ข่าวที่น่าสนใจ

“เลือกตั้ง” กำหนดอนาคตประเทศไทย

ภาพเหตุการณ์ชุมนุมของประชาชนที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เสื้อหลากสียังตรึงติดอยู่ในใจคนไทยนับล้าน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อมีการรัฐประหารจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และในที่สุดก็มาถึง วันที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง คือ  24 มีนาคม 2562 อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนรอคอยมาเนิ่นนานที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาบริหารเพื่อนำประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เรามาฟังเสียงของคนรุ่นใหม่กันว่าพวกเขาอยากได้ผู้นำประเทศแบบใด

 อยากได้นายกรัฐมนตรีแบบไหน?

 เท่าเทียม เป็นกลาง เปลี่ยนแนวคิด และลงมือทำจริง

“คนที่เห็นถึงความเท่าเทียมกัน ไม่เบี่ยงเบนไปทางใดทางหนึ่ง หมายถึงความเป็นกลาง คนที่มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่ประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งมีหลายประเทศที่เคยเป็นระบอบเผด็จการทหาร แต่ประเทศเขาพัฒนาไปไกลกว่าประเทศเรามาก ให้เห็นถึงการทำงานจริงเป็นไปตามนโยบายมากกว่าที่จะมายืนสั่ง เรายังคิดว่าตัวเราเองมีส่วนช่วยในการเมืองน้อยมาก เพราะเรายังไม่ไปเลือกตั้งและไม่ค่อยติดตามข่าวการเมืองเท่าไร” สศินา นิตย์ภักดี คณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ความคิดเห็น

ความคิดก้าวหน้า ไม่ตีกรอบ มีแนวคิดใหม่ ๆ

“อยากได้นายกฯ หัวคิดที่ทันสมัย ก้าวหน้า นำแนวคิดใหม่ ๆ สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ไม่ตีกรอบความคิดของเด็กหรือในเรื่องการศึกษา ในยุคที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดียเพื่อก้าวทันเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ ๆ ลดภาษีการนำเข้าพวกเทคโนโลยีจะดีมาก ๆ ยังไงเราก็คิดว่าพวกเราคนรุ่นใหม่เองก็สามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง อยู่ที่ว่าเราจะใช้สิทธินั้นหรือป่าว” พงษ์พัฒน์ ป้องคำสิงห์ ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แสนอความเห็น

เปิดกว้าง ยอมรับความจริง มองปัญหาหาทางออกอย่างเป็นประชาธิปไตย

ด้านรัตนาภรณ์ กลอนโคกสูง คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ให้มุมมองว่า “อยากได้นายกฯ ที่เปิดกว้างด้านความคิด ยอมรับการวิจารณ์ต่าง ๆ นำสิ่งเหล่านั้นที่ประชาชนบอกไปพัฒนา ไม่ใช่มองแค่ความคิดที่เป็นไปได้ของตนเอง จนไม่มองถึงความเป็นจริง และปัจจุบันการกระจายรายได้ของไทยแย่มาก เรื่องรายได้และสวัสดิการของประชาชน คนจนก็จนเกิน คนรวยก็รวยขึ้นเรื่อย ๆ จนถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูง ไม่มีความเท่าเทียมกันเลย แม้จะเป็นประเทศประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมกับการเมืองเราว่ายังน้อย เรามีส่วนแต่ตอนเลือกตั้ง รัฐบาลจะดำเนินงานในโครงการต่างๆ ควรถามประชาชน ควรมีการลงประชามติ ไม่ใช่จะทำก็ทำเลยแล้วผลที่ตามมาบางครั้งประชาชนไม่ต้องการ บางทีมันเป็นเหมือนช่องว่างให้เกิดการคอร์รัปชั่น เราเลือกเขาเป็นตัวแทนเราก็จริง แต่สิทธิความเป็นประชาธิปไตยก็ยังเป็นของประชาชน”

 ทัศนคติเปิดกว้าง ทันยุคสมัย โปร่งใส สุจริต ซื่อสัตย์

“อยากให้นายกฯ เป็นคนที่มีทัศนคติค่อนข้างเปิดกว้าง มีแนวความคิดในการพัฒนาที่ทันสมัย ทันยุคของการเปลี่ยนแปลง เป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดี มีความโปร่งใสในการทำงาน สุจริตและซื่อสัตย์ เราเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นประเทศพัฒนาได้ในทุก ๆ ด้าน จะเกิดความสมดุลมากกว่า ในมุมของเราการเมืองเป็นส่วนที่ค่อนข้างสำคัญในการใช้ชีวิต การกินการอยู่ สำคัญกับประเทศชาติบ้านเมืองด้วย เราคิดว่าเรามีส่วนร่วมกับการเมืองพอสมควร ตั้งแต่การมีสิทธิในการคิดและสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมือง ที่สำคัญคือการมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และการติดตามข่าวสารทางการเมือง เพื่อส่งต่อให้กับผู้คนก็เป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วย” ทนันชัย ลือชัยราม คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขานิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าว

คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้มีความต้องการให้ผู้นำประเทศคนต่อไป มีแนวคิดใหม่ ๆ เปิดกว้างทัศนคติ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สังคมไทยได้มีการพัฒนาอย่างทันยุคสมัย  สร้างความเป็นอยู่ของคนไทยให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น แก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

แค่ความฝันเล็ก ๆ ของคนไทยซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ประชาชนคนธรรมดาก็สามารถทำให้ประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้ ทุกคนในประเทศต้องร่วมมือกัน ตื่นตัวกับการเมือง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกคนที่คิดว่าอยู่ในทัศนคติของเราเพื่อนำประเทศสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น

จุดเปลี่ยนหลังการเลือกตั้ง

หลังเลือกตั้งคาดว่าสิ่งที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือเรื่องของ “เศรษฐกิจและสังคม” อาจารย์จิตราภรณ์ สมยานนทนากุล อาจารย์ประจำวิชาเอกการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ความเห็นว่า ถ้าเราศึกษาระเบียบระหว่างประเทศ ซึ่งเขายอมรับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเป็นส่วนใหญ่ เมื่อประเทศไทยมีผู้นำประเทศผ่านการเลือกตั้ง สถานะของประชาธิปไตยในไทยก็จะสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติก็จะสบายใจ โดยเฉพาะตะวันตก ถ้าระบอบการเมืองในไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ควบคู่กับเศรษฐกิจที่ต้องการนักลงทุนต่างชาติ อาจจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้จริง

ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การห้ามชุมนุมกันในทางการเมือง

อาจารย์ เล่าต่อว่า “ถ้าปล่อยเมื่อไรคงสนุก เหมือนระเบิดพลังเต่าเวลาระเบิด สภาพสังคมที่มันผ่านการแข่งขัน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะรุนแรง ทั้งทางความรู้สึก คำพูดหลาย ๆ อย่างอาจจะทำให้คนมีความไม่สบายใจในสังคมเกิดขึ้น สภาพสังคมอาจมีสภาวะความตึงเครียดบางส่วนเพราะว่าเป็นธรรมดาของการแข่งขันกันมีผู้แพ้ผู้ชนะ”

อาจารย์จิตราภรณ์บอกว่าสิ่งที่น่าสนใจของทุก ๆ พรรคการเมืองคือ “คนรุ่นใหม่” กลุ่มคนที่ยังไม่เคยเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา คนกลุ่มนี้อยู่บนโซเชียลมีเดีย ที่พรรคการเมืองเดาความคิดได้ยาก และอยู่ท่ามกลางรอยร้าวทางการเมืองของสังคมไทย แสดงบทบาทของคนที่มีความคิดแบบใหม่ ถึงจะไม่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีคนกล้าออกมาพูดในสิ่งที่สังคมกำลังเป็นอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าทำ

“มันจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งระดับปกติของการแข่งขัน ระดับบทบาทของคนรุ่นใหม่ และบทบาทของคนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในเหตุการณ์ความขัดแย้งของคนเหล่านี้ มุมมองทางการเมืองที่มันกำลังอาจเปลี่ยนไป แค่เรื่องเลือกตั้งเรื่องเดียวมันเกิดผลสะเทือนไปยังทั้งรุ่น”

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของการเลือกตั้งคงหนีไม่พ้น “สื่อสังคม”

นักการเมืองคนเก่าคนแก่ยังต้องหันมาเล่นสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย มันเป็นเรื่องปกติของการเลือกตั้งและทุกพรรคการเมืองต้องใช้ทุกช่องทางในการหาเสียง เพื่อความนิยมในการทำคะแนนเสียงการเลือกตั้ง เป็นพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความต้องการของประชาชน จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่แสดงถึงจุดยืนและวิสัยทัศน์จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ยิ่งเป็นสื่อใหม่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับประชาชนอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย

“แต่ในทางกลับกันเมื่อรัฐบาลอนุญาตให้มีการหาเสียงได้อย่างเป็นทางการ เราก็เริ่มมองเห็นภาพการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามและใช้สื่อโซเชียลในการสร้างข่าวเท็จ เป็นที่น่ากังวลที่สุด คำพูดแค่นิดเดียวทำให้เกิดเป็นกระแสวุ่นวายไปหมด” อาจารย์จิตราภรณ์ กล่าว

ท้ายที่สุดแล้วการเลือกตั้งปี 2562 คนรุ่นใหม่อยากได้นายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศแบบไหน มีจุดเปลี่ยนการเลือกตั้งในหลายด้านมากเพียงใด เราซึ่งเป็นประชาชนคนไทยอยากเห็นอนาคตของประเทศชาติเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งต้องสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

อาจารย์จิตราภรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราคิดว่าคนเหล่านี้คือคนที่ไม่ยอมปล่อยการเมือง ให้เป็นอยู่อย่างปัจจุบัน เพราะว่ามันไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ตัวของเขาต้องการ มันอาจจะใช้เวลา แต่เราอย่าไปคาดหวังในทันที รออีก 10 ปี ใครจะไปรู้”

เรื่อง : เบญจวรรณ  บั้งจันอัด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: