ข่าวที่น่าสนใจ

อาสาสมัครผู้เปลี่ยนอคติ HIV

เมื่อพูดถึงเชื้อไวรัสตัวร้ายชนิดหนึ่งที่เกิดจากพฤติกรรมการร่วมเพศของมนุษย์ ซึ่งได้คร่าชีวิตใครหลายคนไปมากมายคงหนีไม่พ้นเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือ โรคเอดส์ แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันจะมีความก้าวหน้ามากเพียงใด แต่ก็ยังมีผู้ที่ติดเชื่อเอชไอวีเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ และยังส่งผลกระทบด้านจิตใจกระทั่งการดำเนินชีวิตในสังคมของผู้ป่วย ที่ถูกสังคมกีดกันในด้านต่างๆ สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขายังอยากมีชีวิตอยู่คือกำลังใจ

เอก (นามสมมติ) หนึ่งในอาสาสมัครที่เข้ามาทำงานจิตอาสาที่ศูนย์บ้านร่มเย็นโรงพยาบาลมหาสารคาม เอกได้ถูกชักชวนมาเป็นแกนนำผู้ติดเชื้อเอดส์ คอยให้ความรู้และปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ป่วยให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อสู้กับโรคร้ายและสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ สังคมไม่รังเกียจ นั่นคือแรงจูงใจในการทำงานจิตอาสาของเอก

“ที่คนเขารังเกียจเราเพราะเขามีความคิดที่ว่า เป็นเชื้อเอดส์แล้วต้องตาย ทุกวันนี้ไม่ออกไปไหนเพราะกลัวเขารู้และมีทัศนคติที่ไม่ดี เวลากินข้าวก็จะไม่กินกับคนที่ไม่รู้จัก เพราะกลัวเขามีความคิดที่ไม่ดี”

เอกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี สาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ในตอนแรกนั้นเขาไม่รู้เลยว่าได้ติดเชื้อ จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุ โดยแพทย์ที่รักษาบอกกับพี่เอกว่า พี่เอกนั้นมีเลือดบวก ทำให้พี่เอกต้องทนต่อสู้กับโรคร้ายนี้มานานนับยี่สิบปี

เมื่อเวลาผ่านไประยะออกอาการของโรคก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น พอรู้ตัวว่าติดเชื้อเลยตัดสินใจจะกลับมาตายที่บ้าน กลับมาตายกับแม่ เพราะตอนนั้นเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แต่จิตใจลึกๆ ที่ยังเข้มแข็งจะไม่ยอมตายจึงหันมาดูแลตัวเอง ถึงแม้ว่าเพื่อนที่ติดเชื้อเหมือนกันจะเริ่มหายไปทีละคน ก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่าเราจะไม่ยอมตาย” เอกกล่าว

“บางทีคนที่เป็นโรคนี้ ดูปกติกว่าคนที่ไม่เป็นโรคเสียอีก”

ถึงแม้ว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีจะดูปกติเหมือนกับคนทั่วไปนั่นเป็นเพราะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสทุกๆ เดือนแต่ก็ยังถูกคนในสังคมกีดกันทั้งเรื่องความเสมอภาค การศึกษาหรือแม้กระทั่งการเข้าทำงาน ผู้ป่วยบางคนไม่กล้าที่จะเปิดเผยว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวี ทำให้หมดกำลังใจในการใช้ชีวิตถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย

ดังนั้นผู้ป่วยควรที่จะหันมาดูแลสุขภาพ สร้างกำลังใจ สร้างความหวังให้กับตัวเอง  ครอบครัวไม่รังเกียจ สังคมให้โอกาส และสิ่งสำคัญที่สุดคือตัวผู้ป่วยเองกล้ายอมรับและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโรคร้ายนี้ไปพร้อมกัน เพราะการติดเชื้อไม่ได้เกิดจากการอยู่ร่วม แต่เรายังพูดคุยกันได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและอาสาสมัครต้องการ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: