การศึกษา

สิทธิการศึกษาภาคบังคับ ครอบคลุมแล้วจริงหรือ?

ประเทศไทยมีสิทธิการคุ้มครองเด็กอยู่หลายรูปแบบ รวมไปถึงสิทธิการศึกษาภาคบังคับของกระทรวงศึกษาธิการที่สนับสนุนทุนเรียนฟรีให้แก่เด็ก ข้อมูลจากเว็บไซต์ ilaw.or.th ระบุไว้ว่า ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญของไทยรับรองสิทธิการศึกษาฟรี 12 ปี ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 ยังคงสิทธิ 12 ปีไว้เท่าเดิมแต่ให้ย่นระยะเวลาเริ่มเร็วขึ้นตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมาตรา 54 บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย จึงส่งผลให้เด็กที่มีความประสงค์ที่จะเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับที่สูงขึ้น ไม่มีทุนสนับสนุน ทำให้เด็กไม่ได้รับการศึกษาต่อ จึงเกิดเป็นคำถามว่าการศึกษาภาคบังคับครอบคลุมแล้วจริงหรือ?

เด็กกับปัญหาความยากจน
นายกันตธี เนื่องศรี ผู้อำนวยการกลุ่มนักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
มหาสารคาม เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจังหวัดมหาสารคามจัดว่าเป็นจังหวัดที่มีความยากจน จึงเป็นปัญหาในการเรียนของเด็ก ทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายการเรียน รัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้ ถ้าเป็นเด็กระดับประถมศึกษาก็จะมีอาหารกลางวัน อาหารเสริม เช่น นม เพราะฉะนั้นปัญหาความยากจนก็จะไปมีผลในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่า และส่วนของเรื่องการจัดสรรทุน แต่ละหน่วยก็จะมีทุนสนับสนุน แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร “ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 กำหนดว่า ให้มีกองทุนลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาทั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ออกพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นในปี พ.ศ.2561 และจัดตั้งกองทุนมาช่วยทางด้านการศึกษา โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสม” นายกันตธี กล่าว

ศธจ.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งโครงการฯ
ทั้งนี้ ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม (ศธจ.มหาสารคาม) ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (Memorandum Of Understanding : MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมประชากรวัยเรียน ให้ได้รับโอกาสใน
การกลับเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งยังจัดตั้งโครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กออกกลางคันและเด็กตกหล่น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเด็กด้อยโอกาสทุกประเภท โดยการพัฒนาการเรียนรู้ด้านวิชาชีพและการพึ่งพาตนเอง รวมทั้งการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์

นายกันตธี กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อวันที่ 26มีนาคม พ.ศ.2562 ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จัดการศึกษาทั้งหมด 16 หน่วยเพื่อที่จะนำเด็กกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีรายชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ ชื่อผู้ปกครอง ในช่วงนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม เราจะลงไปช่วยกันระดมหาโอกาสให้พวกเขาได้เรียน เพราะฉะนั้นเด็กกลุ่มที่ยากจนก็จะอยู่ในกลุ่ม
นี้ด้วย เช่น เด็กยากจนจริงๆ เราก็จะมีเรื่องทุนนอกจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยที่เด็กสามารถจะขอทุนได้เองหรือขอให้คนอื่นหรือขอทุนสำหรับการประกอบอาชีพให้พ่อแม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วการกระจายข้อมูลจะไม่ทั่วถึง ไม่ค่อยทราบข่าวว่าเด็กจะเขียนขอทุนได้หรือพ่อแม่พิการติดเตียง เด็กสามารถเขียนขอทุนรักษา เพราะมันอยู่ในกองทุนช่วยเหลือเด็ก ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดูแล ตรงนี้เด็กก็จะมีทั้งทุน มีทั้งขอทุนทรัพย์ประกอบอาชีพให้พ่อแม่ รวมถึงพ่อหรือแม่ที่มีบุตรแล้วไม่มีค่านมเขาก็มีทุนให้ มีนมให้”

วุฒิฯ ม.ต้นไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
นายกันตธี กล่าวอีกว่า “วุฒิการศึกษามัธยมตอนต้นที่มีนั้นไม่เพียงพอสำหรับเด็กในดำรงชีวิตได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ถ้ารัฐบังคับให้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็จะต้องเพิ่มงบประมาณขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อปีที่ผ่านมาก็มีการถกเถียงของนักวิชาการศึกษา เพราะเมื่อก่อนเราเริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึง
มัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ตอนนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังกำหนดไว้ว่า จะต้องไปดูแลเด็กปฐมวัยด้วย ส่งผลให้งบประมาณส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้กับเด็กปฐมวัย ซึ่งการศึกษาของเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการค่อนข้างเข้มงวด เพราะเราเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ปฐมวัยจะส่งผลให้เด็กมีชีวิตที่ดีในระยะยาวได้”

การศึกษาจะสำคัญอยู่ที่การปลูกฝัง
นางสาวสุดารัตน์ ปิตะบูรณ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กไม่ได้ศึกษาต่อและเด็กที่ได้เรียนต่อว่า “หลักๆ น่าจะมาจากรายได้
ครอบครัว หรือทุนการศึกษาที่ไม่เพียงพอ และอีกปัจจัยหนึ่งคิดว่าอยู่ที่สังคมนั้นจะมีทัศนคติและความเชื่อเกี่ยวกับการศึกษาแบบไหน ถ้าเขาถูกปลูกฝังว่าการศึกษาไม่มีความสำคัญ เขาก็จะไม่มีความพยายามที่จะหาทางเรียนต่อแน่นอน” “ในฐานะที่ดิฉันได้ศึกษาต่อมันส่งผลกับชีวิตในทุกๆ ด้าน ทำได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การเอาตัวรอด การเรียนรู้สังคม เรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้อื่น รวมไปถึงความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ได้คิดแค่จะใช้ชีวิตไปวันๆ ทำให้ตัวเองมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้นมองอนาคตไปในทางบวก และมองว่าสังคมทุกวันนี้ถูกวัดค่าในการทำงานด้วยวุฒิการศึกษาด้วย” นางสาวสุดารัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกลุ่มพัฒนาการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ได้ระบุในช่วง
วันที่ 4 มีนาคม ถึง 10 เมษายน พ.ศ.2562 ไว้ว่า จังหวัดมหาสารคามมีจำนวนเด็กทั้งหมด 5,103 คน โดยเป็นเด็กที่ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับจำนวน 2,880 คน และเป็นเด็กที่จบแล้วในทางกฎหมายกำหนด 2,223 คน (ข้อมูลจากระบบ สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัด ํกระทรวงศึกษาธิการ) แต่ยังไม่ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ส่งผลให้เห็นแล้วว่าการศึกษาภาคบังคับ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุม

หมวดหมู่:การศึกษา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.