ข่าวที่น่าสนใจ

ได้รับค่าจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างฟ้องได้

การว่าจ้างงานไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือพาร์ทไทม์มักเจอปัญหากรณีที่โดนนายจ้างเอาเปรียบลูกจ้างด้วยเรื่องของการทำงานที่ล่วงเวลาและค่าจ้างที่ต้องจ่ายให้กับลูกจ้างตามที่ตกลงไม่เป็นไปตามข้อตกลงอยู่บ่อยครั้ง แต่เนื่องด้วยลูกจ้างอาจไม่รู้ถึงข้อมูลหรือวิธีการปกป้องสิทธิ์ของตนเองจึงไม่สามารถที่จะเรียกร้องอะไรได้นาวสาว ก (นามสมมติ) นิสิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานพาร์ทไทม์เล่าว่าเธอโดนผู้ว่าจ้างเอาเปรียบเรื่องค่าแรงเนื่องจากเธอทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามสัญญาที่กำหนด วันแรกก็เข้างานตามปกติและกลับตรงเวลา แต่พอวันที่ 2 กลับเลิกงานช้ากว่าปกติเพราะผู้จัดการร้านบอกว่าจะมีคนมาตรวจร้าน ในวันนั้นได้กลับหนึ่งทุ่ม และเหตุการณ์แบบนี้ก็วนซ้ำอยู่ทุกเดือน
ผศ.ชาคริต ขันนาโพธิ์อาจารย์คณะนิติศาสตร์ภาควิชากฎหมายเอกชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาทำงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าเวลางานในกฎหมาย ถ้าเป็นงานปกติให้ทำงานได้วันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ถ้าเกิน8 ชั่วโมง คือค่าล่วงเวลา ส่วนวันหยุดไม่ให้ทำงานซึ่งกฎหมายกำหนดว่าวันหยุด ถ้าเป็นจ้างแรงงานต้องมีวันหยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน “ในส่วนของการทำงานล่วงเวลาเมื่อนายจ้างไม่จ่ายค่าแรงหรือค่าล่วงเวลาตามที่กำหนด ลูกจ้างมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าแรงได้และเมื่อนายจ้างไม่จ่ายค่าแรงนั้น นายจ้างก็มีความผิด วิธีการเรียกร้องของลูกจ้างมีสองทางคือ หนึ่ง เรียกร้องกับพนักงานตรวจแรงงานที่สำนักงานแรงงานแต่ละจังหวัด สอง ฟ้องศาลแรงงาน” จากประเด็นดังกล่าวนี้นางสาว ก (นามสมมติ) เล่าต่ออีกว่า ตนไม่กล้าที่จะไปเรียกร้องหรือร้องเรียนขอผลประโยชน์ที่ตนเสียไปกับการที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างล่วงเวลาตามที่ตกลงไว้กับนายจ้าง เพราะเนื่องจากเขาเป็นนายจ้างก็กลัวว่าจะโดนไล่ออกจึงปล่อยให้เรื่องผ่านไป
ด้าน ผศ.ธีรศักดิ์ กองสมบัติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ภาควิชากฎหมายเอกชนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฟ้องศาลแรงงานว่าการฟ้องศาลแรงงานสามารถฟ้องด้วยวาจาได้และสัญญาจ้างแรงงานไม่จำเป็นต้องทำหนังสือทำด้วยวาจาก็ได้ในกรณีที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามกำหนดสามารถเรียกร้องได้สามารถเรียกร้องได้กฎหมายแรงงานกำหนดว่าระยะเวลาทำงาน ตามกฎหมายกำหนดคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน มีเวลาพัก 1ชั่วโมงทั้งนี้ ตามสิทธิกฎหมายแรงงาน ระบุไว้ดังนี้

เงินค่าจ้างของพนักงาน เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ ระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลางานปกติของวันทำงาน รวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุด

การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
1.การทำงานในวันหยุดพิเศษ นายจ้างกับลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าว่าจะเลือกทำงานในวันหยุดหรือไม่ทำก็ได้มีโบนัสสะสมและเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ไปเมื่อใดก็ได้แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน 2.ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่า 20 นาทีก่อนที่ลูกจ้าง เริ่มทำงานล่วงเวลา (ยกเว้นงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือเป็นงานฉุกเฉิน) ถ้าทำงานเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงานนายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างที่ได้รับ

กฎหมายว่าด้วยสิทธิแรงงาน ตามกฎหมายแรงงานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกจ้างแล้วลูกจ้างมีสิทธิที่จะเรียกร้องผลประโยชน์ต่อตนเองหากลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างโดยตามข้อบัญญัติกฎหมายแรงงานกล่าวว่า กรณีนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มีโทษตามความหนักเบาของความผิดตั้งแต่ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ถึงจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับ ไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับโดยการยื่นฟ้องของลูกจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง มี 2 กรณีคือ การยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานและการยื่นฟ้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแต่ลูกจ้างต้องเลือกยื่นฟ้องอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ลูกจ้างต้องเลือกยื่นฟ้องอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิฟ้องทั้ง 2 กรณีได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาตรา 123 ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้และลูกจ้างมีความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ให้ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่อธิบดีกำหนดมาตรา 124 เมื่อมีการยื่นคำร้องตามมาตรา 123 ให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รับคำร้อง ในกรณีที่มีความจำเป็นไม่อาจมีคำสั่งภายในเวลาตามวรรคหนึ่งได้ให้พนักงานตรวจแรงงานขอขยายเวลาต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมด้วยเหตุผลมาตรา 125 เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 แล้วถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุดเมื่อคดีถึงที่สุดและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใดให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายให้ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายได้

Untitled-1 อินโฟพาทาทม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: