ข่าวที่น่าสนใจ

ลิขสิทธิ์คุ้มครองปัญญา หรือการพัฒนาถูกจำกัดขอบเขต?

การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้โดยทั่วไปในชีวิตประจำวันโดยในบางครั้งก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่านี่คือการละเมิดลิขสิทธิ์ อย่างเช่น ร้านขายของที่มีสินค้าลิขสิทธิ์ก็จะติดต่อกับโรงงานที่ผลิตสินค้า ซึ่งโรงงานจะเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์มาจากเจ้าของโดยตรง  หรือจะเป็นการเปิดเพลงตามร้านกาแฟ ร้านอาหารต่างๆ  ต้องมีการติดต่อกับเจ้าของค่ายเพลงว่าจะนำเพลงมาเปิดในร้าน ไม่เช่นนั้นถ้ามีการตรวจพบ เจ้าของค่ายเพลงสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ได้

“พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2558 เป็นแนวคิดที่ดีก็จริง แต่จะเป็นการหวงปัญญาของตนทำให้ปัญญาของคนอื่นไม่เจริญงอกงามหรือเปล่า” ผศ.ชาคริต ขันนาโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายเอกชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แสดงความเห็นที่ทำให้เราตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองอะไรกันแน่

ลิขสิทธิ์คืออะไร

ประเทศไทยได้ลงนามเข้าเป็นภาคีขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)  มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ที่มีความสมดุลระหว่างการตอบแทนผู้ทรงสิทธิ์ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะ

ผศ.ชาคริต ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่าลิขสิทธิ์ว่า สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ริเริ่มโดยการใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะของตน ในการสร้างสรรค์โดยไม่ลอกเลียนแบบงานของผู้อื่น โดยผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องจดทะเบียนและคุ้มครองไป 50 ปี หลังจากได้แสดงผลงานชิ้นนั้นออกมา

“ลิขสิทธิ์ คือการที่ใช้ปัญญาสร้างสิ่งหนึ่งๆ ขึ้นมา แล้วการที่เราใช้ปัญญาสร้างสิ่งๆ หนึ่งขึ้นมา เรียกว่าทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งลิขสิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินทางปัญญา” อาจารย์ชาคริตกล่าว

อย่างไรถึงจะเรียกละเมิดลิขสิทธิ์

ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในงานลิขสิทธิ์ทุกชนิด ผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ต้องเป็นเจ้าของเท่านั้น

อาจารย์ชาคริต ยกกรณีตัวอย่างการละเมิดลิขสิทธิ์ว่า “ธุรกิจเสี่ยงโชคตามงานวัดที่ของรางวัลเป็นตุ๊กตา เรารู้ว่าผิด และรู้ได้เลยว่าของรางวัลละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะลอกเขาอยู่ เราหาประโยชน์จากปัญญาของคนอื่น หรือเรียกง่ายๆ ว่าเรายืมปัญญาของคนอื่น”

ถ้าเป็นการลอก หรือการเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นตราสัญลักษณ์ เครื่องหมาย หรือแม้แต่คำที่เขียน  มันก็คือละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด และในส่วนของบทลงโทษนั้น การละเมิดลิขสิทธิ์มีโทษทางอาญาทั้งจำคุกและโทษปรับแล้วแต่กรณี และเจ้าของลิขสิทธิ์ยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งด้วย โทษทางอาญา ซึ่งตามกฎหมาย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ถ้าจับได้ ให้เอาไปเผาทำลายทิ้ง ทำให้การลอกเลียนดูเหมือนว่ามันร้ายแรงมากๆ

 รู้ว่าผิดแต่ก็ยังซื้อ

สำหรับผู้ซื้อสินค้านั้น กฎหมายลิขสิทธิ์จะไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้โดยเฉพาะ กฎหมายจะมุ่งเน้นไปลงโทษผู้กระทำความผิดในฐานะเป็นผู้ผลิต จำหน่าย หรือเผยแพร่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เสียมากกว่า

นางสาวสุภาวัลย์  เหลืองอุทัย นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เล่าว่า ตนเคยซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากราคาถูกว่าเกือบครึ่ง แม้จะรู้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องก็ตาม แต่การที่กฎหมายในประเทศไม่ได้เข้มงวดกับเรื่องนี้มากนัก จึงทำให้เห็นเป็นเรื่องปกติ

นางสาวสุดารัตน์ เหว่าด้วง นิสิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เล่าว่า เคยซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะของที่ถูกลิขสิทธิ์นั้นค่อนข้างหาได้ยากและมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งมันก็เหมือนความสุขทางใจอย่างหนึ่งที่ได้ใช้ของเหล่านั้น แม้จะรู้ว่ามันไม่ถูก แต่ก็เห็นว่าของพวกนี้มีวางขายทั่วไปในท้องตลาด แล้วอีกอย่างก็ไม่มีภาครัฐหรือส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดการอะไรกับของผิดกฎหมายพวกนี้อย่างจริงจัง

การขายสินค้าลิขสิทธิ์

การนำสินค้ามาขายตามร้านค้าต่างๆ ที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไปนั้นจะต้องมีใบประกอบการค้าพาณิชยกิจ ซึ่งสามารถทำได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หากมีการรับสินค้ามาขาย เจ้าของกิจการร้านค้ากับเจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องทำสัญญาตามกฎหมาย

เจ้าของกิจการร้านขายตุ๊กตารายหนึ่งย่านมหาวิทยาลัยมหาสารคาม บอกว่า รับสินค้ามาจากโรงงานผลิต ซึ่งโรงงานผลิตนั้นจะเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์จากผู้เป็นเจ้าของมาผลิต ทางร้านค้าที่รับมาก็ต้องทำสัญญากับโรงงานผลิตเช่นกัน และเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ผลิตนั้นจะมีการสุ่มตรวจร้านที่รับมาอยู่เสมอว่าจะมีการนำสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาวางขายหรือไม่ ถ้ามีก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

“ผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามห้างสรรพสินค้า ถ้าตัวไหนขายดี ห้างก็จะทำออกมาแข่งในราคาที่ถูกกว่า เป็นนโยบายของห้างอยู่แล้ว โชคดีที่พี่ได้ผลิตให้ ในขณะที่ได้วางขายแบรนด์ตัวเองด้วย” เจ้าของสินค้าแบรนด์หนึ่งที่ได้วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า กล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

นอกจากการจดลิขสิทธิ์จะช่วยในการป้องกันการเลียนแบบแล้ว เรายังต้องสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้าของเรา และรักษาคุณภาพสินค้าอยู่เสมอ

สินค้าลิขสิทธิ์กับการพัฒนา

ผศ.ชาคริต กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับการพัฒนาจากการลอกเลียนแบบว่า ถ้าจะบอกว่าการเลียนแบบสิ่งใดก็ตาม เป็นการพัฒนาให้สิ่งที่มีอยู่เดิมดีขึ้นไปอีก ก็คงจะไม่ผิดนัก  สังเกตจากจีนที่เป็นเทศมหาอำนาจ ซึ่งมีการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างมหาศาล แต่กลับกลายเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาถึงขีดสุด จีนในทุกวันนี้เป็นรองแค่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่จีนไม่ลงในสนธิสัญญา (wipo) เพราะประเทศจีนมองว่ามันควรที่จะเป็นการพัฒนา การลอกก็เป็นการพัฒนาได้

แล้วลองเทียบกับประเทศไทยห้ามลอกทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่มีการพัฒนาอะไร แสดงให้เห็นว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ปกป้องคุ้มครองปัญญาของคน 100 % แต่เป็นการเอาทุนนิยมเข้ามาเกี่ยวหรือพูดง่ายๆ อยากขายปัญญาของตน

เป็นเวลากว่า 50 ปีที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ คุ้มครองปัญญาให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ เพียงแค่เราคิดท่าเต้นแล้วถ่ายคลิปลงใน YouTube การคุ้มครองก็จะเกิดขึ้นอัตโนมัติ หากเราต้องการที่ใช้หรือพัฒนาต่อเราต้องรออีก 50 ปี หรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับผู้เป็นเจ้าของซึ่งก็เป็นจำนวนไม่น้อย

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ สามารถคุ้มครองสติปัญญาของคนก็จริง แต่ไม่อาจจะบอกได้ว่าจะมีการพัฒนาเกิดขึ้น และแนวทางที่จะแก้ปัญหาของเรื่องนี้ นอกจากการที่เราจะไม่สนับสนุนสินค้าที่ผิดลิขสิทธิ์เหล่านั้นแล้ว การแก้ไขกฎหมายอาจจะเป็นอีกทางออกที่น่าสนใจเช่นกัน

29388666_1709787845726038_2403853372634431488_o

เรื่อง : จุฑารัตน์ อเนกทรัพย์สกุล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: