ข่าวที่น่าสนใจ

บ้านดอนมัน ต้นแบบแห่งความพอเพียง

บ้านดอนมันศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ต. ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โดยมีผู้นำชุมชนคือนายอดิศร เหล่าสะพาน กำนันบ้านดอนมัน หรือที่รู้จักกันในนาม “ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชน” ที่ได้นำชุมชนสร้างรายได้ผ่านการทำเกษตรภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้

นายอดิศร เหล่าสะพาน เล่าว่า ตนได้ลาออดจากอาชีพหลักแล้วหันมาทำเกษตรกร ซึ่งในตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้ทิศทาง จึงเป็นการเริ่มต้นจากตนเองก่อน ได้ศึกษาโครงการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตร (ร. 9) เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คือการกินอยู่อย่างพอเพียง เหลือจากการกินก็นำไปขายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

นำความรู้สู่การพัฒนา

นายอดิศรเล่าต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้นำหมู่บ้านและพบว่าลูกบ้านของตนนั้นมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจากการหมกมุ่นกับอบายมุข นำมาซึ่งการเป็นหนี้สิน จึงเรียกประชุมชาวบ้านเพื่อพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการร่วมกลุ่มเพื่อแก้ปัญหา เริ่มต้นจากการให้ชาวบ้านเขียนรายรับรายจ่ายในครัวเรือน และนำมาสร้างแบบแผนในการแก้ปัญหา สนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกพืชผักกินเองในครัวเรือน ได้นำชาวบ้านเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้จาก กศน. และหน่วยงานอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชน ให้ข้อมูลว่า เมื่อหมู่บ้านเริ่มเข้มแข็งและมีความรู้ด้านการเกษตรเพียงพอจึงมีการเปิดหมู่บ้านให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ 11 กิจกรรมประกอบด้วย 1. การศึกษาพื้นฐานด้านการทำเกษตรแบบพอเพียง 2. กลุ่มเลี้ยงโคเนื้อ-โคขุน 3. กลุ่มเพาะเห็ดขอนขาวและเห็ดนางฟ้า 4. กลุ่มเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก 5. กลุ่มเลี้ยงกบในบ่อพลาสติก 6. กลุ่มเลี้ยงจิ้งหรีด 7. กลุ่มปลูกพืชผักในกระถางยางรถยนต์ 8. กลุ่มเลี้ยงไก่พื้นเมือง 9. กลุ่มปุ๋ยชีวภาพ 10. กลุ่มออกทรัพย์เพื่อการผลิต 11. ร้านค้าชุมชน

เปิดการเรียนรู้สู่การสร้างอาชีพ

กำนันบ้านดอนมัน เล่าต่ออีกว่า ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับคนในชุมชนและบุคคลภายนอกที่เข้ามาศึกษาดูงาน ได้มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้และจัดทำเอกสารประกอบเพื่อแจกจ่าย นอกจากนี้ได้เชิญวิทยากรจากภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ “นอกจากการเปิดให้ความรู้กับบุคคลภายนอกแล้วหมู่บ้านดอนมันของเรายังได้เปิดโอกาสให้กับผู้ที่พ้นโทษจากการจำคุกมาเรียนรู้การทำเกษตรเพื่อสร้างอาชีพก่อนกลับคืนสู่สังคมด้วยนะ โดยมีหลักสูตรการสอนทั้งสิ้นรวม 4 เดือน ภายใต้โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด”

ผู้ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากกำนันบ้านดอนมันแล้วชาวบ้านผู้สนใจการทำเกษตรแบบพอเพียงตามโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังได้เล่าถึงการใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้จากการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงให้ฟังอีกด้วย

เริ่มที่นางโฮม นาสุริวงษ์ หรือที่เรียกกันในหมู่บ้านว่า “ยายโฮม” ชาวบ้านบ้านดอนมัน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ผู้ที่สนใจทำการเกษตรแบบพอเพียงตามโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ฯได้ 1-2 ปีแล้ว ได้เข้าร่วมการอบรมอยู่บ่อยครั้ง และได้นำกลับมาปรับใช้ในครัวเรือน ตอนนี้ทำไร่นา ปลูกผัก และเลี้ยงปลาไว้พอกินในครัวเรือน ได้ขายบ้างหากมีชาวบ้านด้วยกันมาถามซื้อ เมื่อเข้าร่วมกลุ่มก็ได้ดูแลเรื่องการเพาะเห็ดขาย ถ้าหากเห็ดออกมากส่วนหนึ่งก็จะนำไปแปรรูปทำเป็นแหนมเห็ดขาย และทุกหกเดือนจะมีการจัดสรรปันกำไรให้กับคนที่ทำงานดูแลเห็ดด้วย

ยายโฮม เล่าให้ฟังต่อว่า แต่ก่อนมีการเลี้ยงไก่งวงด้วย พอมีการระบาดของโรคเมื่อไม่นานมานี้ก็ส่งผลให้ต้องงดการเลี้ยงไก่งวงไป ปัจจุบันจึงทำแค่เข้าไปดูแลเห็ดที่โรงเพาะเห็ด เสร็จจากนี้ก็กลับมาดูแลพืชผักสวนครัวของตน ก่อนเข้าร่วมฯครอบครัวของตนมีหนี้เยอะแต่พอได้เข้าร่วมฯ เริ่มปลูกผัก เลี้ยงปลาไว้กินเอง ก็ช่วยทำให้ลดรายจ่ายในครัวเรือนลงได้บ้าง หนี้ลดลงได้ปีละ 10,000- 20,000 บาท

อีกบุคคลหนึ่งที่รู้จักกันในหมู่บ้านชื่อว่า “ตาเวียง” นายกันต์พจน์ อันภาทะราศี ชาวบ้านบ้านดอนมัน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เล่าถึงการสนใจมาทำเกษตรว่า ตนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ฯมาได้ 2-3 ปี หลังจากเกษียณอายุราชการจึงหันมาทำการเกษตร ได้เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายในครัวเรือนทำให้รู้ว่า รายจ่ายเยอะกว่ารายรับ จึงหันมาปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง และเลือกปลูกทุกอย่างที่กินและกินทุกอย่างที่ปลูก แต่ก็มีบางอย่างที่เราก็ยังจำเป็นต้องซื้ออยู่เพราะไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ การได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ฯ ทำให้ได้ความรู้จากการอบรมและนำความรู้ที่ได้มาบอกต่อให้คนในครอบครัวฟัง “โครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นดีจริงๆ หากปฏิบัติได้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ และการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นสำคัญมากเพราะทำให้รู้ว่าในแต่ละเดือนเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่แล้ว”

โครงการตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนลงได้แล้วยังสามารถยึดถือมาเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมในครัวเรือนได้ ดังพระราชดำรัสว่า “จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: