ข่าวที่น่าสนใจ

พิษสุนัขบ้า : โรคร้าย ในหน้าร้อน

ในช่วงที่ร้อนระอุอย่างเดือนเมษายน ส่งผลให้ทั้งคนและสัตว์เจ็บป่วยได้ง่าย โดยโรคที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น “โรคพิษสุนัขบ้า” ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีพาหะนำโรคและแพร่เชื้อโดย “หมา” เป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้คนก็สามารถติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน หากไม่มีภูมิคุ้มกันที่มากพอ สำหรับคนที่เลี้ยงหรือคนที่ชอบเล่นกับสัตว์จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาจจะติดเชื้อไวรัสผ่านน้ำลายหรือรอยข่วนจากสุนัข  ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าแล้วเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ข้อมูลจากสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์  ระบุว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ตั้งแต่ 7 เมษายน 2560-7 เมษายน 2561 ในพื้นที่ประเทศไทย พบรายงานผลบวกของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ 1,254 ตัว คิดเป็น 14.17% ของตัวอย่างทั้งหมด (8,851) ตัว จาก 77 จังหวัดพบสูงสุดในจังหวัดร้อยเอ็ด คิดเป็น 12.44%

“โรคพิษสุนัขบ้า” หรือ “โรคหมาว้อ” ในภาษาอีสาน เป็นโรคที่ร้ายแรงเช่นเดียวกับโรคมะเร็ง แต่จะต่างกันตรงที่โรคมะเร็งนั้นมียารักษาและมีระยะเวลาในการฟื้นฟูร่างกาย ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าไม่มีทั้งยาและระยะเวลาให้เตรียมตัว

ไก่แก้ว ศิริโชคชัย สัตวบาลประจำอำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลว่า  สัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ ดุร้ายกับเซื่องซึม  ซึ่งในลักษณะของความดุร้าย จะมีอาการหงุดหงิด ไล่กัดคนและสัตว์อื่นๆ หากผูกโซ่หรือกักขังไว้ในกรง จะกัดโซ่ กรง หรือสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวอย่างบ้าคลั่ง อาจกัดจนฟันหักหรือลิ้นเป็นแผลจนเลือดออกได้ เมื่อแสดงอาการดุร้ายได้ 2-3 วัน ก็จะอ่อนเพลียลง ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และตายในที่สุด

ส่วนลักษณะการเซื่องซึมนั้น จะมีอาการปากหุบไม่ได้ ลิ้นมีสีแดงคล้ำ อาจมีสิ่งสกปรกติดอยู่และลิ้นห้อยออกมานอกปาก มีอาการคล้ายกระดูกติดคอ โดยเจ้าของมักจะเอามือล้วงแต่ไม่พบกระดูก สุนัขจะเอาขาหน้าตะกุยบริเวณแก้มปากและคอจนบวม จะลุกนั่ง ยืน และเดินไปมาบ่อยๆ กินของแปลกๆ เช่น ใบไม้ ก้อนหิน หรือบางตัวจะกินปัสสาวะของตัวเอง แต่จะไม่กัด ถ้าไม่ถูกรบกวน สุนัขแบบหลังนี้จะสังเกตอาการยากมาก ดังนั้น หากสุนัขตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรตัดหัวไปพิสูจน์ก่อน เพื่อตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงกว่านั้น เป็นการป้องกันอย่างหนึ่ง หากไม่ทราบสาเหตุจากเชื้อไวรัสดังกล่าวก็จะไม่สามารถแจ้งกับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ได้ว่ามีเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงนี้อยู่ ต้องให้นำสัตว์เลี้ยงของท่านไปตรวจหรือฉีดวัคซีนป้องกันไว้จะดีที่สุด

นอกจากนี้ สัตวบาลยังกล่าวถึงกรณีที่คนได้รับเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าว่า  “คนสามารถติดโรคจากสัตว์เหล่านี้ได้ 2 ทางหลัก คือ ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัดหรือข่วน เชื้อไวรัสจากน้ำลายสัตว์ที่เป็นโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล และถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลียบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล ลอยถลอก หรือถูกเลียที่ริมฝีปากและนัยน์ตา เป็นต้น ระยะ 2-3 วันแรก อาจมีไข้เล็กน้อย ต่อไปจะมีอาการเจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คันหรือปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณแผลที่ถูกกัด ทั้งๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว จากนั้นก็จะมีอาการตื่นเต้นง่าย กระสับกระส่าย ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบลม ไม่ชอบเสียงดัง กลืนอาหารลำบาก แม้จะเป็นของเหลวหรือน้ำก็ตาม เนื่องจากเกร็งกล้ามเนื้อตอนกลืน แต่ยังมีสติพูดจารู้เรื่อง แล้วต่อไปจะเอะอะมากขึ้น และสุดท้ายอาจมีอาการชัก เป็นอัมพาต หมดสติ และเสียชีวิต เนื่องจากส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลายไปหมด”

จะเห็นว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่ต้องเร่งหาทางป้องกัน ไม่เช่นนั้นอาจคร่าชีวิตคนที่เรารักไปโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีการป้องกันล่วงหน้าก่อนที่โรคร้ายจะเข้ามาทำลายสมองของเราเสียหมด

สรอรรถ กลั่นแฮม แพทย์รังสีเทคนิค แผนกเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT scan โรงพยาบาลบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ได้ให้ข้อมูลเรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยการฉีดวัคซีนว่า เมื่อถูกสัตว์กัด การฉีดวัคซีนกระตุ้นเพียง 1-2 เข็ม ร่างกายก็จะได้ภูมิต้านทานที่สูงพอจะป้องกันโรคอย่างได้ผล และไม่เสี่ยงต่อการแพ้เซรุ่ม หรือเจ็บปวดจากการฉีดเซรุ่มรอบๆ แผล ถ้าโดนกัดแรกๆ จะมีอาการไข้เล็กน้อย และจะเจ็บคอ อ่อนเพลีย แสบปวดร้อนตรงบริเวณที่โดนกัดด้วย

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้านั้น ถือเป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า โดยการฉีดเพียง 3 เข็ม ภายในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งวัคซีนนี้สามารถฉีดได้ไม่จำกัดอายุ โดยเฉพาะเด็กที่มักเล่นกับสัตว์หรือมีสัตว์เลี้ยง และมีโอกาสถูกกัดมักมีบาดแผลที่รุนแรง บริเวณใบหน้า ศีรษะ หรือถูกเลียมือที่มีแผลหรือที่ปาก โดยไม่บอกให้ผู้ปกครองทราบ ซึ่งควรฉีดวัคซีนป้องกันในบุคคลทั่วไปที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว กะรอก ค้างคาว

ส่วนในกรณีที่เราโดนสุนัขกัด จะต้องทำอย่างไรเป็นอันดับแรก รองลงมาจากการตั้งสติ สรอรรถ แพทย์รังสีเทคนิค มีคำตอบให้ว่า อย่างแรกต้องล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด ฟอกด้วยสบู่ 2-3 ครั้ง แล้วทาแผลด้วย ยาโพวิโดน-ไอโอดีน (เบตาดีน) หรือแอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ ไอโอดีน แล้วรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

“เมื่อสุนัขตาย การจัดการที่ถูกต้อง คือ นำซากสุนัขมาตรวจก่อน แต่ถ้าหากสุนัขไม่ตายให้ขังไว้ดูอาการ 10 วัน ขณะเดียวกันให้รีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนการรักษาทางสมุนไพรหรือแพทย์แผนโบราณไม่สามารถป้องกันโรคได้ ไม่ควรรอดูอาการสุนัข เพราะอาจสายเกินไปที่จะฉีดวัคซีนและในกรณีที่ติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ เช่น เป็นสัตว์ป่า สัตว์จรจัด สัตว์กัดแล้วหนีไป หรือจำสัตว์ที่กัดไม่ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด” สรอรรถ ให้ข้อมูลทิ้งท้าย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: