คุณคิดเห็นอย่างไรกับการเหยียดการศึกษา?

       ผู้คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญในการเลือกสถานศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะคิดว่าหากเรียนสถาบันที่มีชื่อเสียง ค่าเทอมแพงๆ ก็คงเรียนเก่งและมีคุณภาพทางการศึกษาไปโดยปริยาย แต่หารู้ไม่ว่าคนที่เรียนในสถานศึกษาที่ธรรมดาไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง บุคคลเหล่านั้นอาจมีความจำเป็นหรือความต้องการบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรดูถูกเพียงเพราะพวกเขาไม่ได้เรียนในสถานศึกษาที่พวกคุณให้ความสำคัญก็ได้

       อีกหนึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะเหยียดกันเป็นประจำโดยที่คนเหล่านั้นไม่รู้ตัว คือการเหยียดในเรื่องของผลการศึกษาหรือเกรดเฉลี่ยไม่ว่าจะในระดับประถม มัธยม ปริญญาตรี หรือ แม้แต่การสมัครงานผู้คนส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับกระดาษแผ่นเดียวที่มีตัวเลขที่วัดค่าของความรู้ของแต่ละบุคคลเอาไว้ซึ่งจริงๆแล้วมันกลับวัดความรู้ความสามารถในการทำงานจริงๆ ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่มันให้มากกว่าใบกระดาษหนึ่งแผ่นนั้นคือประสบการณ์ในการเรียนรู้ การรู้จักพัฒนาตัวเองอยู่เสมอและการเอาตัวเองให้รอดกับการใช้ชีวิตในยุคสังคมปัจจุบัน

       จากกรณี ควันหลงจากงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือเสียงวิจารณ์กรณีแปรอักษร ที่พบว่าฝั่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แปรอักษรไปยังฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยคำว่า “แพ้ตั้งแต่คะแนนสอบ” ก่อให้เกิดความไม่พอใจทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันของทั้งสองสถาบัน ลามไปถึงความรู้สึกของนิสิต นักศึกษา และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ ในโซเชียลมีเดีย ที่มองว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งทำให้เห็นว่าการเหยียดการศึกษายังเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆในสถานการปัจจุบัน
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000014393

       นายสมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เผยว่า ความคิดของกลุ่มคนในสังคมที่ชอบเหยียดหยามผู้อื่น มักดูถูกคนที่มีความแตกต่างจากตน ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้อง ความดีงาม คนกลุ่มนี้จะมองคนที่ต่างจากตนแบ่งเป็นสองแบบ แบบแรกคืออะไรที่ต่างจากตนมักจะมองว่าด้อยกว่า ส่วนแบบที่ 2 คืออะไรที่ถูกยอมรับหรือคนส่วนใหญ่ทำจะถูกมองว่าเด่นกว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนออกมาถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศที่เป็นอารยะ ทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นอารยะที่แท้จริง ยังมีคนที่ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น โดยเฉพาะคนที่แตกต่างจากตน โดยการกดขี่เรื่องชาติพันธุ์ ภาษา และการศึกษา

       สถาบันการศึกษาไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเรานั้นจะมีความรู้ความสามารถมากน้อยหรือเทียบเท่ากับผู้อื่น ผลการศึกษาก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าเราจะเก่งกว่าผู้อื่นเสมอไป ทุกๆ อย่างมันขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลทั้งหมด ดังเช่นกับหากคุณเรียนมหาลัยแถวบ้านแต่คุณหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอก็จะมีความรู้เทียบเท่ากับคนที่เรียนมหาลัยที่มีชื่อเสียง หากคุณได้เกรดเฉลี่ยน้อยที่สุดในห้องแต่คุณกลับทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจคุณก็จะก้าวข้ามกระดาษแผ่นเดียวไปได้

       ทั้งนี้การเหยียดการศึกษายังสะท้อนให้เห็นว่าในยุคสังคมปัจจุบันมีการเลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยปัจจัยหลายด้านเช่นครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระทางการศึกษาของเด็กได้ ครูอาจารย์ไม่เพียงต่อการจัดการเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียนหรือมหาลัย ซึ่งทำให้ส่งผลต่อตัวเด็กที่จะได้รับโอกาสทางด้านการศึกษาและเกิดปัญหาต่อตัวเด็กที่นำมาซึ่งการถูกเหยียดหยามการดูถูกการศึกษาได้ในอนาคต

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: