว่ายังคงเหลืออีกหนึ่งสิ่งที่คงอยู่นั่นคือ วิชาการปั้นหม้อ ที่คนรุ่นเก่ารอลูกหลานหันมาเรียนรู้และสืบทอดให้เอกลักษณ์การปั้นหม้อคงอยู่คู่บ้านหม้อไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา

DSC00571

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: