ข่าวที่น่าสนใจ

“สมาร์ทดีฟาร์เมอร์” แอปเกษตรไทย 4.0

กระแสเทคโนโลยีในยุค 4.0 ที่ปรับใช้องค์ความรู้เข้าสู่นวัตกรรม จากเกษตรกรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรกรยุคใหม่ที่เน้นการจัดการข้อมูลด้วยเทคโนโลยีหรือที่เรียกว่า สมาร์ทฟาร์ม (Smart farm) เกิดจากแนวทางพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสนับสนุนภาคเกษตรกรให้มีผลผลิตที่ยั่งยืนในอนาคต

สมาร์ท ดี ฟาร์เมอร์ แอปพลิเคชันที่ใช้โปรแกรมบนเว็บบราวเซอร์ ถูกออกแบบให้เข้ากับเกษตรกรโคนม ส่งเสริมการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานอย่างเกษตรกรรายใหม่ที่มีความสนใจในเรื่องฟาร์มโคนม  แอปพลิเคชันนี้สามารถนำมาใช้ได้จริง สร้างความสะดวกในการจดบันทึกข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาย ชนัญชัย สินสงวน  สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม โคกก่อ จำกัด  กล่าวว่า สมัยก่อนการทำงานต้องจดรายละเอียดพันธุ์โคใส่กระดาษ เมื่อกระดาษหาย ข้อมูลนั้นก็สูญหาย แต่ปัจจุบันเมื่อนำโปรแกรมเข้ามาใช้ในการทำงาน สามารถคำนวณทั้งวันดราย วันคลอด วันฉีดยา สถิติการเข้าใช้งาน และสถิตินมต่อวัน ซึ่งตนคิดว่าการจดบันทึกในกระดาษจะหายไป เกษตรกรจะเปลี่ยนมาใช้แอปพลิเคชั่นแทน เพราะจดบันทึกแบบเดิมเมื่อกระดาษสูญหาย หรือจดไม่ละเอียดจะทำให้บางครั้งจำประวัติพันธุ์โคไม่ได้ ซึ่งสมาชิกฟาร์มมีอยู่ 200 ฟาร์ม ตนไม่สามารถลงพื้นที่ทั้งหมดได้ แต่โปรแกรมช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเข้ามาช่วยส่งเสริมการทำงานซึ่งสามารถเข้าดูความเคลื่อนไหวของฟาร์มได้ตลอดเวลาอีกด้วย

ผศ.น.สพ.ดร.มนกานต์ อินทรกำแหง อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า สมาร์ท ดี ฟาร์เมอร์ แอพพลิเคชั่น พัฒนาขึ้นจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยมหาสารคามภายใต้ความร่วมมือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โปรแกรมนี้เกิดขึ้นเพื่อให้รู้ประวัติพันธุ์โค เพราะเมื่อก่อนกรมปศุสัตว์จะออกกระดาษแผ่นใหญ่ให้เกษตรกรบันทึกประวัติพันธุ์โคและพันธุ์พ่อแม่โค ประวัติสุขภาพและประวัติการฉีดวัคซีน เมื่อมอบกระดาษให้กับเกษตรกรแล้วอาจเกิดปัญหาการสูญหาย เปียกน้ำ รูปภาพโคที่ติดกับกระดาษหลุดหาย หรือเกษตรกรบางรายไม่ติดรูปและลืมการจดบันทึกข้อมูล เพราะฉะนั้นจึงไม่มีข้อมูลที่นำไปใช้ในการระบุตัวสัตว์

นักวิชาการคนเดิมย้ำว่า ฟาร์มโคนมเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก อาทิ เมื่อมีการผสมพันธุ์โคเสร็จ หลังจากนั้นต้องมีการดราย ซึ่งคือการพักรีดนม 60 วันก่อนคลอดเพื่อทำให้เต้านมมีประสิทธิภาพ  โดยเกษตรกรบางรายพักรีดนมเพียง 5-10 วันเท่านั้น เนื่องจากลืมจดบันทึกหรือจดไม่ละเอียดพอ ตนจึงคิดว่าสิ่งที่จะต้องให้เกษตรกรพัฒนาคือ วิธีการจดบันทึกข้อมูล ซึ่งโดยปกติแล้วนอกจากจดใส่กระดาษ ยังมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถคีย์ข้อมูลลงได้ แต่ถ้าเกษตรกรบางรายไม่มีโปรแกรมหรือใช้ไม่เป็น ก็จะใช้วิธีจดใส่กระดาษ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกรมปศุสัตว์ก็จะนำกระดาษมาบันทึกลงในโปรแกรมอีกที ซั่งปัญหาที่พบคือข้อมูลสามารถเกิดการบิดเบือนได้

ดร.มนกานต์ กล่าวต่ออีกว่า วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือการใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพราะปัจจุบันเกษตรกรกำลังก้าวเข้าสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ 4.0 โดยสมาร์ท ดี ฟาร์เมอร์ แอปพลิเคชัน จะช่วยให้เกษตรกรทำงานและสะดวกขึ้น ซึ่งโปรแกรมสามารถแยกประเภทพันธุ์โค การนำเข้าโค การแจ้งเตือนการพักรีดนมหรือวัดคลอด โดยเริ่มใช้ครั้งแรกที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม โคกก่อ จำกัด  อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม  เมื่อมีการโปรโมทออกไปทำให้มีเกษตรกรทั่วประเทศไทยสนใจ ซึ่งตนคิดว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจอยากมีกิจการฟาร์มโค

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: