ข่าวที่น่าสนใจ

บ่อขยะเทศบาลเมืองมหาสารคามทำพิษ น้ำเสียกระทบชาวบ้าน ยันไร้ค่าชดเชย

ชาวบ้านสุดเอือม เทศบาลเมืองมหาสารคามปล่อยน้ำเน่าเสียลงคลองสาธารณะ ยันไร้ค่าชดเชย ด้านรองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคามชี้ต้องรอศาลปกครองอนุมัติจึงจะจ่ายค่าชดเชยได้ ยันเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ขอความร่วมมือจากชาวบ้านทำความเข้าใจกรณีดังกล่าว ด้านศูนย์ดำรงธรรมแนะชาวบ้านส่งหลักฐานให้ศูนย์ฯ ตรวจสอบ

จากกรณีที่หนังสือพิมพ์สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว “ชาวบ้านโวยเทศบาลมหาสารคามปล่อยน้ำเสียลงห้วยคะคางกว่า 20 ปี” ผ่าน http://www.suemuanchonnews.com เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2560 ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณลำห้วยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากห้วยคะคางเป็นบ่อน้ำสำคัญที่ชาวบ้านใช้ในการดำรงชีวิตและทำเกษตรกรรม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2561 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณใกล้เคียงกับบ่อกำจัดขยะของเทศบาลเมืองมหาสารคามจำนวน 2  แห่ง คือ บ้านโคกศรี ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสาคาม และบ้านกุดแคน ต.หนองโน  อ.เมือง  จ.มหาสารคาม พบว่า ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ่อขยะได้รับผลกระทบจากน้ำเสียจากบ่อขยะของเทศบาลเมืองมหาสารคามซึ่งไหลลงคลองน้ำสาธารณะ ทำให้หมู่บ้านได้รับผลกระทบทางการเกษตร ไร่นาได้รับความเสียหาย จนกระทั่งเกิดการประท้วงขึ้นเมื่อปี 2558-2560 ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เล่าว่า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับค่าชดเชยความเสียหายจากเทศบาลเมืองมหาสารคาม และชาวบ้านยังตกอยู่ในภาวะที่แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียไหลลงสู่คลองน้ำสาธารณะไม่ได้ ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อหลายหมู่บ้าน อย่างบ้านโคกศรี บ้านกุดแคน และไหลลงแก่งเลิงจาน

นาง ก (นามสมมุติ) ชาวบ้านโคกศรี ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสารคาม เผยว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียของบ่อขยะ ในส่วนของไร่นาได้รับความเสียหายประมาณ 5 ไร่ ส่งผลต่อการเก็บผลผลิต เนื่องจากข้าวที่ปลูกในนาเน่าเปื่อยทำให้ไม่มีเมล็ดข้าว พื้นที่บางส่วนในแปลงข้าวยังมีส่วนที่ได้รับผลกระทบอยู่ แต่น้ำก็ไม่ได้ท่วมมาก เมื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแล้วก็จะเป็นสีดำ ซึ่งเสี่ยงต่อการมีสารเคมีปนเปื้อนในน้ำ อาจส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน ส่วนของการขอความช่วยเหลือจากเทศบาลฯ ให้เข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ทางเทศบาลฯ ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้ ตนจึงได้รวมกลุ่มกับชาวบ้านไปประท้วงทางเทศบาลฯ โดยมีรายชื่อที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 38 ราย ตนก็เป็นหนึ่งในรายชื่อของผู้ที่ได้รับความเสียหาย นับตั้งแต่มีการประท้วงขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดก็ยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากเทศบาลฯ และไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้ให้ชาวบ้านได้รับรู้อีกด้วย

นาง ข (นามสมมุติ) ชาวบ้าน บ้านกุดแคน ต.หนองโน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เผยว่า ตนได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำเน่าเสียจากบ่อกำจัดขยะของเทศบาลเมืองมหาสารคามและได้เข้าร่วมประท้วงด้วย ซึ่งตนและชาวบ้านอีกหลายครัวเรือนที่ทำการเกษตร ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และทำประมง ได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาข้าว ซึ่งนาข้าวของตนได้รับผลกระทบประมาณ 17 ไร่ และน้ำที่ใช้ในการเกษตรภายในหมู่บ้านก็ยังเสี่ยงต่อสุขภาพ

นายนุบาล บุตรราช ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกศรี ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะเทศบาลเมืองมหาสารคามไหลลงคลองน้ำสาธารณะเข้าสู่หมู่บ้านในปี พ.ศ.2558 เทศบาลฯ ได้ออกสำรวจพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้มีการจ่ายชดเชยค่าเสียหายตามคำเรียกร้องของชาวบ้าน

“หลังจากที่มีการประท้วงของชาวบ้านพบว่ายังมีน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะไหลลงมาเหมือนเดิม และยังส่งกลิ่นเหม็น ไร่นาเสียหายเกือบ 100 ไร่ ส่งผลต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่อาจมีสารเคมีปนเปื้อนในเมล็ดข้าว ปลาในน้ำเริ่มเน่าตายเป็นจำนวนมาก ทางเทศบาลฯ ไม่มีความคืบหน้าในการเร่งแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน ตั้งแต่ปี 2558-2560  ซึ่งทางชุมชนได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง (อบต.หนองปลิง) ได้ทำเรื่องเสนอถึงศาลปกครองให้เข้ามาช่วยเหลือปัญหาดังกล่าว” นายนุบาล กล่าว

นายนุบาล เผยต่อว่า ทางเทศบาลฯ ได้ประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามให้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการตรวจสุขภาพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบว่ามีสารปนเปื้อนจากน้ำเสียบ่อขยะหรือไม่ แต่หลังที่ตรวจเสร็จทางหน่วยงานไม่นำผลตรวจมาชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับรู้ แม้จะเรียกร้องแล้วก็ตาม เหตุที่ต้องถามถึงผลตรวจนั้นเนื่องจากในช่วงฤดูฝน ชาวบ้านได้รับผลกระทบหนักมากจากน้ำเน่าเสียที่อาจมีสารเคมีปนเปื้อน ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

“ฝากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบด้วย ในการส่งคำร้องของชาวบ้านที่ได้นำเรื่องเสนอไป ควรมีความคืบหน้ามาชี้แจงให้ทางหมู่บ้านได้รับทราบ และที่สำคัญอยากให้ทางเทศบาลฯ แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะอย่างจริงจัง เพราะในฐานะตัวแทนของชาวบ้านก็เห็นด้วยกับชาวบ้านเช่นกัน ถ้าเป็นปัญหาที่ชาวบ้านแก้ไขได้ คงไม่มีการประท้วงเกิดขึ้น” นายนุบาล กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.สุรทิน นาราภิรมย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่า ในกรณีเรื่องการปล่อยน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะลงคลองน้ำสาธารณะบริเวณใกล้เคียง ทางเทศบาลฯ ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือคือให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายรวบรวมรายชื่อส่งเข้ามาให้ทางเทศบาลฯ โดยสรุปมีทั้งหมด 38 ราย เพื่อจะจ่ายค่าชดเชยให้ได้ ในส่วนการแก้ไขปัญหานั้นทางเทศบาลฯ ก็ใช้วิธีการฝังกลบเหมือนเดิม แต่มีการเพิ่มเติมคือเบิกจ่ายงบประมาณของเทศบาลฯ ซื้อรถบดล้อเหล็ก รถแทรกเตอร์เพื่อความรวดเร็วต่อการฝังกลบ และได้ทำกำแพงกั้นไม่ให้น้ำในบ่อไหลลงสู่คลองน้ำของชาวบ้าน

“ในปี พ.ศ.2558 ช่วงฤดูฝน ต้องยอมรับว่าครั้งนั้นทางเทศบาลฯ ผิดจริง เนื่องจากกำแพงกั้นน้ำที่ทำไว้เกิดการรั่วจากฝนที่ตกหนักทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ โดยทางเราก็ได้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาตลอด หลังจากที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบเราได้แก้ปัญหาคือขอซื้อพื้นที่ใกล้เคียงบ่อขยะจำนวน 22 ไร่ เพื่อสร้างกำแพงกั้นไม่ให้น้ำไหลลงคลองในหมู่บ้าน แต่ทางเทศบาลฯ ไม่สามารถซื้อที่ดินตรงนั้นมาได้ เนื่องจากสภา อบต.หนองปลิง ไม่อนุญาตให้ชื้อ ส่งผลให้ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน” ผศ.ดร.สุรทิน กล่าว

ผศ.ดร.สุรทิน เปิดเผยต่อว่า หลังจากที่มีการปล่อยน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะจนเกิดการประท้วงของชาวบ้าน เมื่อปี 2558-2560 เทศบาลฯ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ได้ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม โรงพยาบาลมหาสารคาม และโรงพยาบาลชุมชน โดยมีชุมชนหนองปลิงและโคกศรีเข้าร่วมตรวจร่างกายปีละ 2 ครั้ง  มีการตรวจเลือดของชาวบ้านเพื่อยืนยันว่าในร่างกายไม่มีโลหะหนักที่เกิดขึ้นจากขยะจำพวก แคดเมียม โครเมียม ปรอท ตะกั่ว 100 % แต่ที่ตรวจพบจะเป็นสารเคมีจากการใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านบริเวณนั้น เช่น การทำเกษตรกรรมซึ่งใช้ยาฆ่าแมลง จึงพบสารชนิดนี้ในเลือด ไม่มีส่วนที่มาจากน้ำเสียของบ่อขยะ

ในส่วนข้อมูลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลประเมินการตรวจสุขภาพของแต่ละบุคคลออกมา ทางเทศบาลฯ ได้ส่งมอบให้กับสาธารณสุข (อสม.) ของแต่ละหมู่บ้านให้ไปแจ้งข้อมูลกับชาวบ้านเอง โดยผ่านการประชุมที่มีผู้นำของแต่ละหมู่บ้านเข้าร่วมการประชุมทุกครั้ง ถึงขั้นตอนการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะ รวมถึงการจ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

“ขอชี้แจงกับชาวบ้านให้เข้าใจตรงกันว่า เรื่องค่าชดเชยนั้นยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลและส่งเรื่องไปยังศาลปกครองขอนแก่นเพื่อรอการอนุมัติจากศาล ทางเทศบาลฯ ถึงจะจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้กับชาวบ้านได้อย่างสบายใจทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ขอให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่องขั้นตอนกระบวนการของหน่วยงานภาครัฐด้วย” ผศ.ดร.สุรทินกล่าว

ตารางค่าใช้จ่าย

นางสาวเบญจวรรณ เหล่าสียงค์ นักวิชาการสุขาภิบาลเทศบาลเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่า ตนลงไปสำรวจพื้นที่บริเวณหมู่บ้านและไร่นาของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย โดยใช้ข้อมูลหลักในปี 2558 เป็นตัวกำหนดในการจ่ายค่าชดเชย โดยทำการสอบถามชาวบ้านเป็นรายบุคคลตามรายชื่อที่ผู้ใหญ่บ้านยื่นคำร้องมา อีกทั้งยังได้สอบถามจากชาวบ้านว่าต้องการค่าชดเชยเป็นจำนวนเงินเท่าไร

ทั้งนี้ เรื่องของค่าชดเชยยังอยู่ในขั้นตอนของศาล โดยในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2560 ศาลปกครองขอนแก่นตรวจสอบพื้นที่พร้อมด้วยพยานผู้เชี่ยวชาญในคดี เจ้าหน้าที่เทศบาลและผู้ร้องทุกข์เข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกันเพื่อนำผลวิเคราะห์ประกอบการชดเชยค่าเสียหาย ทางเทศบาลฯ ไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยได้โดยตรงจึงรอการอนุมัติจากศาลก่อนจ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านตามความเหมาะสม พร้อมเผยเอกสารการดำเนินงาน “การจ่ายค่าชดเชย ” เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหานี้

ด้านนางสาวสำเนียง บุญชัย เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมหาสารคาม บ.แว่งนาง ต.แว่งนาง อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ศูนย์ดำรงธรรมเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างชาวบ้านผู้ที่มาร้องเรียนในส่วนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและติดตามความคืบหน้า อย่างกรณีชาวบ้านโศกศรี บ้านกุดแคน ได้รับผลกระทบน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะของเทศบาลฯ ที่ตั้งอยู่บ้านหนองปลิง ถ้าหากทางเทศบาลฯ ได้มีหนังสือหรือเอกสารที่ส่งมาถึงหมู่บ้านว่า จะมีการรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบตามรายชื่อที่ระบุมา หลังจากทำเรื่องส่งให้ทางเทศบาลฯ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับค่าชดเชยเป็นเวลานาน และทางเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ไม่ได้มีความคืบหน้าออกมาชี้แจงถึงข้อมูล ซึ่งทางเราจะเป็นผู้ติดตามความคืบหน้าของกรณีนั้นๆ

“หากการดำเนินการเกิดความล่าช้าชาวบ้านสามารถนำเอกสารสำเนาบัตรประชาชนพร้อมหลักฐานที่ทางเทศบาลฯ ได้ส่งมาว่าจะชดเชยค่าเสียหายพร้อมรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบมาให้ศูนย์ดำรงธรรม เราจะดำเนินการทำหนังสือส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจะส่งหนังสือไปยังเทศบาลฯ เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลความคืบหน้าเรื่องจ่ายค่าชดเชย ถ้าไม่มีความคืบหน้า เราจะดำเนินการเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลให้เข้ามาดูแลในกรณีนี้เพื่อความยุติธรรมของทั้งสองฝ่าย” นางสาวสำเนียง กล่าว

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: