ข่าวที่น่าสนใจ

“อะนอเร็กเซีย เนอร์โวซา” ยอดฮิต จิตเวชเผยพบวัยรุ่นคลั่งผอม เพิ่มขึ้น

นิสิตเผยเหตุคลั่งผอมจากโดนเพื่อนล้อ เร่งลดจาก 103 เหลือ 63 กก. เคยล้วงคอหลังจากกินอาหาร นักวิชาการด้านจิตเวชย้ำสังคมรอบข้างมีส่วนหล่อหลอม เตือนเสี่ยงร่างกายผิดสมดุล ถึงขั้นไตวาย ด้านนักวิชาการด้านโภชนาการชี้ทางออกต้องเริ่มจากปรับทัศนคติใหม่ คนรอบข้างมีส่วนผลักและดึงออกจากปัญหา

นายรัชชานนท์ ชมศิริ  นิสิตปี 4 คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เผยว่า ตนคิดว่าตัวเองเป็นโรคนี้อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงมาก เพราะมีหลายครั้งเมื่อทานอาหารเข้าไป จะล้วงคอออกมาบ่อยครั้งจนทำให้เคยชิน แต่บางครั้งก็สามารถห้ามตัวเองไว้ได้ จึงไม่ได้ล้วงคอออกมาทุกครั้ง โดยจุดเริ่มต้น คือเป็นคนอ้วนมาก่อนแล้วโดนเพื่อนล้อ เลยทำให้ตนคิดว่าจะต้องผอมและหุ่นดี ตนสูง 180 เซนติเมตร จากเมื่อก่อนน้ำหนัก 103 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 63 กิโลกรัม โดยใช้วิธีการทานยาลดน้ำหนักควบคู่การออกกำลังกาย แต่เป้าหมายของตนคือ 58 กิโลกรัม เมื่อถึงเป้าหมายตนจะใช้วิธีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายแทน

“พฤติกรรมที่เป็นคือรู้ตัวเองว่าทานเยอะๆ แล้วจะอ้วน แต่เพราะเราเคยอดอาหาร เวลาเห็นของที่เราชอบทาน เราก็จะห้ามไม่อยู่ พอกินอิ่มก็รู้สึกผิดที่กินลงไป กลัวว่าจะอ้วนขึ้นก็จะล้วงคอออกมา แต่เราคิดอยากที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองอยู่ตลอดแต่ทำไม่ได้สักที หลายครั้งพยายามกินแต่ไม่ล้วงคอ พอเวลาผ่านไปสักพักจะรู้สึกแบบทนไม่ไหว ต้องเอาออกมาให้ได้” นายรัชชานนท์ กล่าว

ผศ.ดร.ลัดดา แสนสีหา ประธานกลุ่มวิชาพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช มมส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยมีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ปลูกฝังค่านิยมความงาม รูปร่างดีมีผลต่อเด็กและวัยรุ่นเป็นอย่างมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอะนอเร็กเซีย ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางสุขภาพจิตจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ อะนอเร็กเซีย ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทาน คือการอดอาหารเพื่อให้น้ำหนักลด และเพิกเฉยต่อความหิว อีกกลุ่มคือ บูลิเมีย คืออยากกินอาหารในทันทีแบบที่บังคับตัวเองไม่ได้ ทำให้กินมากเกินไป แล้วจึงกินยาถ่ายหรือล้วงคอให้อาเจียนเพราะกลัวอ้วน

“คนที่เป็นอะนอเร็กเซีย คือคนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ ฝังใจการกลัวความอ้วนมากกว่าคนปกติ ไม่สามารถจัดการกับความกลัวได้ ซึ่งการคลั่งผอมโดยใช้วิธีอาเจียน จะทำให้ขาดเกลือแร่ในร่างกายและผิดสมดุล ทำให้สิ่งที่ตามมาคือ หัวใจเต้นผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็ง แล้วท้ายที่สุดจะมีอาการไตวายและสามารถเสียชีวิตได้ บางคนก็มีเกร็ดเลือดต่ำเพราะการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง นี่คือโรคแทรกซ้อนตามมาที่เราเจอ”  ผศ.ดร.ลัดดา กล่าว

ประธานกลุ่มวิชาพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช มมส. กล่าวต่อว่า โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ แต่จะต้องใช้เวลา เพราะเป็นโรคที่มีความซับซ้อนมาก ดังนั้นการรักษาต้องใช้จิตแพทย์ร่วมกับหมอรักษาทางกาย ในเรื่องของการขาดสารอาหาร และต้องมีนักโภชนาการช่วยสร้างเสริมซึ่งกันและกัน แต่ในเรื่องของสภาพจิตใจนั้นจะต้องใช้เวลา เพราะมันฝังแน่นในตัวบุคคล สิ่งที่สำคัญคือต้องอาศัยความเข้าใจของวัยรุ่น แล้วหาแนวทางการรักษาให้บุคคลนั้นเกิดการหยุดคิดหรือยับยั้งการกลัวความอ้วนได้ แต่ทั้งนั้นก็ต้องอาศัยครอบครัวของบุคคลในการให้คำปรึกษาพร้อมทั้งทำความเข้าใจในโรค และจะต้องควบคู่ไปกับคำแนะนำของแพทย์ด้วย

อาจารย์ ดร. เฉลิมพร นามโยธา อาจารย์ประจำหลักสูตร วท.บ. โภชนศาสตร์การกำหนดอาหาร และอาหารปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามให้ข้อมูลว่า โรคอะนอเร็กเซีย เกิดจากปัจจัยในตัวบุคคลและปัจจัยสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย เป็นโรคความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมการกินหรือการบริโภคอาหาร โรคพวกนี้จะพบในกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น กลุ่มที่เป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือกลุ่มนางแบบ ส่วนปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อคนที่เป็นโรคคลั่งผอม เช่น กลุ่มเพื่อน กลุ่มคนที่มีความคิดเดียวกันที่ช่วยส่งเสริมผลักดันให้เกิดอาการกลัวความอ้วน อีกทั้งพฤติกรรมของวัยรุ่นคือมีการแข่งขันกัน เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ นอกจากจะมาจากภาวะทางกายแล้วยังมีภาวะทางจิตอีกด้วย

“พฤติกรรมของคนเหล่านี้คือ กินน้อยและออกกำลังกายอย่างหนัก ลักษณะหลักๆที่มีผลต่อร่างกายคือ ผอมลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ปกติของค่า BMI ดังนั้นโรคขาดสารอาหารไม่ใช่แค่ขาดสารอาหารบางตัว หรือขาดพลังงาน เมื่อขาดสารอาหารในร่างกายแล้ว มันจะส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายต่างๆทั้งหมด กระบวนการทำงานของร่างกายที่ไม่มีการเผาผลาญไขมัน จึงดึงเอามวลกล้ามเนื้อมาชดใช้แทน เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้รับประทานอาหารตามที่ร่างกายต้องการ ทำให้คนคลั่งผอมขาดไขมันในร่างกาย มวลกล้ามเนื้อลดลง กระดูกเปราะบาง และมีผลต่อระบบสมอง ระดับสติปัญญาช้าลง” อาจารย์ ดร. เฉลิมพร กล่าว

อาจารย์ ดร. เฉลิมพร ให้ข้อมูลต่อว่า ปริมาณสารอาหารที่คนเราควรได้รับแต่ละวัน จะใช้ตามเกณฑ์ของธงโภชนาการ ซึ่งแบ่งออกตามช่วงวัย คือวัยรุ่นตอนต้น 9-14 ปี วัยทำงาน 25-60 ปี และวัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับ 1600 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ส่วนวัยรุ่นหญิงและชาย ควรได้รับ 2000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ส่วนคนที่ใช้แรงงาน เช่น นักกีฬา นักเพาะกาย ควรได้รับพลังงาน 2400 กิโลแคลอรี่ แต่เมื่อที่เป็นโรคคลั่งผอม จะรับประทานน้อยกว่า 1200- 1500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน หรือน้อยกว่านั้นแล้วแต่ตัวบุคคล

“ถ้าเป็นนักกำหนดอาหาร เรามีความรู้สึกว่าโรคนี้ คืออาการผิดปกติทางพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ซึ่งมันเป็นภาระของทางด้านสาธารณสุขอยู่ เรายังมองว่าการปรับทัศนคติของเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่หรือทำให้คนเข้าใจว่าการที่มีรูปร่าง ที่ขาดสารอาหารแบบนี้ มันส่งผลเสียต่อด้านร่างกายและจิตใจ บางรายมีอาการซึมเศร้าและปลีกตัวออกจากสังคมร่วมด้วย กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้จะมีการรับรู้และทัศนคติเกี่ยวกับรูปร่างมากเกินไป การคิดแบบนี้มีแนวโน้มทำให้เป็นโรคคลั่งผอมได้เยอะมาก” อาจารย์ประจำหลักสูตรโภชนศาสตร์การกำหนดอาหาร กล่าว

อาจารย์ ดร. เฉลิมพร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในการรักษาจะต้องให้ปรับทัศนคติก่อนเป็นอันดับแรก การที่มีความเชื่อว่าผอมแล้วดูดี มีโอกาสนำไปสู่การทำให้ผอมเกินปกติ  ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารเรื้อรังไปเรื่อยๆ และเป็นโรคแทรกซ้อนตามมา อีกทั้งโรคนี้มีภาวะทางจิตใจร่วมด้วย ฉะนั้นคนรอบข้าง เช่น ครอบครัว เพื่อนหรือสังคม ต้องคอยเตือนบุคคลนั้นให้ตระหนักถึงผลเสียที่ตามมา รวมไปถึงการพบจิตแพทย์ในการรักษาด้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: