ข่าวที่น่าสนใจ

เตือนภัย “ทรามาดอล” สารหลั่งสุขชั่วคราว อันตรายถึงชีวิต

เภสัญกรเตือนอันตรายจากยาแก้ปวด ‘ทรามาดอล’ หวั่นนิสิตรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จิตแพทย์เผยเลิกได้ขอให้จิตใจเข้มแข็ง คนรอบข้างควรช่วยเป็นหูเป็นตา หากติดระยะยาวเสี่ยงสุขภาพทรุด

ภญ.เพ็ญพรรณ โสดาวรรณ เภสัชกรร้านเพ็ญพรรณ กล่าวว่า เมื่อก่อนยาทรามาดอล มีคนมาซื้อเป็นจำนวนมาก ในหนึ่งสัปดาห์จะมีประมาณ 10-15 ราย  ส่วนใหญ่จะเป็นนิสิตและวัยรุ่นทั่วไปตามพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะมีทั้งรายเก่าและรายใหม่มาเรื่อยๆ ซึ่งประโยชน์ในทางการแพทย์ของตัวยาทรามาดอล คือเป็นยาลดปวดในระดับปานกลางถึงรุนแรงคล้ายๆ กับมอร์ฟีน แต่มอร์ฟีนจะมีฤทธิ์มากกว่า 5-20 เท่า และมอร์ฟีนจะจัดอยู่ในประเภทยาเสพติด ซึ่งขายไม่ได้ตามร้านขายยาทั่วไป จะมีที่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ตามกฎหมายยาทรามาดอลจัดเป็นยาอันตรายและสามารถจำหน่ายในร้านยาได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีการจัดการและการควบคุมที่ดี

“ สาเหตุส่วนใหญ่ที่คนใช้ยาทรามาดอล จะนำไปใช้ในแบบที่พึ่งผลข้างเคียงของยา คือช่วยเรื่องประสาทหลอน โดยเขาจะอาศัยผลข้างเคียงตัวนี้ผสมกินกับเครื่องดื่มต่างๆ เมื่อกินแล้วจะประสาทหลอนและส่งผลให้เคลิ้มสุขชั่วครู่ เลยเป็นเหตุผลให้คนต้องพึ่งยาตัวนี้ ซึ่งก่อนจ่ายยาเราจะมีการถามก่อนว่าใช้เองหรือไม่ โดยวัยรุ่นที่มาซื้อยาทรามาดอล เราจะดูลักษณะออกว่าเขากำลังโกหก เราก็จะไม่ขายและปฏิเสธว่าไม่มี ” ภญ.เพ็ญพรรณ กล่าว

ภญ.เพ็ญพรรณ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันมีวัยรุ่นมาซื้อยาทรามาดอลและนำไปใช้ในทางที่ผิด คือใช้ยาโดยไม่ได้มีความจำเป็น ตนจึงตัดปัญหาโดยการที่ไม่นำมาขายในร้านอีก และอีกอย่างเป็นการเฝ้าระวังให้ลดน้อยลงด้วย แต่ถ้าคนที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เช่น นักกีฬาที่มีอาการปวดมากๆ ตนก็จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาลแทน

ในการเลิกยาทรามาดอลนั้น อย่างแรกเลยคืออยู่ที่ใจก่อนว่าอยากเลิกแล้ว จริงๆมันไม่ได้เลิกยาก เพราะว่ามันไม่ใช่ยาเสพติด เราคิดว่าอย่าเอาชีวิตไปแลกกับยาประเภทนี้เลย ทรามาดอลมันเป็นความสุขแค่ชั่วครู่ที่มีฤทธิ์กดประสาท หากทานเข้าไปมากๆอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ”  เภสัชกรร้านเพ็ญพรรณ กล่าวคำแนะนำทิ้งท้าย

ด้านแพทย์หญิงจริยา จิรานุกูล จิตแพทย์โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ยาแก้ปวดทามาดอลมีฤทธิ์กดประสาท เพราะฉะนั้นจะทำให้มีอาการง่วงซึม หรืออ่อนเพลีย ถ้าใช้ต่อเนื่องไปนานๆ ก็จะทำให้สมองเบลอได้ ตอนนี้ในกลุ่มวัยรุ่นกำลังเป็นที่ระบาด คือจะนำตัวยาไปผสมใส่น้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ เพื่อให้เสริมฤทธิ์กดสมองให้ง่วง มึน และออกฤทธิ์ที่สารสื่อประสาทช่วยระงับความปวด แล้วส่งผลให้มีความรู้สึกเคลิ้มสุข สบายตัว ไม่ปวด อยู่แบบในโลกที่ฝันแล้วจินตนาการได้ กินแล้วสามารถหลุดออกจากโลกของความจริง คนจึงชอบความรู้สึกนั้น ส่งผลให้นำไปสู่การติดยาประเภทนี้

แพทย์หญิงจริยา เปิดเผยต่อว่า สภาพแวดล้อมที่คนติดนั้น เกิดจากที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น คือการอยากรู้อยากลองและเพื่อนชวน เมื่อลองแล้วติดจะเกิดพฤติกรรม คือนึกถึงความรู้สึกที่ได้ใช้แล้วสบาย เป็นสุข ตอนที่ยาออกฤทธิ์ก็ทำให้เกิดความนึกถึงอยากจะใช้ และเมื่อไหร่ที่มีอาการทุรนทุราย กระวนกระวายใจก็จะอยากใช้ซ้ำๆ นั่นเป็นลักษณะของการติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมอง สมาธิความจำอะไรต่างๆ จะแย่ลง เมื่อใช้ในปริมาณสูงมากๆอาจจะนำไปสู่อาการชักเกร็งได้ ซึ่งถ้าร่างกายมีการขาดออกซิเจน ระบบการไหลเวียนหัวใจหรือการหายใจเสียหาย อาจทำให้มีภาวะไตขาดเลือด แล้วส่งผลให้มีอาการไตวายถึงขั้นเสียชีวิตตามมาได้

ทามาดอลเป็นยาที่ใช้ในทางการแพทย์ คือเป็นยาแก้ปวด ระงับอาการปวด จากที่หมอให้ยาแก้ปวดเบาๆอย่างเช่น พาราเซตามอล แล้วบางคนที่เป็นโรคบางอย่างแล้วมันปวดมากจริงๆ ก็อาจจะให้เพิ่มไปถึงทรามาดอล ซึ่งก็จะทำให้มีอาการติดได้ เพราะมันเป็นสารอนุพันธ์เดียวกันกับมอร์ฟีน แต่ในกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้เพราะว่าไม่สบายหรือปวดจริงๆ แต่นำมาใช้ในทางที่ผิด ใช้แล้วเคลิ้มสบาย ทำให้อยากซื้อใช้เรื่อยๆ ซึ่งยาทรามาดอลถือว่าเป็นยาเสพติดที่อยู่ในประเภทไม่ได้รุนแรงมาก จึงมีขายตามร้านขายยาทั่วไป ทำให้วัยรุ่นบางกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ง่าย แล้วเอามาใช้ในทางที่ผิด เมื่อติดก็นำมาใช้ซ้ำๆ เรื่อยๆ ” แพทย์หญิง จริยา กล่าว

จิตแพทย์หญิงโรงพยาบาลสุทธาเวช กล่าวแนะนำว่า สำหรับคนที่กำลังติดยาประเภทนี้อยู่ บางทีอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าติด ให้ลองคุยปรึกษากับเพื่อนที่ไว้ใจ ลองแลกเปลี่ยนกับเพื่อนว่าตอนนี้ใช้แบบนี้อยู่ เผื่อว่าเพื่อนจะได้ช่วยเตือนสติ  แต่ถ้าสำหรับคนที่รู้ตัวว่าต้องเริ่มใช้บ่อยๆ แล้วทำให้การเรียนและความรับผิดชอบเริ่มแย่ลง ก็สามารถมาพบหมอได้ หรืออาจจะพบเภสัชกรในการปรึกษาเบื้องต้น

“ ถ้ารู้ตัวว่าติดยาพวกนี้ คือต้องหลีกเลี่ยงจากสิ่งแวดล้อมที่จะชักนำ เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนกลุ่มเพื่อน หรือถ้าจะเลิกเองก็อาจจะต้องหักดิบ แต่ว่าบางคนก็ทำได้ยาก เพราะว่าบางคนจะมีอาการกระสับกระส่าย ถ้าอยากเลิกจริงๆ แนะนำให้ลดปริมาณลงให้มันห่างออกไปเรื่อยๆ หรืออีกทางหนึ่งที่ดีคือมาปรึกษาหมอได้ และอยากฝากจริงๆถึงวัยรุ่นว่า ใครที่ยังไม่เคยใช้และยังไม่เคยลอง ถ้ามีใครมาชวนอย่าหลงใช้  เพราะสุดท้ายแล้วมันมีโอกาสติด ซึ่งถ้าติดแล้วมันไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพและสมองแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะเริ่มลอง คืออย่าดีกว่า ”  แพทย์หญิง จริยา กล่าวทิ้งท้าย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: