ข่าวที่น่าสนใจ

โพลชี้ค่าเทอมสูงขึ้นสวัสดิการยังทรงตัว

หลังจากที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ได้ร่างค่าเทอมระบบเหมาจ่ายเมื่อ พ.ศ. 2559 และประเดิมใช้ปีการศึกษา 2561 เป็นปีแรก ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่สำรวจความพึงพอใจของนิสิตกับระบบค่าเทอมแบบเหมาจ่าย ส่วนใหญ่ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่เห็นด้วยเนื่องจากเงินที่จ่ายไปกับสวัสดิการที่นิสิตได้รับไม่เป็นไปในทางเดียวกัน

           หนังสือพิมพ์สื่อมวลชนจัดทำโพลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 119 คน กระจายทุกชั้นปี ทั้งหมด 18 คณะ เป็นเพศชายร้อยละ 44.9 และเพศหญิงร้อยละ 54.2  พบว่า สวัสดิการที่นิสิตคิดว่าควรปรับปรุงมากที่สุด 3 อันดับ คือ ที่จอดรถไม่พอ ร้อยละ 50.4 ลิฟท์อาคารราชนครินทร์ (RN) ร้อยละ 37.8 และอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมกับการให้บริการ ร้อยละ 31.1

           นางสาวพัชรินทร์ ปะวะเค นิสิตชั้นปี 1 คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ความเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับการจ่ายค่าเทอมแบบเหมาจ่ายเพราะต้องจ่ายแพงกว่าปกติ เมื่อลองคำนวณกับหน่วยกิตที่ต้องลงเรียนแล้วการจ่าย 18,300 บาท ถือว่าไม่คุ้ม แต่ในเมื่อจะเรียนก็ต้องยอมจ่าย

           “ถ้าจ่ายสูงแล้วมหาวิทยาลัยพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน มันก็โอเค ซึ่งตอนนี้ถนนก็ไม่ดี ที่จอดรถของแต่ละคณะก็คับแคบไม่เพียงพอ” นางสาวพัชรินทร์ กล่าว  

                                   ด้านข้อเสนอแนะเพิ่มเติมผู้สื่อข่าวได้รวบรวมไว้ตามที่นิสิตได้แสดงความเห็นว่า มหาวิทยาลัยควรที่จะพัฒนาในทุกๆ ด้าน ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เร่งทำเพียงวันสำคัญเท่านั้น และควรเริ่มปรับที่บุคลากรเป็นอันดับแรก ตั้งแต่ผู้บริหารลงมาจนถึงอาจารย์ และพนักงานทั่วไป ปรับทัศนคติให้ทันต่อโลกปัจจุบัน จากการร่วมงานกับมหาวิทยาลัยอื่นทำให้เห็นว่ายังขาดศักยภาพอยู่ในหลายด้าน และควรเคร่งครัดในการตรวจสอบการบริหารจัดการงบประมาณที่ส่อแววทุจริตทุกปี

           อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการเงินงบประมาณค่าเทอมระบบเหมาจ่ายนั้น ต้องมีการวางแผนในการนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเรียนของนิสิต ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองแผนงาน ที่ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยในการประชุมแต่ละครั้ง

           ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงการจัดสรรงบประมาณเงินค่าเทอมของนิสิต โดยศึกษาจากแผนปฎิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2561 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นเครื่องมือบูรณาการและแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์และบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่นำไปสู่คุณภาพและมาตราฐานในการจัดการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยวางยุทธศาสตร์ไว้ 7 ด้าน เพื่อพัฒนาองค์กรและคุณภาพในการบริการ ซึ่งมียุทธศาตร์ที่น่าสนใจอยู่ 3 ด้าน คือ ยุทธศาตร์ที่ 1 พัฒนาการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพภายใต้การจัดการเรียนในหลักสูตรที่ทันสมัยตามเกณฑ์คุณภาพมาตราฐานของชาติและสากล ใช้งบ 417.97 ล้านบาท ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ตามหลักธรรมาธิบาล ใช้งบ 1.8 ล้านบาท และยุทธศาตร์ที่ 7 พัฒนาสู่มหาวิทยาลัยสีเขียวและรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้งบ 6.17 ล้านบาท  

ปัญหาที่นิสิตพูดถึง ก็ยังคงเป็นปัญหาเดิมที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: